เสียงฟ้าคำรณดังสนั่นจนโครงสร้างเหล็กชั่วคราวของสำนักงานสนามสั่นสะเทือน เม็ดฝนฤดูร้อนกระหน่ำซัดลงมาใส่หลังคาเมทัลชีทจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับกลองศึก แต่เสียงธรรมชาติเหล่านั้นยังไม่น่าปวดหัวเท่าเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของธันวา สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว ที่กำลังนั่งกอดอกมองหน้าอินทีเรียสาวตัวแสบอย่างพาย ซึ่งตอนนี้กำลังยึดโต๊ะเขียนแบบของเขาเป็นที่กางแฟ้มผลงาน
"ถ้าคุณยังแก้แบบมุมบาร์น้ำด้วยฟอนต์แนวเรโทรหลุดโลกอันนี้อีกรอบ ผมจะถือว่าคุณจงใจก่อวินาศกรรมโปรเจกต์นี้นะครับคุณพาย" ธันวาเปิดฉากปะทะด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ สายตาคมกริบมองลอดแว่นสายตาด้วยความหงุดหงิด
พายเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไข โยนปากกาเมจิกในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง *เคร้ง* เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายเซนติเมตร แต่รัศมีออร่าความดื้อรั้นและความไม่ยอมคนของเธอกลับพุ่งชนอกเขาอย่างจัง
"วินาศกรรมอะไรของคุณคะคุณธันวา! นี่มันคือความกล้าหาญทางดีไซน์ต่างหาก ลูกค้าอยากได้ฟีลลิ่งอบอุ่นเหมือนคาเฟ่ในยุค 90s แต่คุณเล่นใส่คอนกรีตเปลือยกับเหล็กดำดุดันเข้ามาซะจนนึกว่านี่คือโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แบบนี้เขาเรียกว่าสถาปนิกขาดความยืดหยุ่นต่างหากล่ะค่ะ!"
"เขาเรียกว่าการควบคุมสุนทรียศาสตร์ของอาคารต่างหากครับ! งานออกแบบภายในมันต้องสอดรับกับโครงสร้างหลัก ไม่ใช่ตามใจจินตนาการฟุ้งซ่านของคุณจนคานรับน้ำหนักแทบทรุด!" ธันวาตอกกลับทันควัน ขยับตัวเข้าไปประชิดโต๊ะเขียนแบบเพื่อกดดัน แต่มือเรียวบางของพายกลับยื่นมากั้นอกเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนของเขาไว้พอดี
สัมผัสอุ่นร้อนผ่านเนื้อผ้าทำให้ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจของเขาสะดุดลงเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของพายอยู่ห่างกันเพียงคืบ ดวงตากลมโตคู่นั้นวาววับด้วยความท้าทาย ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวความดุของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งเลยแม้แต่น้อย
"งั้นเหรอคะ... ถ้าโครงสร้างมันเปราะบางนัก ทำไมคุณไม่ลองเปิดใจฟังไอเดียคนอื่นดูบ้างล่ะคะ หรือว่ากลัวว่าดีไซน์ของอินทีเรียคนนี้จะโดดเด่นเกินหน้าเกินตาพระเอกสถาปนิกจอมเนี๊ยบอย่างคุณกันแน่" พายลดเสียงลงกระซิบ ทว่าถ้อยคำกลับคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
ธันวาเม้มปากแน่น สันจاوโด่งคมสันขยับเล็กน้อยยามที่เขาขบกรามเข้าหากัน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เขาพยายามควบคุมมันมาตลอดห้าปีที่ร่วมงานกัน กลิ่นAromatherapyอ่อนๆ จากตัวพายผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในพื้นที่แคบๆ ของแคมป์คนงานแห่งนี้
เขารู้ดีว่าพายไม่ได้ผิดทั้งหมด ไอเดียของเธอมักจะซ่อนความเจิดจ้าที่ทำให้งานน่าสนใจเสมอ แต่ความปากแข็งและฟอร์มจัดของเขามันค้ำคอจนต้องหาเรื่องเถียงทุกครั้งไป
"ผมไม่ได้กลัวว่าใครจะเด่นกว่า..." ธันวาพูดเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดหน้าผากมนของหญิงสาวเมื่อเขาโน้มตัวลงไปอีกนิด "ผมแค่... รำคาญเวลาที่คุณดื้อดึงแล้วไม่ยอมมองความจริงต่างหาก"
"ฉันไม่ได้ดื้อ ฉันแค่มีเหตุผล!"
