"เลนส์ของคุณมันโกหกคนอื่น หรือว่ามันโกหกตัวคุณเองกันแน่ วิน?"
เสียงของลุงสมหมายแหบพร่าราวกับกระดาษทรายที่ครูดไปบนก้อนกรวด ชายชราในชุดมอมแมมขยับกองกระดาษลังชิ้นสุดท้ายเข้าที่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผมผ่านแว่นสายตาที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน แสงไฟนีออนสลัวจากป้ายร้านสะดวกซื้อข้างทางส่องกระทบใบหน้าซูบตอบของเขา ทำให้ริ้วรอยแห่งความเหนื่อยล้าดูเด่นชัดยิ่งขึ้น
ผมลดกล้อง DSLR ในมือลง ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ใต้สะพานลอยตรงนี้จนได้ยินเพียงเสียงรถราที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนสายหลักของเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ภาพที่ผมเพิ่งกดชัตเตอร์ไปเมื่อครู่—ภาพของหญิงสาวในชุดทำงานที่นั่งกอดเข่าร้องไห้ลำพังท่ามกลางถุงขยะกองพะเนิน—มันจ้องกลับมาที่ผมผ่านหน้าจอ LCD ขนาดเล็ก
"ผมแค่อยากบันทึกความเป็นจริง ลุงหมาย" ผมตอบกลับไป เสียงของผมฟังดูแหบแห้งและไม่มั่นใจเท่าที่ควร
"ความจริง?" ลุงสมหมายหัวเราะหึๆ ในลำคอ "ความจริงคือเธอไม่ได้ต้องการให้ใครมาบันทึกความอัปยศของเธอในนาทีที่อ่อนแอที่สุดหรอก สิ่งที่คุณทำอยู่คือการช่วงชิงเอาความเป็นมนุษย์ของเขามาเป็นผลงานศิลปะ แล้วคุณก็กลับไปนั่งจิบกาแฟในห้องแอร์เย็นๆ สบายใจเฉิบ... ผมถามหน่อยเถอะ ในฐานะคนดูแบบคุณ คุณเคยถามตัวเองบ้างไหมว่า ถ้าเป็นคุณที่นั่งอยู่ตรงนั้น คุณจะอยากให้ใครสักคนเอาเลนส์มาจ่อหน้าแล้วบันทึกความพ่ายแพ้ของคุณไปอวดใครต่อใครหรือเปล่า?"
คำถามนั้นกระแทกเข้าที่หน้าอกผมอย่างจังราวกับถูกหมัดเหล็ก ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ผมใช้ชีวิตผ่านช่องมองภาพ (Viewfinder) มาโดยตลอด ผมคอยสังเกตการณ์ คอยบันทึกเรื่องราวที่น่าสงสาร น่าเวทนา หรือน่าจดจำของคนเมือง แต่ไม่เคยมีสักครั้งที่ผมหยุดคิดว่า ระยะห่างที่ผมเว้นไว้ระหว่าง 'ผู้สังเกตการณ์' กับ 'ผู้ถูกสังเกต' นั้น มันมีกำแพงที่ชื่อว่า 'จรรยาบรรณ' ขวางกั้นอยู่
ผมหันไปมองรินที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ เธอไม่ได้พูดอะไรมานานตั้งแต่ที่เราเดินออกมาจากย่านธุรกิจ มือเรียวของเธอสั่นเล็กน้อยขณะกระชับเสื้อคลุมตัวบาง เธอมองหญิงสาวคนนั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจที่มากกว่าความต้องการจะถ่ายภาพ
"บางทีสิ่งที่วินมองเห็น... มันอาจจะชัดเกินไปจนลืมไปว่าเรากำลังดูมนุษย์ ไม่ใช่ฉากละคร" รินพึมพำ น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาแต่บาดลึก "เราทุกคนต่างก็มีวันที่พังทลาย วิน แต่การที่ใครสักคนจะได้รับอนุญาตให้เห็นรอยร้าวของเราได้นั้น มันไม่ใช่แค่เรื่องของมุมกล้อง แต่มันคือเรื่องของ 'หัวใจ' ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนต่างหาก"
ผมนิ่งอึ้ง กล้องในมือที่เคยรู้สึกหนักแน่นและทรงพลัง กลับกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ ผมก้มมองภาพในจออีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นดูโดดเดี่ยวเกินกว่าจะเป็นแค่ตัวละครในพอร์ตโฟลิโอของช่างภาพคนหนึ่ง ความรู้สึกผิดที่ผมพยายามฝังกลบมาตลอด—ความผิดที่เคยปล่อยมือแม่ในวันที่ท่านต้องการคนปลอบประโลมที่สุด—มันตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาผมร้อนผ่าว
เหตุการณ์ในอดีตฉายชัดขึ้นในมโนภาพ วันที่ผมเลือกจะคว้ากล้องไปถ่ายภาพการประท้วงแทนที่จะคว้ามือแม่ที่กำลังสั่นเทาเพราะอาการป่วย ความเงียบงันของท่านในวันนั้นกับความเงียบของหญิงสาวคนนี้ช่างน่าหวาดหวั่นไม่ต่างกัน
"ผมทำอะไรลงไป..." ผมพึมพำกับตัวเอง
ขณะที่ผมกำลังจะกดปุ่ม 'ลบ' ภาพทั้งหมดทิ้ง จู่ๆ หญิงสาวคนนั้นก็หยุดร้องไห้ เธอเช็ดน้ำตาอย่างแรงก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมโดยตรง แม้จะอยู่ในความมืด แต่ผมเห็นสายตาของเธอชัดเจน มันไม่ใช่สายตาของเหยื่อที่กำลังถูกรังแก แต่มันเป็นสายตาของคนที่เพิ่งตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิต
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงมาที่ผม ก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าแล้วหยิบซองจดหมายสีขาวออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก
"คุณเป็นช่างภาพสินะคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบจนน่าประหลาด "ฉันเห็นคุณยืนตรงนั้นมาเกือบชั่วโมงแล้ว ถ้าคุณอยากจะถ่ายรูปฉันนัก... งั้นช่วยถ่ายภาพของฉันตอนที่ฉันกำลังส่งสิ่งนี้ให้คนที่จะทำลายชีวิตฉันด้วยนะคะ เพราะหลังจากนี้... ฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นตัวเองอีกแล้ว"
เธอยัดซองจดหมายใส่มือผมพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวและน่าขนลุก ก่อนจะเดินหายไปในเงามืดของตรอกแคบๆ ทิ้งให้ผมยืนอึ้งอยู่ตรงนั้นกับกระดาษในมือที่เริ่มเปียกชื้นเพราะเหงื่อจากฝ่ามือของผมเอง ลุงสมหมายขยับเข้ามาใกล้ แสงไฟจากรถยนต์ที่วิ่งผ่านส่องให้เห็นข้อความบนซองจดหมายที่เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ว่า "ถึงคนที่จะลบทุกอย่างทิ้งไปตลอดกาล"
วินาทีนั้น ผมตระหนักได้ทันทีว่า กล้องในมือของผมไม่ได้แค่กำลังบันทึกภาพ... แต่มันกำลังกลายเป็นพยานเพียงหนึ่งเดียวในเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเราทุกคนไปตลอดกาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดร่วมสังเกตการณ์ความจริงที่โหดร้ายแต่สวยงามในเมืองใหญ่ไปกับคนมองเมืองนะครับ
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 17
ในฐานะคนดู
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!