"ถ้าคุณยังเดินตามผมมาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล และผมจะส่งเรื่องให้ฝ่ายกฎหมายของบริษัทจัดการขั้นเด็ดขาด"
คีย์ ธันวา หยุดฝีเท้ากะทันหันจนคนตัวเล็กที่เดินจี้ติดอยู่ด้านหลังเกือบพุ่งชนแผ่นหลังกว้าง เขาหมุนตัวกลับมาช้าๆ ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยความเรียบเฉยที่เย็นชาเสียจนน้ำแข็งในแก้วกาแฟยังต้องยอมแพ้ ทว่าดวงตากลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อปะทะเข้ากับดวงตากลมโตที่กำลังพราวระยับด้วยความท้าทาย
ลินินไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลัง เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดอีกครึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเหลือเพียงอากาศบางเบา กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูเด็กอ่อนๆ ลอยละล่องเข้ามาปะปนกับกลิ่นเปเปอร์มินต์ประจำตัวของสถาปนิกหนุ่ม สร้างความปั่นป่วนในอกที่เขาต้องใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการควบคุมสีหน้าไม่ให้หลุดอาการ
"ฝ่ายกฎหมายเหรอคะคุณคีย์?" วิศวกรสาวเลิกคิ้วเรียวขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ายวน เธอเอียงคอมองคนปากแข็งที่พยายามสร้างกำแพงสูงลิ่วขึ้นมาปิดกั้น "แปลกจังนะคะ ทั้งที่ห้องทำงานของคุณอยู่ชั้นสิบห้า แต่ทำไมทางเดินกลับบ้านของฉัน ถึงบังเอิญมาบรรจบกับลิฟต์ขนของโซนพิเศษที่คุณกำลังยืนอยู่ได้ล่ะคะ... หรือว่าสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบอย่างคุณ กำลังหลงทางในตึกที่ตัวเองเป็นคนออกแบบ?"
"ผมไม่ได้หลง แค่กำลังสำรวจความเรียบร้อยของหน้างานนอกเวลาทำการ ซึ่งเป็นหน้าที่ ที่คนตำแหน่ง 'วิศวกรควบคุมงาน' ควรจะกลับบ้านไปนอนได้ตั้งนานแล้ว" คีย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไหล่กว้างยกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ พยายามเบนสายตาไปมองป้ายบอกชั้นลิฟต์แทนที่จะมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม "กรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของผมด้วยครับ คุณลินิน"
"พื้นที่ส่วนตัว?" ลินินทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเธอดังก้องอยู่ในพื้นที่แคบหน้าลิฟต์ "ถ้าหมายถึงพื้นที่ในหัวใจของคุณล่ะก็... ฉันก็เห็นว่ามันเปิดประตูอ้าซ่าไว้ตั้งนานแล้วนี่คะ, หรือว่ากลัวคะ?"
