เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย•ตอนที่ 2

ไซต์งานนรก

ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
กลิ่นอับชื้นของฝุ่นปูนและเหล็กขึ้นสนิมอบอวลอยู่รอบตัวทันทีที่ประตูเหล็กม้วนถูกดันเปิดขึ้นด้วยแรงกระชากของธันวา แสงไฟจากสปอตไลท์พกพาฉายวาบตัดความมืดทึบของอาคารพาณิชย์ร้างใจกลางเมืองที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานหลายปี เงาสะท้อนจากผนังปูนเปลือยทาบทับลงบนใบหน้าคมคายที่บึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้วในชุดเชิ้ตพับแขนเรียบร้อย กำลังสบถเบาๆ ในลำคอ ขณะปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกจากไหล่เสื้อตัวเองอย่างรังเกียจ “ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งด่วนจากบอร์ดบริหาร ผมไม่มีทางเอาเท้าก้าวเข้ามาเหยียบสถานที่อัปมงคลนี่เด็ดขาด... และที่สำคัญที่สุด ผมไม่มีวันเอาเวลาอันมีค่ามาติดแหง็กอยู่กับคนไร้ระเบียบอย่างคุณด้วยครับ คุณพาย” ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันมามองคนด้านหลัง น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่เหตุการณ์หน้าออฟฟิศเมื่อครู่ พายซึ่งกำลังก้าวตามเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตและม้วนกระดาษแปลนในมือ แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายโดยเว้นระยะห่างเพียงแค่คืบเดียว “โอ๊ะ! คำก็ไร้ระเบียบ สองคำก็สร้างความปั่นป่วน... ฟังดูเหมือนคุณกำลังเอาปมด้อยเรื่องความเป๊ะเกินเหตุมาลงที่ฉันนะฃ์ธันวา” พายจงใจลากเสียงกวนประสาท พลางใช้ปลายนิ้วเรียวจิ้มเบาๆ ที่หัวไหล่หนาของคนตัวสูงกว่า “จำไว้ด้วยนะครับว่าโปรเจกต์รีโนเวตตึกนี้ มันเป็นไอเดียสุดบรรเจิดของฉัน ถ้าไม่มีฉันป่านนี้คุณคงนั่งกุมขมับอยู่กับตึกทรงกล่องสี่เหลี่ยมเชยๆ ไร้รสนิยมไปแล้ว” ธันวาชะงักฝีเท้า เขาหมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว จนปลายจมูกแทบจะชนเข้ากับหน้าผากมนของอินทีเรียดีไซเนอร์สาว ดวงตาคมกริบกวาดมองคนตรงหน้าด้วยความระอาแกมหมั่นเขี้ยว ผู้หญิงคนนี้มีพลังงานทำลายล้างสูงส่งเสียยิ่งกว่าพายุเฮอริเคน เสื้อผ้าหน้าผมอาจจะดูชิคและล้ำยุคตามสไตล์คนทำงานศิลปะ แต่ความดื้อรั้นและวาจาเชือดเฉือนนี่สิที่ทำให้เขาอยากจะจับมาตีพิมพ์เป็นตำราความแสบ “รสนิยมเหรอครับ?” ธันวาแค่นยิ้มหยัน ก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน “แปลนที่คุณส่งมาเมื่อวานมันคือความหายนะทางวิศวกรรมชัดๆ คุณเล่นทุบผนังรับน้ำหนักออกเพื่อแลกกับ ‘ความโปร่งโล่ง’ ที่คุณเพ้อฝันเนี่ยนะ ถ้าตึกนี้ถล่มลงมาฝังพวกเราไว้ข้างล่าง คนแรกที่จะถูกสถาปนิกนิติเวชผ่าพิสูจน์ความโง่ก็คือคุณนี่แหละครับ” “ปากคอเราะร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีใครเอาเป็นสามีนะครับคุณสถาปนิก” พายเชิดหน้าขึ้นสู้ ไม่ยอมถอยแม้แต่เซนติเมตรเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับปลายคางของธันวาจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างประหลาด “ฉันคํานวณสัดส่วนโครงสร้างมาอย่างดีแล้วน่า ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่จะมั่วซั่ว... ว่าแต่ ที่คุณยืนจ้องหน้าฉันใกล้ขนาดนี้เนี่ย หลงเสน่ห์อินทีเรียปากร้ายคนนี้เข้าแล้วหรือไงครับ?” คำถามยั่วเย้าพร้อมรอยยิ้มมุมปากของพาย ทำให้ธันวาต้องรีบผถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างรวดเร็ว แต่เขาเลือกที่จะซ่อนมันไว้ใต้มาิ่งความเยือกเย็นและน้ำเสียงนิ่งสนิท “เพ้อเจ้อครับ ผมแค่ไม่อยากยืนใกล้คนกลิ่นกาแฟหกใส่เสื้อเมื่อเช้าก็เท่านั้นเอง” ธันวาแก้ตัวเสียงแข็ง พลางหันไปหยิบไฟฉายแรงสูงส่องสำรวจเสาปูนรับน้ำหนักต้นหลักที่อยู่กลางห้องโถง “เลิกเล่นไร้สาระแล้วมาดูนี่ดีกว่า... เสาต้นนี้มีรอยร้าวลึกถึงแกนเหล็กด้านใน