“แฟ้มข้อมูลนี้ไม่ได้ลอยมาจากอากาศหรอกนะครับริน”
เสียงของหัวหน้าแผนกดังแทรกผ่านความเงียบงันในห้องประชุมเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ และความกดดันที่พุ่งสูงจนแทบหายใจไม่ออก รินนิ่งค้าง เธอมองดูเอกสารบนโต๊ะ—ตัวเลขในงบประมาณที่ผิดเพี้ยนไปอย่างน่าใจหาย ลายเซ็นดิจิทัลที่ปรากฏท้ายเอกสารนั้น... คือชื่อของเธอ
“ฉันไม่ได้ทำค่ะ... ผมหมายถึง ผมไม่ได้ทำครับ” รินเผลอหลุดปากแก้สรรพนามเมื่อความประหม่าเข้าครอบงำ เธอพยายามควบคุมมือที่สั่นเทาไม่ให้แสดงออกมา “นั่นไม่ใช่การตัดสินใจของฉัน ข้อมูลเหล่านี้ถูกแก้ไขหลังจากที่ฉันส่งไฟล์ให้คุณกานต์ตรวจสอบไม่ใช่หรือคะ?”
กานต์—คนที่เธอเชื่อใจที่สุดในออฟฟิศ เพื่อนร่วมงานที่เคยแบ่งปันแม้กระทั่งแซนด์วิชมื้อเที่ยงยามที่เธอไม่มีเงินพอจะซื้ออาหารหรูหรา—นั่งกอดอกอยู่ข้างหัวหน้า ใบหน้าของเขานิ่งเรียบเหมือนแผ่นน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว เขาไม่ได้สบตาเธอแม้แต่นิดเดียว
“รินครับ” กานต์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “อย่าดึงคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเลย ผมเข้าใจว่าคุณมีภาระเรื่องหนี้สินที่บ้าน แต่การยักยอกเงินโครงการเพื่อไปปิดยอดหนี้ส่วนตัว มันไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้องนะครับ”
ราวกับมีเข็มแหลมคมนับพันพุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจ รินเงยหน้ามองเพื่อนร่วมงานที่เธอเคยคิดว่าเป็นมิตรแท้เพียงคนเดียวในสมรภูมิออฟฟิศแห่งนี้ ความว่างเปล่าในดวงตาของกานต์ทำให้เธอเข้าใจในทันทีว่า นี่ไม่ใช่ความเข้าใจผิด แต่มันคือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างประณีตและไร้รอยต่อ
“กานต์... นายพูดอะไรนะ?” รินกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่า
กานต์ถอนหายใจยาว วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะที่ฟังดูเหมือนเสียงเคาะฝาโลง “หลักฐานมันฟ้องครับริน บันทึกการล็อกอินเข้าสู่ระบบในเวลาตีสองวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มาจากไอพีแอดเดรสบ้านคุณ... ผมไม่อยากเชื่อเหมือนกัน แต่ในฐานะคนทำงาน เราต้องแยกแยะความรู้สึกส่วนตัวออกจากความถูกต้องนะครับ”
วินยืนพิงกำแพงอยู่ห่างออกไปที่ริมระเบียงห้องทำงานของเขา เขากำลังยกกล้องขึ้นส่องผ่านเลนส์เทเลโฟโต้ไปยังหน้าต่างกระจกของอาคารฝั่งตรงข้าม แม้จะไม่ได้ยินเสียงบทสนทนาภายในนั้น แต่ท่าทางของรินที่ไหล่ลู่ลงและมือที่กุมขมับบอกเขาได้ดีกว่าคำพูดใดๆ ว่าพายุได้ซัดเข้าหาเธอแล้ว
เขารู้ดีว่ารินไม่มีทางทำเรื่องนั้น... หรืออย่างน้อย เขาก็เชื่อเช่นนั้น สายตาของวินจับจ้องไปที่ชายคนที่นั่งอยู่ข้างริน กานต์... ชายคนที่เขามักจะเห็นแอบสังเกตพฤติกรรมของรินผ่านมุมมืดเสมอ วินลดกล้องลง สัญชาตญาณของช่างภาพที่คลุกคลีกับความโสมมของเมืองใหญ่มานานบอกเขาว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องความผิดพลาดทางบัญชี แต่มันคือเกมการเมืองที่รินกลายเป็นเบี้ยตัวที่กำลังจะถูกสังเวย
