เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 4

รอยร้าวในโครงสร้าง

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
"ถ้าแกยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกอยู่ตรงนั้น ฉันจะฟ้องเจ๊มดว่าแกแอบอخذคุกกี้ในห้องประชุมไปกินคนเดียวทั้งหมด" คีย์ยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อนสนิทพร้อมกับพิงสะโพกกับกรอบประตู รอยยิ้มกวนประสาทระบายอยู่บนใบหน้าคมคายตามประสาคนปากเสียที่ชอบจับผิดเวลาคนอื่นกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความหงุดหงิดระคนโล่งอก มือหนาเสยผมดำสนิทที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการกระโดดผละออกจากร่างบางเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบส่งค้อนวงใหญ่ไปให้เพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะได้ถูกเวลาเสียเหลือเกิน "ปากแกนี่มันสมควรโดนเย็บด้วยลวดเย็บกระดาษสักแม็กซ์จริงๆ นะคีย์" ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามปรับน้ำเสียงและท่าทางให้กลับมาเป็นสถาปนิกผู้เนี๊ยบและสุขุมเช่นเดิม แม้ว่าหัวใจข้างในจะยังเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อกี่นี้ก็ตาม พายไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแต่ก้มหน้าลงมองแบบพิมพ์เขียวโครงสร้างบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ทันที ปลายนิ้วเรียวสวยที่มักจะจับดินสอและเมาส์ปากกาอยู่เสมอกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนขอบกระดาษยับยู่ยี่ ความร้อนที่เคยแล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสัญชาตญาณนักออกแบบที่กำลังตื่นตัว บรรยากาศในห้องทำงานชั่วคราวบนไซต์งานก่อสร้างเปลี่ยนจากความกำกวมทางอารมณ์ กลายเป็นความตึงเครียดระดับวิกฤตในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที "นี่มันอะไรกัน..." พายพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบจนคีย์ที่กำลังยืนพิงประตูกลั้วหัวเราะอยู่ต้องหุบยิ้มฉับ ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ก้าวฉับๆ กลับเข้ามาที่โต๊ะทำงาน โน้มตัวลงมองตามนิ้วเรียวของอินทีเรียสาวที่กำลังจิ้มลงไปบนจุดตัดของเสาหลักโซนรับแขกในแบบแปลนวิศวกรรมที่เขาเป็นคนคำนวณและออกแบบด้วยตัวเอง "มีอะไรอีก อินทีเรียสาวจอมเรื่องมาก แบบแปลนตรงนั้นผมตรวจทานมาสามรอบแล้ว ไม่มีทางผิดพลาดเรื่องการรับน้ำหนักแน่นอน" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจตามสไตล์สถาปนิกผู้ไม่เคยยอมจำนนใครง่ายๆ "มั่นใจเกินไปหรือเปล่าครับ คุณสถาปนิกผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว" พายเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยประกายความโกรธและความผิดหวังที่ปะปนกันอย่างชัดเจน "ถ้าคุณตรวจทานดีจริง ทำไมตำแหน่งของท่อชาร์ฟระบบระบายอากาศหลัก ถึงได้วิ่งตัดผ่านแนวคานรับน้ำหนักพอดีแบบนี้ล่ะ!" ธันวาชะงัก ดวงตาคมกริบกวาดมองตามตัวเลขและสัญลักษณ์บนแบบแปลนอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลคำนวณโครงสร้างในหัวทันที แต่ยิ่งมองลึกลงไป หัวใจของเขาก็ยิ่งหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยร้าวในโครงสร้าง... ไม่ใช่แค่รอยร้าวบนผนังปูนที่พายเคยเจอในตอนแรก