สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 16

ศัตรูที่คาดไม่ถึง

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
เสียงส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตเปลือiของไซต์งานดัง "ก๊อก... ก๊อก..." เป็นจังหวะที่มาพร้อมกับแรงกดดันมหาศาล บรรยากาศรอบตัวของอาคารพาณิชย์สูงสามชั้นที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างเหล็กขั้นสุดท้าย พลันเงียบงันลงทันทีเมื่อร่างระหงของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า "สวัสดีค่ะคีย์... ไม่เจอกันนานเลยนะ" เสียงทักทายนั้นหวานหยดย้อย แต่กลับเคลือบไว้ด้วยพิษสงที่คนฟังอย่างคีย์ ธันวา สัมผัสได้ทันทีด้วยสัญชาตญาณ สถาปนิกหนุ่มขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้เลนส์หรี่ลงมองผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า—แพรวพราว สถาปนิกสาวจากบริษัทคู่แข่งเบอร์หนึ่งในย่านธุรกิจ ผู้มีชื่อเสียงในด้านการ "ก๊อปปี้และตัดราคา" มากกว่าการสร้างสรรค์ผลงานด้วยสมองตัวเอง "ถ้ามาดูงาน ก็เชิญป้ายหน้าครับ พื้นที่ตรงนี้เป็นเขตก่อสร้างควบคุมความปลอดภัย คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้เข้า" คีย์ตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ รังสีความเย-ือกเย็นแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับติดป้ายเตือนภัยระยะประชิด "แหม ใจร้ายจังคีย์ ยังปากร้ายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะคะ" แพรวพราวหัวعิริในลำคอ กวาดสายตามองโครงสร้างเหล็กตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเยาะ "ฉันแค่แวะมาดูว่าโปรเจกต์ดาวรุ่งพุ่งแรงของบริษัทคุณ... จะไปรอดสักกี่น้ำ เห็นว่ากำลังมีปัญหาเรื่องงบกับวัสดุนำเข้าไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าสุดท้ายแล้ว... ก็ต้องยอมจำนนแล้วปล่อยให้บริษัทฉันเทคโอเวอร์โครงการนี้ไป" คำพูดนั้นไม่ได้แค่กวนประสาท แต่เป็นการประกาศสงครามกลางไซต์งานอย่างโจ่งแจ้ง "เสียดายโควตาออกซิเจนของเธอจัง แพรวพราว" เสียงใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนดังแทรกขึ้นมาก่อนที่คีย์จะได้อ้าปากตอกกลับ ลินินที่เพิ่งเดินตรวจความเรียบร้อยของคานเหล็กชั้นสองก้าวลงมาตามบันไดชั่วคราว มือเรียวถอดหมวกนิรภัยสีเหลืองออกสะบัดผมยาวสลวยเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววหยิ่งทะนงและรอยยิ้มเยาะที่คมคายไม่แพ้กัน "ถ้าว่างมากจนไม่มีงานทำ จนต้องเดินเร่ร่อนมาสอดรู้สอดเห็นงานคนอื่น แนะนำให้เอาเวลาไปจ้างดีไซเนอร์เก่งๆ มาช่วยรีโนเวทสมองตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ จะได้ไม่ต้องมาคอยแอบอزโครงงานชาวบ้านเขาอีก" แพรวพราหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเสแสร้งแตกกระจาย "นี่เธอ! วิศวกรปากดีคนนี้นี่เอง ที่คอยเกาะติดคีย์แจในไซต์งาน คิดว่าเก่งนักหรือไงถึงได้กล้ามาต่อปากต่อคำกับฉัน" "เก่งไม่เก่งไม่รู้ค่ะ... แต่ที่แน่ๆ ฉันไม่ได้ใช้ทางลัดขโมยแบบคนอื่นเขาก็แล้วกัน" ลินินก้าวเข้าไปประชิดยืนเคียงข้างคีย์ ระยะห่างระหว่างเธอกับสถาปนิกหนุ่มเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นหอมจางๆ ของแชมพูผสมกับกลิ่นอายฝุ่นปูนลอยเข้าจมูกคีย์ จนสถาปนิกหนุ่มเผลอชะงักไปชั่ววินาที "อีกอย่างนะแพรวพราว พื้นที่ตรงนี้วิศวกรคุมงานอย่างฉันสั่งห้าม 'ขยะเปียก' เข้ามาป้วนเปื้อน