คำว่า 'กลัว' กระตุกต่อมความอีโก้ของสถาปนิกหนุ่มเข้าอย่างจัง คีย์หรี่ตาลงเล็กน้อย สันจมูกโด่งเป็นสันเชิดขึ้น ขยับเข้าไปหาเธอจนร่างบางต้องเอนหลังพิงผนังกระจกเย็นเฉียบของอาคารโดยอัตโนมัติ มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นทาบกับกระจกโอบล้อมร่างของเธอไว้ในพื้นที่จำกัด กักขังเธอให้อยู่ในอาณัติของเขา ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นโครมครามราวกับกลองเพล
"ผมเนี่ยนะกลัวคุณ?" คีย์โน้มใบลงไปกระซิบชิดริมหูเล็ก เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังถึงกับขนลุกซู่ "คุณกำลังประเมินค่าตัวเองสูงเกินไป ลินิน... ผมแค่รำคาญ รำคาญเสียงเจื้อแจ้วที่คอยตามตื๊อ รำคาญความดื้อรั้นที่ไม่รู้จักเจียมตัว และรำคาญที่ต้องมาคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาที่คุณก่อในไซต์งานต่างหาก"
ลินินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอยืดอกขึ้นสู้ ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่กะพริบ ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกันอยู่แล้วในวินาทีนั้น เคมีที่ประทุขึ้นมาระหว่างความซึนปากร้ายกับความดื้อรั้นทันคน ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าแสงแดดยามบ่าย
"ปากแข็งจังนะคะ" เธอเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ปลายนิ้วเรียวค่อยๆ ยกขึ้นแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขา ลากไล้ผ่านกระดุมเม็ดบนอย่างจงใจยั่วเย้า "ปากบอกว่ารำคาญ แต่ทำไมตอนที่ฉันเกือบตกจากนั่งร้านเมื่อตอนบ่าย... คนที่พุ่งเข้ามาคว้าเอวฉันไว้จนเกือบกลิ้งตกลงไป 3 ชั้นด้วยกัน ถึงได้หน้าซีดเป็นไก่ต้มล่ะคะ?"
คีย์ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อช่วงบ่ายไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมองของเขาสั่งให้ปล่อยมือ สมองของเขาสั่งให้ดุว่าเธอที่ไม่ระมัดระวัง แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับสั่งให้รวบร่างนั้นเข้าหากลุ่มอ้อมกอดด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าสิ่งใด ความกลัวที่จะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไป... เป็นความจริงที่ชัดเจนเกินกว่าที่กำแพงความเย็นชาของเขาจะปิดบังมิด
"วันนั้น... ผมแค่วูบตามสัญชาตญาณของการรักษาความปลอดภัยในไซต์งาน" คีย์แก้ตัวเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจดวงนี้ แต่ลินินกลับใช้วิธีใช้ปลายนิ้วเชยคางมนของเขาให้กลับมาสบตากันตรงๆ
"สัญชาตญาณเหรอคะ? แต่หัวใจของคุณที่เต้นแรงจนแนบชิดกับอกฉันเนี่ย... มันไม่ได้บอกแบบนั้นเลยนะคุณคีย์" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนเรียวปากบาง "ยอมรับเถอะค่ะว่าคุณแคร์ฉัน ยอมรับเถอะค่ะว่าที่คุณคอยตามจิก ตามด่า ตามกัดฉันในทุกๆ ประชุม ก็เพราะคุณไม่อยากให้ฉันคลาดสายตาไปไหน"
"คุณหลงตัวเองเกินไปแล้ว" คีย์กัดฟันกรอด พยายามงัดเอาความเย่อหยิ่งทั้งหมดที่มีมาต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลจากผู้หญิงตรงหน้า "ผมเป็นสถาปนิก ส่วนคุณเป็นแค่หัวหน้าวิศวกรโครงสร้าง เรามีหน้าที่ต้องส่งมอบโปรเจกต์นี้ให้จบตามสัญญา มันเป็นเรื่องของธุรกิจและความรับผิดชอบ ไม่มีเรื่องส่วนตัว... และไม่มีวันมี"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมชั่วขณะ ลินินหุบยิ้มลง แววตาที่เคยพราวระยับเปลี่ยนเป็นความนิ่งงึมลึกล้ำ เธอจ้องมองเขาอยู่นานราวกับพยายามค้นหาความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความเยเย็นชา
ดวงตากลมโตคู่นั้นไหววูบไปนิดหนึ่ง ก่อนที่เธอจะค่อยๆ ลดมือลงจากอกของเขา ก้าวถอยหลังออกจากการควบคุม บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบที่น่าอึดอัด
"เข้าใจแล้วค่ะ" ลินินพูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่าใจหาย รอยยิ้มจางๆ หายไปจากใบหน้า เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวที่ฉายชัด "ถ้าคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องของธุรกิจ... งั้นก็ถือว่าที่ผ่านมา ฉันล้ำเส้นเกินหน้าที่ของตัวเองไปหน่อยค่ะ ขอตัวนะคะ"
เธอหันหลังเดินไปกดปุ่มเรียกรูมลิฟต์อย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่
คีย์รู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ หัวใจที่เคยเต้นโครมครามเมื่อครู่ กลับร่วงหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความรู้สึกหน่วงๆ และหวาดกลัวอย่างประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง คำว่า "ไม่มีวันมี" ที่เขาเพิ่งพ่นออกไปเมื่อครู่ มันเหมือนหอกย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองอย่างจัง นี่เขาเป็นคนผลักเธอออกไปเองจริงๆ งั้นหรือ?
