มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 38

ความจริงที่ถูกลบ

ผลงานโดย คนมองเมือง
นิ้วเรียวของวินหยุดชะงักค้างอยู่เหนือแป้นพิมพ์ แสงสีฟ้าจากหน้าจอลำแสงสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เหนื่อยล้าจนเส้นเลือดฝอยขึ้นเป็นสีแดงก่ำ บนหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาสีเทาเข้มตัวเก่ง ปรากฏหน้าต่างสีขาวโพลนไร้ข้อความ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระบบที่สั้นกุดและเยnชาเสียจนหัวใจของเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม *“Error 404: File Not Found / Data Stream Corrupted”* ไม่มีแถบความคืบหน้า ไม่มีเสียงเตือนซ้ำ ไม่มีร่องรอยของไฟล์ภาพถ่ายและบันทึกข้อมูลภาคสนามนับร้อยชั่วโมงที่เขาใช้เวลาแรมเดือนในการรวบรวมเพื่อเปิดโปงความเน่าเฟะของโครงการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง ทุกอย่างที่เกี่ยวกับริน ลุงสมหมาย และหลักฐานการฉ้อโกงของกลุ่มทุนใหญ่ ถูกกวาดล้างจนเกลี้ยงเกลาภายในชั่วพริบตาเดียว ราวกับว่าตัวตนและเรื่องราวทั้งหมดของพวกเขาไม่เคยมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ เสียงถอนหายใจยาวเหยียดดังลอดริมฝีปากของวินในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงกลิ่นอับของกระดาษเก่าและกาแฟเย็นชืด กลิ่นอายความพ่ายแพ้โชยเข้าจมูกราวกับควันพิษ เขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้พลาสติกจนมันส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ปลายนิ้วยังคงสั่นเทาเล็กน้อย ความเงียบงันภายในห้องพักย่านชุมชนแออัดยามตีสองครึ่งช่างน่ากลัว มันไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่เป็นความเงียบของเมืองใหญ่ที่พร้อมจะกลืนกินทุกความพยายามของคนตัวเล็กๆ ให้หายวับไปกับตา "บ้าเอ๊ย..." วินพึมพำกับความว่างเปล่า สมองของเขาขาวโพลนยิ่งกว่าหน้าจอคอมพิวเตอร์ ข้อมูลสำรองบนคลาวด์ที่เขาตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติก็ขึ้นสถานะออฟไลน์อย่างประจวบเหมาะ ไม่มีไฟล์แบ็คอัป ไม่มีสำเนาสำรอง ทุกอย่างถูกบล็อกโดยระบบรักษาความปลอดภัยที่ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร รินเคยเตือนเขาแล้ว... เธอเคยบอกว่าการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ของพวกคนมีสีและนายทุนใหญ่ มันเหมือนกับการเอาไข่ไปกระทบกับหินผา แต่เขาไม่ฟัง เพราะคิดว่าความจริงคือเกราะคุ้ม ทว่า ในมหานครแห่งนี้ ความจริงมักจะมีราคาแพงลิบลิ่ว และบางครั้ง มันก็ราคาถูกเสียจนถูกลบได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว เสียงเคาะประตูกระชั้นชิดดังขึ้นสามครั้ง ทำเอาวินสะดุ้งสุดตัว หัวใจกระหน่ำเต้นรัวระส่ำด้วยความระแวง ในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่มีใครมาเคาะห้องพักของเขาหรอก นอกจาก... "วิน เปิดประตูให้ฉันหน่อย เร็วเข้า!" เสียงหอบเหนื่อยของรินลอดผ่านบานประตูไม้เก่าๆ เข้ามา น้ำเสียงของเธั่นสเครือและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังของวิน เขาลุกพรวดจากเก้าอี้แล้วสาวเท้าเข้าไปปลดกลอนประตูอย่างรวดเร็ว ทันทีที่บานประตูเปิดออก รินโผเข้ามาในห้องด้วยสภาพที่น่าเวทนา เสื้อสูทสีดำตัวเก่งยับยู่ยี่ ผมเผ้ากระเซิง ดวงตาคู่สวยบวมเป่งจากการร้องไห้ เธอกำโทรศัพท์มือถือในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด รินพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอาการสั่นเทา แต่ไหล่ทั้งสองข้างของเธอยังคงไหวสะท้อน "ริน เกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึง..." วินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "พวกมันรู้แล้ววิน" รินตัดบทด้วยน้ำเสียงขาดห้วง เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องราวกับหวาดกลัวว่าจะมีใครซ่อนอยู่ "บัญชีธนาคารของบริษัทถูกอายัด บัตรเครดิตของฉันใช้ไม่ได้ และ... และพ่อกับแม่โทรมาบอกว่ามีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งไปหาท่านที่บ้านต่างจังหวัด ถามหาฉัน ถามหาเอกสารชุดที่เราเก็บไว้" วินนิ่งอึ้ง คำพูดของรินประเดประดังเข้ามาในหัวราวกับคลื่นลูกใหญ่ที่ซัดสาดเข้าใส่กำแพงดินที่ใกล้พังทลาย เขามองหน้าหญิงสาวผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางและคู่คิดในยามยาก แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีคราบของผู้หญิงทำงานที่เคยเข้มแข็งและเย่อหยิ่งอีกต่อไป เหลือเพียงความหวาดกลัวขั้นสุดของมนุษย์คนหนึ่งที่ถูกบีบให้จนมุม "ฉันเพิ่งโดนลบข้อมูลทั้งหมดในคอมพิวเตอร์เมื่อกี้นี้เองริน" วินบอกความจริงที่โหดร้ายด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่น "ทุกอย่าง... หายไปหมดแล้ว" รินเบิกตากว้าง รอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ เธอกัดริมฝีปากล่างจนห่อเลือด "แสดงว่าพวกมันไม่ได้แค่ขู่สินะ... พวกมันต้องการถอนรากถอนโคนพวกเราไม่ให้เหลือแม้แต่เศษซาก" ความกดดันในห้องแคบๆ นั้นหนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก วินหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงสว่างวาบด้วยความว่างเปล่า ความรู้สึกผิดที่เคยฝังลึกอยู่ในใจเมื่อครั้งอดีต—วันที่เขาปล่อยมือจากครอบครัวในวันที่เกิดวิกฤต—ไหลย้อนกลับมาทับถมเขาอีกครั้ง ในอดีตเขาเลือกที่จะหนีและปล่อยให้ทุกอย่างพังทลาย แต่วันนี้... เขากลับเลือกที่จะสู้ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่ต่างกันเลย ความพยายามที่จะปกป้องคนอื่นช่างไร้ค่าเสียนี่กระไร ทว่า ท่ามกลางความมืดมนและอับจนหนทางนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าเบาหวิวของคนทั่วไป แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบพื้นปูนอย่างจงใจและมั่นคง เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าห้องพักของวินพอดี ความเงียบสงบชั่วขณะเข้าปกคลุม ทั้งวินและรินต่างหยุดหายใจ หันไปจ้องมองบานประตูไม้เก่าๆ ที่มีเพียงกลอนอันน้อยนิดกั้นกลางระหว่างพวกเขากับโลกภายนอก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างสุภาพ แต่กลับทรงพลังและเยือกเย็นเสียจนขนหัวลุก ไม่มีคำพูดใดๆ เล็ดลอดออกมาจากอีกฝั่ง มีเพียงความกดดันที่แผ่ซ่านเข้ามาผ่านรอยแยกของประตู รินคว้าแขนเสื้อของวินไว้แน่น มือของเธอเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ก้าวเท้าช้าๆ ไปประชิดบานประตู โดยไม่รู้เลยว่าบุคคลที่ยืนรออยู่หลังประตูบานนั้น คือผู้ที่จะเข้ามาพลิกชะตากรรมของพวกเขาไปตลอดกาล หรือเป็นผู้ที่จะมาปิดฉากลมหายใจเฮือกสุดท้ายของพวกเขาในมหานครไร้เงาแห่งนี้กันแน่ ขอขอบคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามบันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%