"ถ้าคุณยังเดินเร็วกว่านี้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังวิ่งหนีความจริงบางอย่างนะ ลินิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าหยวนนิดๆ ลอยละลิ่วมาตามแรงลมกระโชกของหน้าผาหินปูน ลินินชะงักเท้าที่กำลังก้าวฉับๆ บนทางเดินแคบๆ ของไซต์งานก่อสร้างรีสอร์ตต่างจังหวัด เธอสะดุดลมหายใจตัวเองไปเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะกลัวความสูง แต่เป็นเพราะประโยคเมื่อครู่มันจี้ใจดำจนเธอต้องหันขวาควบคมุสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยโดยด่วน
หญิงสาวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย คีย์ ธันวา ในเวลานี้ไม่ได้สวมสูทเนี๊ยบกริบเหมือนเวลาอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอกกับกางเกงสแล็คเซอร์ๆ กลับขับเน้นให้ไหล่กว้างและร่างสูงโปร่งนั้นดูอันตรายต่อหัวใจคนมองยิ่งกว่าเดิม ยิ่งแสงแดดช่วงบ่ายสาดกระทบกรอบหน้าคมคายที่มีหยดเหงื่อเกาะพราว ยิ่งทำให้ลินินต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ฉันไม่ได้วิ่งหนีอะไรทั้งนั้นค่ะ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ฉันแค่ไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ" ลินินแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่อยากให้หลุดปาก
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นมาราวกับปีศาจจำแลงที่จงใจหยิบยื่นความปั่นป่วนให้เธอกลัว "เรื่องไร้สาระ? คุณหมายถึงหลักฐานการฮั้วประมูลที่ผมเพิ่งส่งให้คุณดูเมื่อเช้า หรือหมายถึงหัวใจตัวเองที่เต้นผิดจังหวะตั้งแต่เราติดอยู่ในรถตู้ด้วยกันสองต่อสองตลอดสามชั่วโมงที่ผ่านมากันแน่ล่ะ วิศวกรสาวคนเก่ง"
ให้ตายเถอะ! ผู้ชายคนนี้เกิดมาจากอะไร ทำไมถึงมีความสามารถในการดึงความนิ่งสงบทั้งหมดของเธอไปเผาไฟเล่นได้ภายในประโยคเดียว
หัวใจของลินินกระطุกวูบ ทันทีที่ได้ยินประโยคพิฆาตนั้น ขณะที่คีย์หรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทันทีที่รู้ว่าเกมนี้มีคนเล่นสกปรกเบื้องหลังลึกซึ้งยิ่งกว่าที่คิด บรรยากาศรอบตัวที่เคยมีเสียงลมพัดผ่านหน้าผา กลับเงียบงันลงทันตาเห็น เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่
"คุณกำลังไขว้เขว คีย์" ลินินเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอในแววตา เธอเลือกที่จะใช้ความแข็งกร้าวเข้าสู้ "เรามาที่นี่เพื่อตรวจสอบโครงสร้างฐานรากของเฟสสาม ไม่ใช่มาเล่นเกมจิตวิทยาประถมวัย ถ้าคุณว่างมากจนอยากหาเรื่องคุย ช่วยเอาสมองไปคิดเรื่องคานรับน้ำหนักของตึกโซน C จะดีกว่าไหมคะ"
คีย์ก้าวเท้าเข้ามาประชิดทีละก้าว... ทีละก้าว อย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง จนลินินต้องถอยหลังไปชนกับราวไม้กั้นเขตหน้าผาโดยอัตโนมัติ พื้นที่ว่างระหว่างพวกเขาลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้อากาศหายใจ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายแดดและฝุ่นปูนอ่อนๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้ประสาทสัมผัสของหญิงสาวตื่นตัวถึงขีดสุด
ชายหนุ่มโน้มตัวลงมา ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา มีทั้งความโกรธขึงต่อผู้มีอิทธิพลเบื้องหลังโปรเจกต์นี้ และมี... ความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้คำพูดเย้าแหย่อย่างแนบเนียน
"ผมคิดเรื่องคานรับน้ำหนักมาทั้งคืนแล้วลินิน..." คีย์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ใกล้จนเธอแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่น "แต่ดูเหมือนว่าโครงสร้างที่ผมควรจะห่วงที่สุดในตอนนี้... ไม่ใช่คานปูนบ้าบออะไรนั่นหรอก แต่มันคือคนตรงหน้าผมต่างหาก ดื้อด้าน หัวแข็ง และชอบหาเรื่องให้ผมต้องใจหายวาบอยู่เรื่อย"
ลินินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกレイ คำพูดเหน็บแนมที่เตรียมไว้เป็นกระบุงหายวับไปกับตา สมองของเธอขาวโพลนเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของคีย์เอื้อมมาปัดปอยผมที่ปลิวมาปรกลงข้างแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับปีกผีเสื้อ แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วร่าง
"คุณ... ปากเสียเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ" เธอพยายามเค้นเสียงออกมาให้มั่นคงที่สุด แม้ว่ามือที่กำชายเสื้อตัวเองจะชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วก็ตาม
"แต่คุณก็ไม่เคยปฏิเสธผมสักครั้งไม่ใช่เหรอ" คีย์ยิ้มมุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่หาดูได้ยาก "ยอมรับมาเถอะว่าการมาดูงานนอกเมืองครั้งนี้... ทำให้คุณมองผมในแง่ที่ดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยก็ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ใช่แค่สถาปนิกปากจัด"
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลอกตาขึ้นฟ้าเพื่อหาข้อแก้ตัว แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันอ้าปากเถียงเพื่อรักษาฟอร์ม โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กนิรภัยของคีย์ก็แผדเสียงแหลมดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงอย่างไม่ไว้หน้า
คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขาผละตัวออกจากลินินอย่างไม่เต็มใจนัก ควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนที่นัยน์ตาคมจะหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาอีกครั้งเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ลินินสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ "ใครโทรมาคะ?"
คีย์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มในตอนนี้ไร้ซึ่งความขี้เล่นโดยสิ้นเชิง มันถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและประกายตาดุดันระดับร้อยแรงม้า
"ไอ้คนที่ส่งคนมาสกัดดาวเราที่กรุงเทพฯ..." คีย์กดรับสายด้วยมือข้างเดียว น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเรียบสนิทจนน่ากลัว "ว่าไงครับ... บอสใหญ่?"
บรรยากาศบนหน้าผาราวกับถูกแช่แข็งในชั่วพริบตาเดียว ลินินเบิกตากว้างเมื่อตระหนักได้ทันทีว่า เกมรุกครั้งนี้กำลังจะพลิกโฉมหน้าไปตลอดกาล!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 18
เส้นขนานที่พยายามเข้าใกล้
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!