เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 7

ลายเส้นที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูกดังขึ้นสามครั้งอย่างหนักแน่น ท่ามกลางเสียงฝนที่เริ่มซาลงเหลือเพียงหยดน้ำที่เกาะตามบานกระจก ธันวาชะงักมือที่กำลังถือด้ามปากกาหมึกซึมราคาแพง เขากลอกตาเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดระคนสงสัย ใครกันที่บุกมาถึงสตูดิโอส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้ ในเมื่อคีย์ก็เพิ่งกลับออกไปได้ไม่ถึงชั่วโมง และก่อนที่ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเรียบร้อยจะทันได้ขยับตัว ประตูไม้เนื้อแข็งก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝ่ามือเล็กๆ ของคนที่เขาเพิ่งจะปะทะคารมกันไปหมาดๆ "บอกว่าอย่าเพิ่งล็อกห้องไงเล่า... หูหนวกหรือไงคุณธันวา" เสียงใสๆ ที่ติดจะหงุดหงิดดังขึ้นทันที พร้อมกับร่างของพายที่ก้าวฉับๆ เข้ามาในอาณาจักรแห่งความเนี๊ยบของเขา ในมือเธอถือแฟ้มผลงานกระดาษดรอว์อิ้งที่ยับยู่ยี่จนน่าเวทนา และเศษกระดาษโน้ตโพสต์อิทสีสะท้อนแสงที่แปะแปะแกะแกะจนแทบจะกลายเป็นรังนก ธันวาถอนหายใจเฮือกใหญ่ วางปากกาลงบนโต๊ะทำงานอย่างเบามือที่สุด เพื่อควบคุมอารมณ์ที่เริ่มปั่นป่วนตั้งแต่เห็นรอยยิ้มกวนประสาทนั่น "นี่มันเวลางานส่วนตัวของผม คุณพาย... และที่นี่ก็ไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่คุณจะเดินเข้ามาตามใจชอบ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่นัยน์ตากลับคมกริบ "คุณมีธุระอะไรดึกดื่นขนาดนี้ ถ้าไม่ใช่เรื่องแบบแปลนโครงสร้างที่แก้ไม่ตกอีกล่ะก็ เชิญกลับทางเดิมครับ" พายไม่สะท้านเลยสักนิด เธอยื่นแฟ้มในมือกระแทก โต๊ะทำงานของเขาเบาๆ จนกระดาษข้างในกระเด็นออกมานิดหน่อย ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความดื้อรั้นแบบที่เห็นแล้วอยากจะตีให้ลายมือหายดื้อสักที "เรื่องแบบแปลนบ้านคุณนั่นแหละ! ฉันนอนไม่หลับเพราะไอ้เส้นกั้นห้องบ้าๆ ที่คุณขีดไว้นี่แหละ ธันวา คุณจะตีกรอบชีวิตคนอยู่ไปถึงไหนห๊ะ? ห้องนั่งเล่นขนาดนี้ แต่คุณดันกั้นผนังทึบซะมืดทึบ เหมือนหลุมศพไฮโซไม่มีผิด!" ธันวาขมวดคิ้วมุ่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนพายต้องแหงนหน้ามองเล็กน้อย แม้เธอจะไม่ยอมถอยหลังหนีเลยสักก้าวเดียว "นั่นคือการจัดสรรพื้นที่ตามหลักสถาปัตยกรรมที่ถูกต้อง เพื่อความเป็นส่วนตัวและการรับน้ำหนักของโครงสร้าง... คุณใช้แค่อารมณ์และความรู้สึกมาตีโจทย์อินทีเรีย มันใช้ไม่ได้กับงานโครงสร้างจริงหรอกนะครับ" "โครงสร้างบ้าบออะไร! บ้านเขานะ ไม่ใช่คุกทหาร!" พายโต้กลับทันควัน ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้ามาในตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "คุณมันพวกยึดติดกับบรรทัด สี่เหลี่ยม และกฎเกณฑ์งี่เง่า! ลองแหกตาดูนี่สิ..." ว่าแล้วเธอก็กระชากกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้ม แล้วกางมันลงบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแปลนสถาปัตยกรรมอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของธันวาอย่างไร้ความเกรงใจ ธันวากลั้นหายใจวูบหนึ่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กและกลิ่นฝนจางๆ ลอยมาจากตัวเธอที่ยืนประชิดโต๊ะทำงานจนเกินระยะปลอดภัย นัยน์ตาคู่คมกวาดมองลงไปที่กระดาษแผ่นนั้นตามสัญชาตญาณ มันคือกระดาษดรอว์อิ้งที่ถูกขีดเขียนด้วยดินสออย่างรวดเร็ว เส้นสายยุ่งเหยิงราวกับเด็กอนุบาลละเลง ไม่มีระเบียบ ไม่มีมาตราส่วนที่ชัดเจน มีแต่รอยลบแก้จนกระดาษเป็นขุย และลูกศรชี้โยกเยกไปหมด "นี่คืออะไร... ขยะเปียกเหรอครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่หน้าเริ่มกระตุก "นี่คือไอเดียเว้ยคุณ!" พายใช้นิ้วเรียวสวยจิ้มลงไปบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างมั่นอกมั่นใจ "เส้นที่มันดูมั่วๆ และทับซ้อนกันเนี่ยแหละ ที่มันเชื่อมต่อความรู้สึกของคนในบ้าน! ตรงนี้ไม่ต้องมีผนังทึบ เราใช้ระแนงไม้เลื้อยโปร่งๆ ให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาชนกับผนังปูนเปลือยที่คุณรักนักรักหนา มันไม่ได้ทำลายโครงสร้างของคุณหรอก แต่มันทำให้บ้านหลังนี้... มีชีวิตชีวาขึ้นมาต่างหาก!" ธันวานิ่งเงียบไป ปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะอยู่เมื่อครู่หยุดชะงัก คำพูดของพายเมื่อครู่สะดุดหูเขาเข้าอย่างจัง ธันวาไล่สายตาตามรอยดินสอยุ่งเหยิงเหล่านั้นอีกครั้ง จากตอนแรกที่มองเห็นเพียงความไร้ระเบียบและความกวนประสาทของเจ้าของผลงาน แต่พอตั้งใจมองลึกลงไปในมุมมองของนักออกแบบ... เส้นที่พายมองว่ามันคือ "ความรู้สึก" กลับมีจังหวะจะโคนของมันเอง เส้นโค้งที่เธอกรีดทับลงบนแปลนสี่เหลี่ยมแข็งกระด้างของเขา ช่วยลดความอึดอัดของตัวอาคารได้อย่างไม่น่าเชื่อ การปล่อยให้พื้นที่เชื่อมต่อกันแบบเปิดโล่ง (Open Plan) แต่ถูกคั่นด้วยจังหวะแสงเงาและระแนงไม้ที่เธอร่างขึ้นลวกๆ นั้น... มันคือความงดงามในความมั่วที่เขาไม่เคยคิดจะมองมันมาก่อนเลยในชีวิตการทำงานสิบปีของเขา ธันวาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามอย่างเผลอไผล ระยะห่างระหว่างเขากับพายตอนนี้ใกล้กันเสียจนเขาสามารถนับเส้นขนตาของเธอได้ชัดเจน ดวงตาของพายมีความมุ่งมั่นและประกายระยิบระยับของความสร้างสรรค์ที่หาไม่ได้ในตำราเล่มไหน และนั่น... ทำให้หัวใจของสถาปนิกผู้เคร่งครัดในกฎเกณฑ์อย่างธันวาเกิดอาการกระตุกแปลกๆ "คุณ..." ธันวาเอמהเสียงแผ่วเบาลงโดยไม่รู้ตัว ปราศจากความกระด้างเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง "คุณคิด... แบบนี้จริงๆ เหรอ" พายชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของธันวาเปลี่ยนไป จากความหงุดหงิดกลายเป็นความลึกซึ้งบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก เธอกะพริบตาปริบๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าตัวเองยืนใกล้เขาเกินไปแล้ว "อะ... อะไรเล่า มองหน้าฉันทำไม ฉันพูดความจริงนะ แปลนของคุณมันแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ ถ้าไม่ได้ฉันมาช่วยเติมความยืดหยุ่น ลูกค้าคงเดินชนกำแพงตายก่อนได้เข้าอยู่แน่ๆ" พายแก้เก้อด้วยการเชิดหน้าขึ้นทำเป็นไม่รู้ไม่ชะ ธันวาไม่ได้เถียงกลับเหมือนเคย ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบดินสอดำด้ามโปรดขึ้นมา