เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 5

กาแฟกับความสงบที่ไม่มีจริง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"โครงกระดูกมนุษย์... ใต้ฐานรากโซน C บ้าไปแล้วหรือยังไง!" เสียงสบถต่ำในลำคอของธันวาดังขึ้นทันทีที่ข่าวร้ายจากไซต์งานถูกรายงานเข้ามา บรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมชั่วคราวแทบจะระเบิดเป็นจุล แฟ้มแบบแปลนสถาปัตยกรรมในมือของสถาปนิกหนุ่มถูกบีบจนยับย่น สะท้อนความหงุดหงิดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ไม่ใช่แค่เรื่องงานหยุดชะงัก แต่มันคือหายนะครั้งใหญ่ที่จะฉุดโปรเจกต์นี้ดิ่งเหว แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังหน้าเครียดเป็นสمตวัน พายกลับยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้ ดวงตากลมโตคู่สวยมองหน้าธันวาด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความกวนประสาท "อุ๊ย โครงกระดูกเหรอคะ เอ๊ย... ครับ หน้าตาตื่นเชียวนะคุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ สงสัยวิญญาณเจ้าที่เขาคงอยากมาร่วมแจมประชุมออกแบบอินทีเรียกับเรามั้งคะ... อ๊ะ ลืมตัว พูดผิด พูด 'ครับ' ก็ได้ เอ้า ทำหน้าให้มันผ่อนคลายหน่อยสิคะ... ครับ!" พายจงใจลากเสียงสูงเพื่อกวนโมโหคนตรงหน้าโดยเฉพาะ ธันวาหันขวับมามอง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังอินทีเรียสาวตัวแสบที่ชอบกวนน้ำให้ขุ่นในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาญ "ถ้าคุณยังว่างมาเล่นมุกตลกคาפהคาเฟ่แบบนี้ พาย... เชิญไปเดินนับตอกเสาเข็มที่โซน C เลยไป" ธันวาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ ในอก "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ งานกำลังจะพังเพราะซากกระดูกบ้าๆ นั่น แล้วคุณยังจะมาทำระรื่น!" "ก็แล้วจะให้ฉันร้องไห้ฟูมฟายรึไงล่ะคะ... เอ๊ย ครับ!" พายยักไหล่ไม่ยี่หระ เธอเดินนتاجเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานที่กองไปด้วยกาแฟและเอกสาร กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนคั่วเข้มลอยแตะจมูก "คนงานเขาแจ้งตำรวจแล้ว ทีมพิสูจน์หลักฐานกำลังมา คุณจะเครียดไปทำไม หน้าแก่เร็วกว่าเดิมไม่รู้ด้วยนะ" พูดจบ พายก็เอื้อมมือคว้าแก้วกาแฟอเมริกาโน่เย็นจัดที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดูดอึกใหญ่โดยไม่ทันสังเกตป้ายชื่อที่แปะไว้ด้านหลังแก้ว "อืม... วันนี้เข้มสะใจดีแฮะ ปกติเห็นกินแต่ลาเต้จืดชืดนี่นา เปลี่ยนแนวเหรอคุณธันวา" พายพึมพำกับตัวเองขณะเคี้ยวน้ำแข็งกร้วบๆ ธันวากะพริบตาปริบๆ มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก สติของเขาหยุดชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นยัยตัวแสบยกแก้วเครื่องดื่มของเขาขึ้นดื่มอย่างไร้ความเกรงใจ นั่นมันอเมริกาโน่ช็อตเข้มพิเศษแบบไม่หวานเลยแม้แต่นิดเดียว... เครื่องดื่มที่เขาใช้ปลุกสติท่ามกลางความฉิบหายวายป่วงของโปรเจกต์นี้! "พาย..." ธันวาเรียกชื่อเธอเสียงพร่า ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "อะไรคะ มองหน้าทำไม มีอะไรติดหน้าฉันรึไง" พายเลิกคิ้วสูง เอียงคอมองอย่างสงสัย เธอยื่นแก้วกาแฟในมือกลับมาวางบนโต๊ะแรงๆ จนน้ำกระฉลอก "อ่ะ คืนให้ก็ได้ หวงจริงนะกาแฟแก้วแค่นี้" "นั่น... มันแก้วของผม" ธันวาพูดลอดไรฟัน ชี้ไปที่แก้วพลาสติกใสที่มีรอยลิปสติกสีแดงระเรื่อตรงขอบแก้ว พายชะงักค้างไปสามวินาที สมองประมวลผลคำพูดของสถาปนิกหนุ่ม ก่อนที่ดวงตากลมโตจะก้มลงมองแก้วในมือสลับกับแก้วอีกใบที่วางอยู่ข้างๆ ซึ่งมีชื่อของเธอเขียนไว้อย่างชัดเจน *'พาย - ห้ามแตะ!'