เสียงติ๊งของลิฟต์ดังขึ้น ประตูสแตนเลสสีเงินเปิดออก ลินินก้าวเท้าเข้าไปข้างในโดยไม่ลังเล และกำลังจะเอื้อมมือไปกดปุ่มปิด
*พรึบ!*
มือหนาของใครบางคนพุ่งเข้ามาขวางประตูลิฟต์ไว้ในเสี้ยววินาทีสุดท้าย ประตูที่กำลังจะปิดจึงดีดกลับเปิดออกอีกครั้ง ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบกับใบหน้าคมคายของคีย์ที่ตอนนี้หายใจหอบถี่ ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอนิ่งสนิท เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่คิดจะปิดบังมันอีกต่อไป
"ใครอนุญาตให้คุณถอยหลัง..." คีย์ก้าวตามเข้าไปในตัวลิฟต์ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดปนเปื้อนความระส่ำระสาย "ใครอนุญาตให้คุณยอมแพ้ง่ายๆ แบบนี้!"
ลินินมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ "คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอคะว่าเรามีแค่เรื่อง..."
ประโยคของเธอยังไม่ทันได้จบลง คีย์ก็เอื้อมมือไปกดปุ่ม *'Stop'* หยุดการทำงานของลิฟต์กะทันหัน ส่งผลให้ตู้โดยสารหยุดนิ่งค้างอยู่ระหว่างชั้นที่สิบสองและสิบสาม แสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวติดพรึบขึ้นแทนที่แสงไฟนีออนปกติ สร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ
ก่อนที่เธอจะทันได้ต่อว่าอะไร ร่างสูงก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง มือหนาคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบขึ้นแนบไว้กับผนังลิฟต์เหนือศีรษะของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยด้วยประกายไฟที่ลุกโชนอย่างไม่มีวันดับ
"ใช่... ผมปากแข็ง" คีย์พูดเสียงพร่า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดริมฝีปากของเธอ "ผมเกลียดความวุ่นวาย เกลียดคนอีโก้จัด และเกลียดตัวเองที่สุด... ที่ดันตกหลุมรักยัยวิศวกรปากเก่งอย่างคุณเข้าเต็มเปาตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้ากัน!"
ลินินเบิกตากว้าง ค้างเติ่งไปกับคำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่ทันตั้งตัว
ทว่าก่อนที่คีย์จะได้พูดอะไรต่อ เสียงสัญญาณเตือนภัยขัดข้องของลิฟต์ระบบสำรองก็ดังลั่นขึ้น *'ตี๊ด... ตี๊ด... ขออภัยในความไม่สะดวก ระบบกำลังรีสตาร์ทในอีก 10 วินาที'* พร้อมกับที่ไฟฉุกเฉินดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด
และในวินาทีที่ความมืดกลืนกินพื้นที่รอบตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคน พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของพวกเขาก็ดังแว่วมาจากด้านนอกประตูลิฟต์ที่ค้างอยู่...
"คุณคีย์! คุณลินิน! อยู่ข้างในนี้หรือเปล่าครับ ระบบตึกแจ้งว่าลิฟต์ค้าง!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงข้าง และส่งพลังใจให้อันอบอุ่นมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 21
กฎเหล็กของคนปากแข็ง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!