เย็นวันนั้น วินพบรินนั่งเหม่อลอยอยู่บนม้านั่งตัวยาวในสวนสาธารณะร้างข้างตึก เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่ความเงียบของเธอทำร้ายใจคนมองยิ่งกว่าเสียงสะอื้น
“นั่งด้วยคนนะครับ” วินเอ่ยเบาๆ ก่อนจะวางกระป๋องกาแฟอุ่นๆ ลงข้างๆ เธอ
รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่หันมามองเขา ดวงตาที่เคยมีประกายแห่งความหวังบัดนี้ดูหม่นแสงลงราวกับคนหลงทาง “ถ้าฉันบอกว่าฉันไม่ได้ทำ... แต่ทุกคน รวมถึงคนที่ฉันไว้ใจที่สุดเชื่อว่าฉันทำ คุณจะเชื่อฉันไหมวิน?”
วินไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบกล้องออกมา วางมันไว้ข้างตัว “ภาพถ่ายน่ะริน... ถ้าผมปรับมุมกล้องนิดเดียว ผมก็สามารถทำให้คนดูเข้าใจผิดได้ว่าดอกไม้ที่สวยงามที่สุด คือขยะที่ไร้ค่าที่สุดได้”
รินขมวดคิ้ว มองดูเขาสลับกับกล้อง
“ความจริงไม่ใช่สิ่งที่เห็นได้ง่ายๆ ครับ มันมักจะซ่อนอยู่หลังเงาที่คนอื่นตั้งใจสร้างขึ้น” วินกล่าวต่อ เสียงของเขาหนักแน่น “เล่าให้ผมฟังได้ไหม ว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ตั้งแต่ก้าวแรกที่คุณเข้าออฟฟิศไป”
ในขณะที่รินกำลังจะเปิดปากเล่า ลมพัดแรงจนใบไม้ปลิวว่อน เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเธอก็ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นตา
รินกดรับด้วยมือที่สั่นเทา “ฮัลโหล...”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงกระซิบที่คุ้นหูจนน่าขนลุกดังลอดออกมา “ลบไฟล์ในถังขยะเสียริน... อย่าให้ฉันต้องเปิดเผยเรื่องที่เธอยืมเงินบริษัทเมื่อสามปีก่อนออกไปมากกว่านี้... ถ้าอยากอยู่ในเมืองนี้ต่อ ก็เงียบปากไว้”
รินหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีขาวราวกับกระดาษ เธอปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงสู่พื้น เสียงปลายสายตัดไปแล้วทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจคนทั้งคู่
วินหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมา มองหน้าจอที่มืดสนิท ก่อนจะหันไปสบตารินที่กำลังตัวสั่น “ริน... นั่นใครครับ?”
รินเงยหน้าขึ้น น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลอาบแก้ม “กานต์... เขาไม่ได้แค่ใส่ร้ายฉัน วิน เขาถือไพ่ตายในอดีตที่ฉันคิดว่ามันตายไปแล้วจริงๆ”
วินมองไปยังความมืดมิดของตึกสูงเบื้องหน้า รู้สึกได้ถึงรอยแยกของโชคชะตาที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า เมื่อเงาของใครบางคนเดินออกมาจากพุ่มไม้ใกล้ๆ พร้อมกับกล้องวิดีโอในมือ... และนั่นไม่ใช่ลุงสมหมายอย่างที่วินคาดไว้ในตอนแรก
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งความไว้ใจไปกับผมในตอนนี้ด้วยนะครับ
คนมองเมือง
มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ•ตอนที่ 22
ร่องรอยของการทรยศ
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหานครไร้เงา: บันทึกมิตรภาพใต้แสงไฟ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!