* ความร้อนพุ่งวาบขึ้นมาที่ใบหน้าของอินทีเรียสาวทันที ต่อมความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตา เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใบหูขาวเนียนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ "อ๊ะ... เอิ่ม..." พายอ้าปากค้าง สมองตื้อตันไปหมด "ทำไมคุณไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า!" "ผมยังไม่ทันอ้าปาก คุณก็ซัดเข้าไปครึ่งแก้วแล้วครับคุณอินทีเรียสมองไว" ธันวาโต้กลับทันควัน มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความหงุดหงิดเรื่องโครงกระดูกเมื่อครู่มลายหายไปชั่วขณะ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่แล่นพล่านอยู่ในอกเมื่อนึกขึ้นได้ว่า... ทางอ้อมแล้ว พวกเขาเพิ่งจะทางอ้อม 'จูบ' กันผ่านหลอดกาแฟ พายรีบเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจของเธอดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก ยัยคนปากเก่งอย่างเธอถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเจอสายตากรุ้มกริมแกมเจ้าเล่ห์ของนายสถาปนิกเจ้าระเบียบเข้าจังๆ "Eww... กินกาแฟขมปี๋แบบนี้เข้าไปได้ยังไง รสนิยมแย่ชะมัด" พายหาเรื่องกลบเกลื่อนความเขินด้วยการแหวใส่ เสียงสั่นนิดๆ ที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไม่ให้ใครจับได้ "รสนิยมผมจะแย่หรือเปล่าไม่รู้..." ธันวาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ขายาวๆ ของสถาปนิกหนุ่มบีบพื้นที่ให้พายถอยหลังจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางเอกสาร เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ "แต่เมื่อกี้... คุณดูท่าทางจะชอบมันมากเลยนะครับ พาย" คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มร้ายกาจทำให้พายแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวลามไปถึงต้นคอ มือเรียวเล็กพยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ธันวากลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับภูเขา ไร้ทีท่าว่าจะถอยหลัง "ถอยไปเลยนะ! ฉันแค่หยิบผิด รีบๆ ไปจัดการเรื่องกระดูกใต้ตึกโน่นเลยไป!" พายโวยวายเสียงดังกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจ ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มนุ่มและมีเสน่ห์จนพายต้องลอบกลืนน้ำลาย เขาก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับแก้มใส ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของไซต์งาน แต่ในห้องนี้กลับมีเพียงเสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นรัวแข่งกัน ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้พูดหยอกเย้าอะไรไปมากกว่านั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน! "พี่ธันวา! แย่แล้วครับพี่!" เสียงหอบแฮกของเด็กฝึกงานคนเดิมดังขึ้น พร้อมกับร่างที่พุ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "ตำรวจกับทีมพิสูจน์หลักฐานมาถึงแล้วครับ... แต่... แต่เรื่องโครงกระดูกไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่สุดตอนนี้แล้วครับ!" ธันวาผละตัวออกจากพายอย่างเสียดายเล็กน้อย เขานิ่วมองหน้าเด็กฝึกงานด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ "มีอะไรอีก อย่าบอกนะว่าขุดเจอระเบิดสมัยสงครามโลก?" เด็กฝึกงานหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทายิ่งกว่าเดิม ยกดมือชี้ไปที่หน้าประตูพร้อมกับเสียงที่ขาดเป็นห้วงๆ "เปล่าครับ... คือ... เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาบอกว่า... โครงกระดูกที่ขุดพบใต้ฐานรากโซน C น่ะครับ... มี 'รอยสัก' รูปสัญลักษณ์เดียวกับแหวนที่พี่ธันวาใส่ติดมืออยู่ตอนนี้เลยครับ!" ธันวานิ่งงัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปจากใบหน้าทันที สายตาก้มมองแหวนเงินเกลี้ยงเกลาที่นิ้วมือของตนเองอย่างช้าๆ ในขณะที่พายหันขวับมามองหน้าเขาด้วยแววตาทื่นตะลึงและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่กำลังระเบิดขึ้นในหัว --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความปากแข็งของพ่อหนุ่มสถาปนิกกับยัยอินทีเรียตัวแสบตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%