กลิ่นอับชื้นของกระดาษไขโบราณและฝุ่นผงที่สะสมมานานนับทศวรรษคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บเอกสารใต้ดิน แสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวน่ากลัวบนผนังปูนเปลือย แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าบรรยากาศรอบตัว กลับเป็นแผ่นแปลนสถาปัตยกรรมชุดเดิมที่เพิ่งถูกดึงออกจากแฟ้มหนังสีดำสนิท
ลายเซ็นตวัดเฉียบคมที่มุมล่างขวาของกระดาษแผ่นนั้นทำเอาลมหายใจของคีย์สะดุดกึก
ตัวอักษรย่อ 'ธ.ต.' เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม เป็นลายมือที่เขาเห็นบนโต๊ะทำงานของบิดามาตั้งแต่จำความได้
"คุณกำลังบอกว่า... โรงแรมนี้เคยเป็นโปรเจกต์ที่พ่อผมเป็นคนออกแบบ?"
เสียงของคีย์แหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกวาดมองตัวเลขและโน้ตย่อที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาบนแปลนโครงสร้างตึกเก่า ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับลินินที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะไม้ตัวยาว แววตาของวิศวกรสาวไม่มีความสะใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเห็นใจและร่องรอยของความจริงที่หนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับไว้คนเดียว
ลินินถอนหายใจเบาๆ ปัดฝุ่นที่เปื้อนแขนเสื้อแจ็คเก็ตสีเข้ม ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานเก่าๆ นั้นอีกนิด น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมตามสไตล์ที่คีย์คุ้นเคย
"ไม่ใช่แค่เคยออกแบบค่ะ ธันวา... แต่ท่านเป็น 'สถาปนิกหลัก' ของโครงสร้างทั้งหมดก่อนที่โปรเจกต์จะถูกระงับกะทันหันเมื่อยี่สิบปีก่อน และเอกสารพวกนี้..." เธอนิ้วเรียวแตะลงบนแฟ้มสีดำ "คือบันทึกข้อบกพร่องที่ถูกปกปิดเอาไว้ ว่าตึกนี้มีปัญหาเรื่องการทรุดตัวตั้งแต่วันแรกที่ตอกเสาเข็ม"
คีย์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความทรงจำในวัยเด็กที่เลือนรางพรั่งพรูเข้ามาในหัว ภาพบิดาผู้เคร่งขรึม นั่งทำงานหน้ากองแบบแปลนจนดึกดื่น ความเครียดที่สะสมในแววตาทุกครั้งที่รับโทรศัพท์จากกลุ่มทุนปริศนา และวันที่ครอบครัวของเขาแตกสลายลงพร้อมกับข่าวลือเรื่องการทุจริตโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ทั้งหมดมันเชื่อมโยงกันอย่างน่าขนลุก
นี่คือเหตุผลที่บิดาของเขาปฏิเสธที่จะเหยียบย่างเข้ามาในย่านนี้จนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย และนี่คือเหตุผลที่คีย์เกลียดความไม่สมบูรณ์แบบในงานออกแบบ เพราะเขาแบกรับเงาความผิดพลาดของพ่อมาตลอดชีวิต โดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เลยว่าต้นตอของความพินาศมันซ่อนอยู่ที่ไหน
"คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว?" คีย์เงยหน้าขึ้นจ้องลินิน เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉานใหญ่ ความอวดดีและอีโก้ที่เขามีมาตลอดพังทลายลงในพริบตา
"เพิ่งรู้พร้อมกับคุณเมื่อคืนตอนที่รื้อหาแปลนฐานรากนี่แหละค่ะ" ลินินตอบเสียงนุ่มลงโดยไม่รู้ตัว เธอเห็นความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองของสถาปนิกหนุ่มเป็นครั้งแรก มันไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือความเจ็บปวดจากการพยายามพิสูจน์ตัวเองให้หลุดพ้นจากเงาของอดีต
หญิงสาวขยับเข้าไปประชิดตัวเขา กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูผสมกับกลิ่นฝุ่นเก่าๆ ลอยเข้าจมูก คีย์ไม่ได้ถอยหนี เขากลับยืนนิ่งปล่อยให้ความอบอุ่นจากตัวเธอเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเดียวในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้