แรงสั่นสะเทือนจากถนนใหญ่ข้างนอกน่าจะทำให้โครงสร้างทรุดตัวเร็วกว่ากำหนด” พายเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ รอยยิ้มกวนๆ เลือนหายไปจากใบหน้าเมื่อเห็นสีหน้าจริงจังและแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของธันวา หญิงสาวก้าวเข้าไปยืนเคียงข้าง สัญชาตญาณนักออกแบบบอกเธอทันทีว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ล้อเล่นเหมือนทุกที “ร้าวลึกขนาดนั้นเลยเหรอ...” พายพึมพำเบาๆ ดวงตากวาดมองรอยแตกบนผิวปูนที่แยกตัวออกเป็นแฉกคล้ายใยแมงมุม “ถ้าอย่างนั้นแปลนที่ฉันวางไว้ว่าจะเจาะช่องแสงตรงนี้ ก็ต้องยกเลิกหมดเลยสิคะ” “ไม่ใช่แค่ยกเลิกครับ” ธันวาหันมามองหน้าเธอด้วยแววตาจริงจัง “แต่เราต้องเสริมคานเหล็ก H-Beam ด่วนที่สุดก่อนที่โครงสร้างชั้นบนจะพังลงมาทับคนงาน... และเพราะความดื้อรั้นของคุณที่อยากจะเข้ามาดูไซต์งานวันนี้โดยไม่รอทีมวิศวกร มันทำให้เราเห็นความจริงข้อนี้เร็วขึ้น... ถือว่าคุณยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างนะครับ” “นี่คุณชมหรือคุณด่าฉันเนี่ย!” พายแหวใส่ทันควัน พร้อมกับใช้มือผลอกไหล่ธันวาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ “ปากเสียแบบนี้ เดี๋ยวแม่ก็ถอดโปรเจกต์นี้หนีซะเลยนี่!” “เชิญตามสบายครับ ถ้าคุณคิดว่าหาคนแก้ปัญหาโครงสร้างบ้าๆ ของคุณได้ดีกว่าผม” ธันวายิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า ก่อนจะก้าวเดินลึกเข้าไปในความมืดของโซนด้านหลังตึกเพื่อตรวจสอบความเสียหายจุดอื่น “เดินตามมาเงียบๆ ครับ ตรงนี้พื้นอาจจะไม่ปลอดภัย” พายกัดริมฝีปากล่างด้วยความคับแค้นใจเล็กน้อย แต่ก็ยอมเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ความเงียบเริ่มปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝีเท้าของทั้งคู่ที่สะท้อนก้องไปกับผนังปูนเปลือย และเสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านช่องหน้าต่างที่ไร้กระจก บรรยากาศรอบตัวช่างวังเวงและกดดัน จนกระทั่งธันวาหยุดเดินกะทันหัน ทำให้พายที่เดินใจลอยเกือบจะชนเข้ากับแผ่นหลังของเขาอีกรอบ “หยุดทำไมคะ... อุ๊บ!” พายยังไม่ทันได้บ่นจบ ธันวาก็เอื้อมมือมาคว้าเอวบางของเธอไว้ แล้วดึงเข้าไปชิดกับเสาปูนต้นใหญ่ในมุมอับสายตาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นปิดปากเธอไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอดออกมา ดวงตากลมโตของพายเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ลอยเข้าจมูกจนสมองตื้อตัน เธอดิ้นขลุกขลักพยายามจะแกะมือใหญ่นั้นออก แต่ธันวากลับกดน้ำหนักตัวลงแนบชิดยิ่งขึ้นจนร่างของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกัน ธันวาก้มหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนต้นคอขาวผ่อง น้ำเสียงที่กระซิบแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดและจริงจังจนน่ากลัว *“อย่าส่งเสียง... มีคนอื่นอยู่ในตึกนี้กับเรา”* พายแข็งค้างไปทันที ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ฉายแววระแวดระวังอย่างเต็มพิกัดในความมืด และในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังกลั้นหายใจฟังเสียงฝีเท้าปริศนาที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นั้นเอง... แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาหยุดตรงหน้าเสาที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่พอดี! “เฮ้ย... ใครวะ อยู่แถวนี้ ออกมาซะดีๆ!” เสียงทุ้มต่ำห้าวจัดของชายแปลกหน้าตะโกนก้อง พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่ทาบทับลงมาบนผนังปูนใกล้ตัวพวกเขานิดเดียว -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระทึกและเคมีสุดฟินของพ่อหนุ่มซึนกับยัยตัวแสบด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดกวนกับก๊วนสถาปนิกปากร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%