"เหตุผลของคุณมันใช้แต่อารมณ์นำหน้าครับ"
"ถ้าไม่มีอารมณ์ร่วม งานศิลปะมันก็เป็นแค่แท่งปูนตายซากนั่นแหละค่ะคุณธันวา!"
ทั้งคู่จ้องตากันเขม็ง ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำภายนอก ไดอะล็อกและการปะทะฝีปากดำเนินไปอย่างดุเดือดราวกับสนามรบขนาดย่อม แต่ในขณะเดียวกัน ปฏิกิริยาเคมีระหว่างคนทั้งคู่กลับร้อนระอุขึ้นสวนทางกับอุณหภูมิภายนอกที่ลดต่ำลง
ธันวาจ้องริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดนั้นด้วยความรู้สึกที่ตีรวนในอก มือหนาที่เคยพับเก็บแปลนกระดาษ ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาจับขอบโต๊ะเพื่อกักตัวเธอไว้ไม่ให้ถอยหนี แววตาของสถาปนิกหนุ่มแปรเปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความลึกล้ำที่อ่านไม่ออก
พายชะงักไปเมื่อเห็นประกายตาคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะ เธอถอยหลังไปจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะ แต่ทว่าวงแขนแกร่งของธันวากลับปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี
"ธันวา..." พายเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ
"หื้ม?" ธันวาครางรับในลำคอ เสียงทุ้มแหบพร่าอย่างจงใจ "ว่ายังไงครับ คุณอินทีเรียคนเก่ง เมื่อกี้ยังเถียงผมฉอดๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ"
"ฉัน..."
ยังไม่ทันที่พายจะได้หาคำมาตอบโต้เพื่อกู้ฟอร์ม เสียงโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าของคีย์เพื่อนสนิทที่วางทิ้งไว้บนกองแบบร่างก็ดังแผดเสียงขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมดุเดือดนั้นทันที พร้อมกับที่หน้าจอแสดงข้อความแจ้งเตือนบางอย่างที่ทำให้ธันวาต้องขมวดคิ้วมุ่น
ธันวาผละตัวออกห่างด้วยความเสียดายแกมโล่งอกเล็กน้อย เขากดเปิดอ่านข้อความจากคีย์ที่ส่งเข้ามาขัดจังหวะชีวิตพอดี แต่พอ่านจบ ดวงตาคมก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนเคร่งเครียด
*(ข้อความจากคีย์: "ไอ้ธันวา! แย่แล้วโว้ย นายทุนใหญ่เขาเพิ่งโทรมาบอกว่า จะยกเลิกสัญญาโปรเจกต์นี้ถ้าพวกแกยังเคลียร์เรื่องแบบบาร์น้ำกันไม่ลงตัวภายในคืนนี้! และตอนนี้... เขาก กำลังขับรถลุยฝนไปตรวจแคมป์พวกแกด้วยตัวเองแล้วเว้ย!")*
ธันวาหันขวับกลับมามองหน้าพายทันที สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น
"มีอะไรเหรอคะ หน้าคุณดูเครียดๆ นะ" พายถามด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง
"นายทุนกำลังมาที่นี่..." ธันวาพูดเสียงเครียด ดวงตาคมกริบมองตรงไปยังประตูแคมป์คนงานที่เริ่มมีแสงไฟจากรถยนต์สาดส่องเข้ามา "และถ้าเขาเห็นเรายืนเถียงกันเรื่องฟอนต์เรโทรกับคอนกรีตเปลือยแบบนี้ โปรเจกต์สิบล้านของเราได้ปลิวหายไปกับสายฝนแน่ครับ"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มซาลง...
[นาโนบอทมาสเตอร์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับโมเมนต์กัดกันแต่ฟินกระจายของธันวากับพายในตอนนี้ด้วยนะครับ!]
เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 6
ลับฝีปากในฝนตก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!