แล้วลากเส้นตามรอยยุ่งเหยิงของพายบนกระดาษแผ่นนั้นอย่างช้าๆ ชัดเจน และนุ่มนวล "ถ้าตรงนี้... ปรับองศาเอียงอีกสิบห้าองศา เพื่อรับลมทิศใต้..." ธันวาพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ลายเส้นของพาย "แล้วใช้ระแนงไม้สนทาสีธรรมชาติแทนเหล็กดัด... มันจะกลายเป็นมุมโปรดที่สมบูรณ์แบบที่สุด" พายเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองการกระทำของเขา ธันวาไม่ได้ทำลายไอเดียของเธอ ทว่าเขากลับ "เติมเต็ม" มันด้วยความรู้ทางสถาปัตยกรรมที่แม่นยำ จนเส้นที่เคยดูมั่วซั่ว กลายสภาพเป็นงานศิลปะที่มีทั้งความรู้สึกและฟังก์ชันการใช้งานจริงผสานกันอย่างลงตัว ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงฝนตกกระทบกระจกเบาๆ เป็นฉากหลัง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงความอบอุ่นประหลาดที่ก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตากับพายอีกครั้ง แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีคราบของความถือดีหรือความรำคาญใจ เหลือเพียงประกายความยอมรับและความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาเป็นคำพูด พายใจเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อถูกสายตาคู่นั้นตรึงไว้ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รู้สึกว่าอากาศในห้องนี้เริ่มน้อยลงทุกที "คุณนี่มัน..." พายพยายามจะหาคำพูดมากลบเกลื่อนความประหม่า "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา แต่ก็แอบยอมรับไอเดียฉันสินะเนี่ย" ธันวาไม่ตอบ เขายังคงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงขยับเข้าประชิดโต๊ะทำงานอีกก้าว จนพายรู้สึกเหมือนตัวเองถูกกักตัวไว้ในวงแขนของเขาโดยปริยาย "ผมไม่ได้ยอมรับไอเดีย..." ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล ชวนให้ใจสั่นสะท้าน "ผมแค่... กำลังคิดว่า ลายเส้นมั่วๆ ของคุณนี่แหละ ที่มันกำลังเข้ามาเปลี่ยนโลกทั้งใบของผม" บรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งและละมุนละไมจนน่าใจหาย หากไม่มีเสียงกริ่งหน้าประตูสตูดิโอจะดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน— *กริ๊งงง!* ทั้งสองสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต พายรีบผละถอยหลังออกห่างจากโต๊ะทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำ ส่วนธันวาก็ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ประตูกระจกหน้าสตูดิโอถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของคีย์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือโทรศัพท์มือถือชูขึ้นสูง "ธันวา! พาย! แย่แล้วเว้ย! ลูกค้าโปรเจกต์ใหญ่โทรมาแจ้งยกเลิกสัญญาด่วนกลางดึก บอกว่าเห็นแบบแปลนรั่วไหลลงโซเชียลมีเดียแล้ว!" ธันวาหันขวับไปมองหน้าคีย์ทันที นัยน์ตาคมกริบวาดประกายความเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่พายหน้าซีดเผือกด้วยความตกใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยเติมเต็มพลังให้ผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%