"เลิกทำหน้าเหมือนคนอกหักสักทีได้ไหมคะ คุณธันวา" ลินินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงติดตลกเพื่อทำลายความตึงเครียด แม้ว่าแววตาของเธอจะฉายความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิด "ต่อให้พ่อคุณจะเป็นคนเริ่มปัญหานี้ แต่มันก็ผ่านมาตั้งยี่สิบปีแล้ว คนที่เราควรจัดการคือพวกที่พยายามใช้ตึกนี้กลบเกลื่อนหลักฐานต่างหาก ไม่ใช่มานั่งโทษตัวเองในห้องใต้ดินมืดๆ แบบนี้"
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับเส้นผมของเธอได้ในจังหวะที่ลินินเอี้ยวตัวมาหยิบกระดาษอีกแผ่นขึ้นดู มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตคู่นั้น
"ปากเก่งเป็นบ้าเลยนะคุณ... ใครบอกว่าผมกำลังโทษตัวเอง" น้ำเสียงของเขาแหบต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย
"ก็หน้าคุณมันฟ้องค่ะ ว่ากำลังคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกเอ็มวีเพลงอกหักอยู่" ลินินเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ไม่ยอมแพ้แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ใกล้ชิดกันเกินความจำเป็น "ปล่อยข้อมือฉันได้แล้วค่ะ สถาปนิกปากจัด เดี๋ยวฉันต้องเอาแปลนพวกนี้ไปสแกนเก็บไว้ก่อนที่เอกสารจะเปื่อยคามือ"
"ไม่ปล่อย..." คีย์กระซิบเสียงต่ำ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน ความดื้อรั้นและซึนเดระที่เคยมีหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงอีโก้มาเนิ่นนาน "อยู่เฉยๆ แบบนี้สักนาทีสิ... ขอร้องล่ะ"
ลินินชะงักไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจกับความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่งจากปากของชายหนุ่ม เธอรับรู้ได้ถึงแรงสั่นเบาๆ ที่มือซึ่งกุมข้อมือเธออยู่ ความเย่อหยิ่งทระงンตนของคีย์ ธันวา มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอ้างว้างของเด็กชายคนหนึ่งที่เพิ่งค้นพบความจริงอันโหดร้ายของบิดา
ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮือในความมืด เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนเกือบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งเจ็บปวด อ่อนโยน และโหยหา
ทว่า... ในวินาทีที่คีย์กำลังจะโน้มใบหน้าลงไปประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนเพื่อซ่อนความอ่อนล้าของตนเอง
*แอ๊ดดดด—!*
เสียงบานประตูเหล็กหนักอึ้งที่กั้นระหว่างบันไดทางขึ้นและห้องใต้ดินถูกผลักเปิดออกกะทันหัน เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นทำลายความเงียบทั้งหมดลงในพริบตา
เงาร่างของใครบางคนทอดยาวผ่านแสงไฟสลัวจากด้านบนลงมาหยุดอยู่ที่ขั้นบันไดขั้นสุดท้าย พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ก้าวตรงดิ่งเข้ามาอย่างไม่เกรงใจ
"นึกว่าใครแอบมาสุมหัวอะไรกันที่นี่..." น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ปรากฏบนใบหน้าของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง "ที่แท้ก็ลูกชายของ 'ไอ้คนทรยศ' ที่เคยฝังโปรเจกต์นี้ไว้นี่เอง... ดีจริงๆ ที่เราได้เจอกันอีกครั้งนะ คุณคีย์"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงข้าง และส่งพลังใจให้อันอบอุ่นมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 22
เงาอดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!