เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 9

เกมวัดใจหน้างาน

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
แฟ้มสีน้ำเงินเข้มในมือของธันวาร่วงลงกระแทกพื้นปูนซีเมนต์เปลือยเสียงดังสนั่น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในไซต์งานก่อสร้างที่ฝุ่นผงจากการเจาะคอนกรีตยังลอยเคว้งคว้างในอากาศ "ส่งแฟ้มนั่นมา... แล้วฉันจะยอมปล่อยพวกเธอไปคนหนึ่ง" เสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดของภาคิน ผู้รับเหมาฝีมือฉกาจแต่เจ้าเล่ห์ดังขึ้นเหนือหัว ประโยคท้าทายนั้นทำให้พายที่ยืนกัดฟันกรวดอยู่ข้างๆ ถึงกับก้าวเท้าพรวดเดียวมาบังหน้าธันวาไว้ครึ่งตัว แม้ส่วนสูงของเธอจะด้อยกว่า แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย "อย่ามาเล่นตลกน่าภาคิน นี่มันพื้นที่โครงการของบริษัทเรา ชิ้นงานม็อกอัพชิ้นนี้เราสองคนช่วยกันคิดค้นมาตั้งแต่ศูนย์ นายไม่มีสิทธิ์มาต่อรองอะไรทั้งนั้น" พายเชิดหน้าขึ้น เสียงใสแต่ทรงพลังเอ่ยลอดไรฟันด้วยความโกรธ ธันวาเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง มือหนาเอื้อมไปดึงแขนเสื้อของอินทีเรียสาวเบาๆ เป็นสัญญาณเตือนให้เธอยั้งปาก แต่ในขณะเดียวกัน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับจ้องมองผู้รับเหมาคู่กรณีอย่างประเมินสถานการณ์ สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วในยามปกติ ตอนนี้เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อยและมีคราบฝุ่นติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีขาว ยิ่งขับเน้นให้เขาดูดิบเถื่อนและเซ็กซี่ขึ้นอย่างประหลาดในสายตาของพาย—แม้เธอจะไม่อยากยอมรับมันก็ตาม "ผมไม่ได้เล่นตลกครับคุณพาย..." ภาคินยกยิ้มมุมปาก ก้าวเข้าไปใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว "เวลาอีกสามชั่วโมงก่อนที่คณะกรรมการคัดเลือกจะมาถึง ไซต์นี้ถูกปิดตายด้วยคำสั่งของผม ถ้าพวกคุณอยากให้ม็อกอัพดีไซน์บ้าบอนี่เสร็จทันส่ง ก็มีทางเลือกเดียว... แข่งกันทำมันต่อหน้าผม ใครทำออกมาได้ดีกว่า แฟ้มแปลนโครงสร้างทั้งหมดถึงจะกลับไปอยู่ในมือพวกคุณ" บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศขนาดเล็กที่ทำงานอยู่มุมห้องและเสียงหัวใจเต้นโครมครามในอกของพาย "บ้าที่สุด!" พายพึมพำ แต่ธันวากลับยกมือขึ้นห้าม เาขยับตัวก้าวขึ้นมาแทนที่ ยืนประจันหน้ากับภาคินด้วยความสูงที่ไล่เลี่ยกัน ความนิ่งสงบของสถาปนิกหนุ่มทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกขึ้นมาทันตา "ตกลง" ธันวาเอ่ยสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยว "แต่ถ้าพวกผมทำเสร็จและชนะ... สัญญาจ้างทั้งหมดต้องกลับมาเป็นของบริษัทเราโดยไม่มีเงื่อนไข และคุณต้องถอนกำลังคนของคุณออกไปจากไซต์นี้ทันที" ภาคินหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "ดี! ผมชอบคนใจถึงแบบคุณสถาปนิกธันวา เชิญ... โต๊ะทำงานและวัสดุอยู่ทางนั้น เวลาเริ่มเดินแล้วครับ" ทันทีที่ข้อตกลงสิ้นสุดลง สงครามขนาดย่อมก็อุบัติขึ้นท่ามกลางเศษปูนและกลิ่นสีฉุนกานต์ พายหันขวับมามองชายหนุ่มข้างกายด้วยความไม่พอใจระคนตกใจ "นายบ้าไปแล้วเหรอธันวา! ม็อกอัพชิ้นนั้นต้องใช้เวลาทำอย่างน้อยหวันเต็มๆ นี่เหลือเวลาแค่สามชั่วโมงแถมวัสดุก็ถูกรื้อกระจัดกระจาย นายจะทำมันคนเดียวได้ยังไง!" พายกระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเล็กผลักไหล่กว้างของเขาเบาๆ ด้วยความร้อนรน ธันวาหันมามองเธอ นัยน์ตาคมกริบอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นความกังวลที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น แต่น้ำเสียงที่หลุดออกจากปากเขากลับยังคงความกวนประสาทไว้ตามเคย "ถ้ามัวแต่ยืนโวยวาย เวลาสามชั่วโมงคงหมดไปกับการบ่นของคุณพายแล้วล่ะครับ" ธันวาตอบหน้าตาย พร้อมกับปลดกระดุมแขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรงที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยจากการทำงานหนัก "นี่นาย!" พายสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด "อย่ามาปากดีนะธันวา ถ้างานนี้พัง ฉันจะเอาแฟลชไดรฟ์รูปตอนนายหลับคาโต๊ะทำงานไปประจานลงกลุ่มไลน์บริษัทแน่!" ธันวาชะงักไปนิด มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด เป็นรอยยิ้มหายากที่นานๆ ทีพายจะได้เห็น มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทายและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา "เชิญตามสบายครับ... แต่ตอนนี้ ช่วยหยิบกระดาษลอกลายกับคัตเตอร์ให้ผมที อินทีเรียปากเก่ง" คำพูดนั้นทำให้พายอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ร่างกายกลับขยับไปหยิบอุปกรณ์ที่เขาสั่งให้อย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ ความคุ้นเคยในการทำงานร่วมกันหลายเดือนทำให้พวกเขามีจังหวะประสานกันอย่างประหลาด แม้ปากจะเถียงกันไม่หยุด แต่สองมือกลับทำงานแข่งกับเวลาอย่างเอาเป็นเอาตาย ธันวาลงมือตัดแผ่นอะคริลิกและประกอบโครงสร้างสถาปัตยกรรมด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร ทุกการเคลื่อนไหวของเขานิ่งสนิทและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในขณะที่พายรับหน้าที่จัดวางองค์ประกอบภายในและการเลือกโทนสีจำลอง เธอใช้ไอเดียสุดล้ำผสมผสานความเนี๊ยบของธันวาออกมาได้อย่างลงตัว ท่ามกลางความกดดันและความเหนื่อยล้าที่เริ่มกัดกินเรี่ยวแรง ผ่านไปสองชั่วโมงครึ่ง กลิ่นกาวร้อนและฝุ่นไม้คละคลุ้งเต็มพื้นที่ ม็อกอัพขนาดจำลองสเกล 1:50 ของอาคารพาณิชย์สไตล์โมเดิร์นลอฟท์ก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า มันงดงาม ล้ำสมัย และสมบูรณ์แบบจนแม้แต่ภาคินที่ยืนกอดอกมองอยู่ห่างๆ ยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความทึ่ง พายหอบหายใจเบาๆ ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือ ขณะที่ธันวากำลังใช้คัตเตอร์เก็บรายละเอียดขอบชิ้นงานสุดท้ายอย่างประณีต นิ้วเรียวยาวของเขามีรอยแดงจางๆ จากการโดนความร้อนของปืนกาว แต่เขากลับไม่ปริปากบ่นสักคำ "เสร็จ..." ธัน่าวางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบพื้นไม้ดังเบาๆ พายมองผลงานตรงหน้า หัวใจเต้นแรงด้วยความภาคภูมิใจ เธอหันไปสบตาธันวาที่หันมามองเธอพอดี ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ในตอนนี้ใกล้กันเสียจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการทำงานทำให้สติของพายกระเจิงไปชั่วขณะ ธันวาชะตากะพริบตาช้าๆ สายตาที่มองเธอมันไม่ได้มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นจนเกือบจะทะลักออกมาจากอก "คุณนี่มัน..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ประโยคคำพูดค้างเติ่งไว้เพียงแค่นั้นเมื่อนิ้วเรียวของพายยื่นไปปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มของเขาโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงรอบข้างทั้งหมดเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่ พายเพิ่งรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรลงไปเมื่อปลายนิ้วสัมผัสกับผิวแก้มอุ่นจัดของชายหนุ่ม เธอรีบชักมือกลับทันทีราวกับโดนไฟลวก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "อะ...แฮ่ม!" เสียงกระแอมไออย่างจงใจดังขึ้นขัดจังหวะจากทางประตูทางเข้าไซต์งาน คีย์ เพื่อนสนิทและคู่คิดของธันวาเดินก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มกริ่มในมือถือแฟ้มเอกสารชุดใหญ่ โดยมีกลุ่มคณะกรรมการบริษัทเดินตามหลังมาติดๆ "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะความหวาน... เอ๊ย! ขัดจังหวะการส่งมอบงานพอดี" คีย์ยิ้มกริ่ม กวาดสายตามองม็อกอัพบนโต๊ะสลับกับใบหน้าแดงก่ำของเพื่อนสนิทและอินทีเรียสาว "พอดีท่านประธานเขามาตรวจงานเร็วกว่ากำหนดน่ะครับ... ว่าแต่ งานชิ้นนี้ ผ่านเกณฑ์หรือยังครับคุณภาคิน?" ภาคินที่ยืนหน้าเสียอยู่มุมห้องทำได้เพียงกัดฟันกรวด สะบัดหน้าหนีด้วยความเจ็บใจเมื่อเห็นสีหน้าพึงพอใจอย่างยิ่งของคณะกรรมการที่เดินเข้ามามุงดูผลงาน ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเนingและเป็นทางการในมาดสถาปนิกหนุ่มผู้ไร้เทียมทานอีกครั้ง แต่ทว่า... ปลายแอบเหลือบมองพายที่ยังยืนหน้าแดงก้มหน้าหลบสายตาอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เกมวัดใจหน้างานครั้งนี้... พวกเขาชนะแล้ว แต่วงกตในใจของคนทั้งคู่กลับเพิ่งเริ่มต้นเปิดประตูต้อนรับกันและกันอย่างแท้จริง แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังชื่นชมความสำเร็จของชิ้นงาน คีย์กลับเดินเข้ามาสะกิดไหล่ธันวาเบาๆ พร้อมกับยื่นกระดาษแผ่นเล็กที่เพิ่งปริ้นท์ออกมาจากเครื่องพิมพ์พกพาให้ดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ธันวา... นายดูนี่ซะก่อน ใบอนุญาตโค่น100ต้นของโครงการนี้... ถูกยกเลิกโดยคำสั่งศาลปกครอง ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว" โปรดติดตามตอนต่อไป... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%