เชิญออกไปก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาหิ้วปีกออกไปดีกว่าค่ะ" "กรี๊ด! ปากดีนักนะ!" แพรวพราวหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธ โบกมือเรียกทีมงานด้านหลังที่ถือแท็บเล็ตและกล้องถ่ายรูปกรูเข้ามาทันที "ในเมื่อพวกแกปากดีนัก ก็เตรียมตัวรับข่าวฉาวพรุ่งนี้เช้าได้เลย! โครงสร้างเหล็กชุบกันสนิมล็อตนี้มีปัญหาเรื่องมาตรฐานใช่ไหมล่ะ ฉันตาถึงพอนะ... จะแฉให้วงการเขารู้ว่าบริษัทพวกเธอกำลังใช้วัสดุห่วยๆ สร้างตึกโกงผู้บริโภค!" สิ้นคำพูดนั้น แพรวพราวก็ส่งสัญญาณให้ลูกน้องพากันกรูเข้าไปถ่ายรูปจุดเชื่อมต่อโครงสร้างเหล็กมุมอับทันที หมายจะเก็บภาพไปบิดเบือนข้อเท็จจริงปล่อยลงโซเชียลมีเดียเพื่อทำลายชื่อเสียงโครงการ "เฮ้ย! หยุดนะเว้ย!" ลินินขยับตัวจะพุ่งเข้าไปขวาง แต่ถูกมือหนาของคีย์คว้าแขนรั้งไว้เสียก่อน คีย์ขมวดคิ้วแน่น แววตานิ่งสนิทแต่ประกายไฟแห่งความโกรธพุ่งพล่านอยู่ภายใน เขาดึงลินินมาหลบไว้ด้านหลังด้วยสัญชาตญาณการปกป้อง ก่อนจะก้าวออกไปขวางหน้าทีมงานของแพรวพราวด้วยความสูงและออร่าที่กดดันจนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "อยากถ่ายรูปนักใช่ไหมครับ" คีย์พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็นจนน่ากลัว "เชิญถ่ายให้พอใจ... แต่จำเอาไว้ว่า ภาพพวกนั้นถ้าหลุดออกไปแล้วมีความเท็จแม้แต่นิดเดียว ทีมกฎหมายของผมจะไม่ได้แค่ฟ้องหมิ่นประมาท... แต่จะเอาให้พวกคุณไม่มีที่ยืนในวงการวิชาชีพนี้ไปตลอดชีวิต" น้ำเสียงนั้นจริงจัง เด็ดขาด และทรงพลังจนทีมงานของแพรวพราวชะงักมือที่ถือกล้องทันที แพรวพราวหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อเจอสายตาดุดั่งพญายมของคีย์ แต่ก็ยังกัดฟันแค่นเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน "ขู่ไปเถอะคีย์! ของจริงมันอยู่ที่หลักฐาน คอยดูเถอะว่าโปรเจกต์นี้จะพังคามือพวกนายยังไง!" แพรวพราวสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะโบกมือไล่ลูกน้องให้ถอยร่นออกไปจากไซต์งาน เสียงฝีเท้าของกลุ่มผู้บุกรุกค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งเหลือเพียงความเงียบงันและความตึงเครียดที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ คีย์ผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างควบคุมอารมณ์ เขาก้มลงมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งตอนนี้เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ "เป็นไงล่ะคะ... คุณสถาปนิกผู้รักความสมบูรณ์แบบ ศัตรูตัวฉกาจมาเยือนถึงที่ แถมยังเกือบโดนแทงข้างหลังซะแล้ว" ลินินเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ แม้สถานการณ์เมื่อครู่จะน่าตึงเครียดแค่ไหน แต่เธอก็ยังไม่วายที่จะหาจังหวะกวนประสาทเขา คีย์หันขวับมามองวิศวกรสาว ปากร้ายๆ เริ่มทำงานทันทีตามสัญชาตญาณซึนเดระของเจ้าตัว "รู้ว่าเขามีแผนจะมาป่วน ทำไมไม่ถอยไปยืนห่างๆ ทำไมต้องทำตัวเป็นฮีโร่พุ่งไปชนก่อนตลอด หะ?" "อ้าว! นี่ฉันหวังดีหรอกนะยะ กลัวคุณจะโดนยัยนั่นเอาเปรียบทางคำพูด แล้วอีกอย่าง... ใครบอกว่าฉันเป็นฮีโร่ ฉันแค่ปกป้องผลงานตัวเองต่างหาก" ลินินเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องตรงเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "หรือว่า... คุณกลัวฉันจะเป็นอันตรายเหรอคะ?" ประโยคนั้นทำเอาคีย์ถึงกับพูดไม่ออก สถาปนิกหนุ่มเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหูที่เริ่มขึ้นสีแดงจางๆ ความรู้สึกร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปากที่เคยร้ายกาจตอนนี้กลับเม้มแน่นเข้าหากันอย่างขัดเขิน "ใครกลัว... เพ้อเจ้อ" คีย์พึมพำเสียงเบaในลำคอ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าเธอตรงๆ "แล้วก็เลิกทำตัวบุ่มบ่ามสักที ถ้าเมื่อกี้มันไม่ได้แค่มาถ่ายรูป แต่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ เธอจะทำยังไง?" น้ำเสียงที่หลุดออกมาถึงจะยังคงห้วนและมีความดุ แต่ในความดุนั้นกลับแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด ลินินชะงักไปเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะวูบหนึ่งเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่อ่อนลงของเขา รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าสวยค่อยๆ เลือนหายไป แทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจ บรรยากาศรอบตัวเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น คีย์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว ราวกับอยากจะค้นหาความหมายบางอย่างในนั้น "คีย์..." ลินินกระซิบเรียกชื่อเขาแผ่วเบa เสียงของเธอสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คีย์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่เอื้อมมือหนาออกไปแตะเบาๆ ที่ปีกหมวกนิรภัยที่เธอยังถือค้างไว้ ปัดมันออกให้พ้นทาง ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเลื่อนมาสัมผัสปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าประหลาดใจทำให้ลินินแทบลืมวิธีหายใจ ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและระยะห่างกำลังจะถูกปิดตายด้วยความรู้สึกที่เอ่อล้น... *Riiiiiing—!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของคีย์ก็แผדเสียงแหลมสูงทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา คีย์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือหนาชักกลับอย่างเสียดาย ควักโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง "มีอะไร..." คีย์กรอกเสียงลงไปอย่างไม่สบอารมณ์ (คุณธันวาคะ! แย่แล้วค่ะ!) เสียงปลายสายดังลอดออกมาด้วยความตื่นตระหนกจนลินินยังต้องหูผึ่ง (ตอนนี้ในโลกโซเชียลมีคลิปหลุดไซต์งานของคุณ ถูกปล่อยออกมาโดยเพจออกแบบคู่แข่ง... และที่สำคัญที่สุดคือ มีคนส่งจดหมายจากสำนักงานเขตแจ้งระงับการก่อสร้างกะทันหัน ส่งตรงมาที่บริษัทแล้วค่ะ!) คีย์นิ่งงันไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่าแผนการของแพรวพราวไม่ได้หยุดแค่การมาขู่หน้างาน แต่มันคือการโจมตีระดับทำลายล้างที่วางแผนมาอย่างรัดกุม เขาววางสายทันที แล้วหันขวับกลับมามองลินินที่ตอนนี้ใบหน้าตึงเครียดขึ้นมาทันทีเช่นกัน "เกิดอะไรขึ้น?" ลินินถามเสียงเครียด คีย์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ ก่อนจะจ้องลินินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง "มันไม่ได้แค่มาป่วน... แต่มันตั้งใจจะล้มโปรเจกต์นี้ให้พังคามือเรา... และตอนนี้ สำนักงานเขตสั่งระงับการก่อสร้างแล้ว" คำพูดนั้นแขวนความรู้สึกของคนอ่านไว้บนเส้นด้ายแห่งความวิกฤต เมื่อศัตรูซ่อนเล็บมาเหนือชั้นกว่าที่คิด และอนาคตของโปรเจกต์นี้กำลังจะพังทลายลงในพริบตาเดียว! ---------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "เมทริกซ์ซีโร่" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%