แต่นี่คือ "รอยร้าวทางความคิด" ระหว่างงานสถาปัตยกรรมและงานระบบวิศวกรรมที่เขาดันมองข้ามไปอย่างไม่น่าให้อภัย "วะ... ว่าไงนะ" คีย์ที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุ รีบเดินตรงเข้ามาดูแบบแปลนบนโต๊ะด้วยใบหน้าที่เริ่มซีดเผือด "เฮ้ย ธันวา เอาจริงดิ? ถ้าท่อชาร์ฟตรงนี้วิ่งผ่านคานตามแบบนี้จริง แรงเฉือนตรงจุดเชื่อมต่อมันเกินพิกัดรับน้ำหนักแน่ๆ ถ้าฝืนสร้างต่อไป มีหวังโครงสร้างโซนนี้พังครืนลงมาตอนตึกเสร็จแหงๆ" ไม่มีเสียงตอบรับจากธันวา ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคู่คมจ้องมองตัวเลขการคำนวณในกระดาษสลับกับใบหน้าบึ้งตึงของพาย ความเงียบงันอันน่าอึดอัดแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน สำหรับธันวา ความผิดพลาดครั้งนี้คือรอยด่างพร้อยครั้งใหญ่ในฐานะสถาปนิกหัวกะทิผู้ไม่เคยทำงานพลาด แต่สำหรับพาย มันคือความเสี่ยงอันตรายที่อาจทำให้งานออกแบบทั้งหมดของเธอพังพินาศ และที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของชีวิตคนที่จะเข้ามาใช้งานในอนาคต "คุณปล่อยให้ความผิดพลาดแบบนี้เล็ดลอดสายตามาได้ยังไง ธันวา!" พายระเบิดอารมณ์ออกมาในที่สุด น้ำเสียงหวานใสที่เคยใช้ต่อปากต่อคำกันตอนนี้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด "คุณมัวแต่เอาเวลาไปตรวจความเรียบร้อยของเส้นสายดีไซน์ จนลืมดูหัวใจหลักของตึกหรือไงคะ!" "ผมไม่ได้ลืม!" ธันวาโต้กลับเสียงดังไม่แพ้กัน ความอีโก้สูงลิ่วในฐานะผู้ชายและสถาปนิกถูกกระตุ้นจนเลือดขึ้นหน้า สันกรามคมขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน "สถานการณ์หน้างานมันบีบบังคับให้ต้องปรับหน้างานกระชั้นชิด คุณก็รู้ว่าทีมวิศวกรโครงสร้างแก้แบบส่งมาให้ผมตอนดึกดื่น ผมต้องรีบเคลียร์พื้นที่ให้พวกคุณเข้าหน้างานต่อตามกำหนดเวลานะพาย!" "แล้วไง? จะโยนความผิดให้ตารางเวลาหรือโยนให้ทีมอื่นงั้นสิ!" พายหัวเราะในลำคอด้วยความโมโห ดวงตารื้นไปด้วยหยาดน้ำใสเล็กน้อยด้วยความอัดอั้นตันใจที่ต้องมาทำงานร่วมกับคนหัวดื้อ "คุณมันเอาแต่ใจตัวเอง เอาแต่ยึดติดกับกรอบบ้าๆ ของคุณ จนไม่ยอมฟังเสียงคนอื่น ตั้งแต่แรกถ้าคุณยอมรับฟังฉันตอนที่บอกว่าสเปซตรงนี้มันดูแคบเกินไป... เรื่องบ้าๆ แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น!" "นี่คุณกำลังพาล!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระจัดกระจาย ความอดทนที่พยายามเก็บกักไว้พังทลายลงในพริบตา "เรากำลังคุยกันเรื่องความผิดพลาดทางวิศวกรรม อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน!" "ใครกันแน่ที่เอาเรื่องส่วนตัวมาปปน!" พายก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวาโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย นิ้วเรียวจิ้มลงบนอกแกร่งของชายหนุ่มเน้นๆ ทุกคำพูดพ่นออกมาด้วยความอัดอั้น "คุณไม่ยอมรับว่าตัวเองพลาด เพราะอีโก้ของคุณมันค้ำคออยู่ต่างหากล่ะ ธันวา!" ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ นั้นสัมผัสโดนหน้าอก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวลอยเข้าจมูกท่ามกลางความตึงเครียด แววตาที่ดุดันและเต็มไปด้วยความโกรธของพายในตอนนี้ กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดสายตาเขาไว้อย่างประหลาด จนคำพูดโต้เถียงที่เตรียมไว้ติดอยู่ที่ลำคอ คีย์ที่ยืนมองสถานการณ์อยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นกุมขมับกับเคมีที่ร้อนแรงเกินต้านของเพื่อนสนิทและยัยตัวแสบประจำโปรเจกต์นี้ "เอ่อ... คือว่านะคุณพายครับ คุณธันวาครับ..." คีย์พยายามแทรกตัวเข้ามาตรงกลางเพื่อแยกคู่กรณีทั้งสองออกจากกัน "ใจเย็นๆ กันก่อนดีไหมครับ เรื่องโครงสร้างตรงนี้ เดี๋ยวผมจะช่วยเคลียร์กับทีมวิศวกรให้ใหม่เอง รับรองว่าไม่ให้กระทบกับงานอินทีเรียของคุณพายอย่างแน่นอน..." "ไม่ต้องมายุ่งน่า คีย์!" ธันวาและพายประสานเสียงกันอย่างพร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย จนคีย์ต้องยกมือยอมแพ้แล้วถอยหลังกรูดออกไปยืนนอกรัศมีสงครามประสาท ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้มมองหน้าหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ ความใกล้ชิดในระยะประชิดทำให้เขาเห็นแพขนตางอนและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับทรยศเขาด้วยการเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเดิม ธันวาผ่อนลมหายใจยาว หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนจะลืมตาขึ้นมามองสบตาเธอด้วยแววตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน "โอเค... ผมยอมรับ" ธันวาเอ่ยเสียงเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "จุดนี้... ผมผิดเองที่ตรวจไม่ละเอียดพอ ขอโทษด้วยครับพาย" พายที่กำลังเตรียมง้างปากจะเถียงต่อถึงกับชะงักค้างอ้าปากพะงาบๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความคาดไม่ถึง เธอมองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้หยิ่งทะนงตนคนนั้นด้วยความงุนงง ไม่คิดว่าคนอย่างธันวาจะยอมเอ่ยปากขอโทษออกมากusๆ ง่ายแบบนี้ บรรยากาศในห้องที่เคยคุกรุ่นไปด้วยเปลวไฟแห่งความโกรธ กลับเงียบสงบลงในพริบตา เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสะท้อนอยู่ในความเงียบ ธันวาขยับเข้าไปใกล้พายอีกนิด ก้มหน้าลงมองเธอด้วยสายตาที่ซ่อนความรู้สึกคลั่งรักไว้ไม่มิด มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะที่ไหล่บางเพื่อปลอบประโลมสถานการณ์ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของธันวาจะทันได้สัมผัสโดนตัวของพาย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "พี่ธันวา! แย่แล้วครับ! คนงานบอกว่าเจอ... เจออะไรบางอย่างใต้พื้นคอนกรีตโซน C ที่เรากำลังรื้อถอน!" ร่างของเด็กฝึกงานฝ่ายวิศวกรรมวิ่งหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยความตกใจ ใบหน้าซีดเผือกจนแทบไม่มีสีเลือด ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัว ธันวาชักมือกลับทันที พายหันขวับไปมองหน้าเด็กฝึกงานด้วยความตกใจ ส่วนคีย์รีบก้าวเข้าไปคว้าไหล่เด็กหนุ่มคนนั้นไว้ "ตั้งสติแล้วพูดให้รู้เรื่อง มีอะไรใต้พื้นคอนกรีตโซน C?" ธันวาเสียงเข้มขึ้นทันที สัญชาตญาณสถาปนิกและผู้ควบคุมงานกลับมาทำงานเต็มพิกัด เด็กฝึกงานกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ตัวสั่นเทาขณะชี้มือไปทางประตูห้องทำงาน "กระดูก... ครับพี่ธันวา คนงานบอกว่าเจอโครงกระดูกมนุษย์ ฝังอยู่ใต้ฐานรากเก่าตรงโซน C ครับ!"
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%