เสียงกระทบกันของแก้วคริสตัลใสราดรดด้วยแชมเปญราคาแพงเคล้าเสียงหัวoเราะครื้นเครงในห้องจัดเลี้ยงบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมหรู คือเครื่องหมายการันตีว่าโปรเจกต์มหาภัยที่เกือบพรากเอาวิญญาณออกจากร่างของพวกเขาทั้งคู่ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ได้เดินทางมาถึงหมุดหมายสำคัญแล้ว
แต่สำหรับ "คีย์ ธันวา" สถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาเชือดเฉือน บรรยากาศเฉลิมฉลองนี้กลับน่าอึดอัดกว่าการนั่งหน้ากระดานคำนวณโครงสร้างเหล็กซะอีก
"ดื่มน้อยลงหน่อยเถอะคุณ ลินิน หน้าคุณเริ่มแดงเป็นกุ้งต้มสุกแล้วนะ"
ธันวาเอ่ยปราดพร้อมกับยื่นมือไปฉวยแก้วไวน์ในมือบางของหญิงสาวออกอย่างถือวิสาสะ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยความหงุดหงิดระคนห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
"ยุ่งน่า คีย์ ธันวา... ฉันจะดื่มฉลองชัยชนะของฉัน ผิดตรงไหน?"
ลินินสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ปรายมองเขาอย่างท้าทาย เธอยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเซเล็กน้อยจนธันวาต้องรีบขยับเข้าไปคว้าข้อศอกเรียวไว้ตามสัญชาตญาณ ปลายนิ้วอุ่นจัดผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีสั้นสัมผัสผิวเนียนจนชายหนุ่มต้องรีบชักมือกลับราวกับโดนของร้อน
ให้ตายสิ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเขายิ่งกว่าแบบแปลนที่คำนวณผิดพลาดเสียอีก
"คุณเมามากแล้ว ลินิน เลิกดื้อแล้วกลับห้องพักไปพักผ่อนซะ ผมสั่งคนขับรถรอข้างล่างแล้ว" น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มเข้มขึ้น กลกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอกที่เริ่มควบคุมยาก
"ทำไมล่ะ? กลัวฉันเมาแล้วพูดความลับอะไรออกไปหรือไง สถาปนิกปากจัดอย่างคุณนี่นะ..." ลินินหัวoเราะคิกคักในลำคอ ใบหน้าหวานง้ำงอเข้าหากันอย่างน่าเอ็นดู เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนกลิ่นอายแอลกอฮอล์ผสมผสานกับน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จางๆ ลอยเข้าแตะจมูก "คุณเก่งทุกเรื่องแหละ คีย์ ยกเว้นเรื่อง... ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง"
ธันวาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกไปชั่วขณะ ดวงตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าเนียนที่แหงนขึ้นสบตาเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หัวใจในอกเต้นกระหน่ำราวกับมีใครมาตีกลองรัวอยู่ใกล้หู
ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนากับความยุ่งเหยิง แต่วินาทีนี้... เขากลับอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้เหลือเกิน
"คุณพูดบ้าอะไร ลินิน..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ปราการความเย็นชาที่สร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเผชิญกับดวงตากลมโตที่ส่อแววเว้าวอนและจริงจังในคราเดียวกัน
"ฉันไม่ได้บ้า..." ลินินเอื้อมมือเรียวขึ้นมาแตะที่ปกเสื้อสูทของเขา ปลายนิ้วสั่นเทาเล็กน้อยแต่หนักแน่น "ตลอดเวลาที่เรากัดกัน ในไซต์งาน ในห้องประชุม หรือแม้กระทั่งตอนที่คุณคอยตามเช็ดตามล้างปัญหาให้ฉัน... นายคิดว่าฉันดูไม่ออกเหรอว่าภายใต้คำพูดร้ายๆ ของคุณ มันซ่อนอะไรไว้"
ธันวาขยับริมฝีปากจะปฏิเสธ แต่คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ที่ลำคอเมื่อปลายนิ้วของหญิงสาวเลื่อนขึ้นมาแตะที่สันจاوของเขาเบาๆ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งถึงกับแข็งค้าง
"คุณมัน... ปากร้าย ใจแข็ง แต่ก็ใจดีกับฉันคนเดียวเสมอ..." เสียงกระซิบของลินินหวานซึ้งและพร่าเลือนลงทุกที สติที่เหลืออยู่ราวกับกำลังจะขาดผึ่งลงตรงหน้า
ธันวาหลับตาลงชั่วขณะเพื่อตั้งสติ เขาซ่อนความรู้สึกนี้ไว้ลึกแค่ไหน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงอ่านใจเขาได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้วะ?
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความนิ่งเฉยหรือความซึนเดชาอย่างเคย แต่เป็นประกายความคลั่งรักที่ถูกกักเก็บไว้มานานจนล้นทะลัก
มือหนาตัดสินใจยกขึ้นรวบเอวบางของเธอเข้ามาชิดแนบกายอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของทั้งคู่หลอมรวมกัน กลิ่นอายความเย้ายวนยามค่ำคืนโอบล้อมรอบตัวพวกเขาไว้
"ถ้าคุณรู้... แล้วทำไมยังกล้ามาท้าทายผมแบบนี้ล่ะ ลินิน" น้ำเสียงของธันวาทุ้มนุ่มและต่ำลึกจนน่าขนลุก ใบโน้มลงไปใกล้ใบหูเนียนจนเส้นผมระคลอเคลีย "คุณก็รู้ว่าผมไม่ใช่คนใจดี... และถ้าผมเริ่มจูบคุณตอนนี้ ผมอาจจะหยุดไม่ได้อีกเลย"
ลินินสะดุ้งเฮือก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือที่โอบกระชับเอวเธอไว้แน่น เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหม่าแต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
"ใครบอกว่า... จะให้หยุดล่ะ..."
คำพูดท้าทายหลุดออกจากริมฝีปากที่อยู่ห่างกันแค่คืบ ประกายตาของลินินส่งสัญญาณชัดเจนว่าเธอกำลังเล่นกับไฟ และธันวาก็พร้อมจะเผาไหม้ไปกับเธอ
สถาปนิกหนุ่มไม่รอช้า เขาโน้มใบหน้าลงปิดกั้นคำพูดทั้งหมดด้วยริมฝีปากของตัวเอง ความนุ่มนวลผสมผสานกับความโหยหาที่อัดอั้นมานานถูกถ่ายทอดผ่านจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ มือบางกำเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว ขณะที่วงแขนแกร่งโอบรัดร่างเธอเข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ไม่มีใครยอมใคร ทว่าเต็มไปด้วยความหวานล้ำที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุน
เพล้ง!
เสียงแก้วไวน์ตกแตกกระจายที่มุมระเบียงดังขึ้นแทรกกลางความเงียบงัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและเสียงอุทานด้วยความตกใจของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะ
"อุ๊ย! ขอโทษค่ะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมา..."
ธันวาผละออกจากริมฝีปากนุ่มด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เขาดึงลินินมาหลบไว้ด้านหลังเบาๆ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบราวกับใบมีดหันไปมองผู้ที่ถือวิสาสะเปิดประตูกระจกเข้ามาในโซนส่วนตัวนี้
และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้ลมหายใจของสถาปนิกหนุ่มสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อในทันที—
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 19
คำสารภาพในวันที่เมามาย
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!