ความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะในยามค่ำคืนไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย มันกลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงดันอากาศที่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกระดาษไขและหมึกพิมพ์แปลนอาคารที่คุ้นเคย บัดนี้กลับคุกกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
ธามหันขวับกลับมามองหน้าพริมโรสทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าของพริมโรสเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น
"คุณ..." เสียงของพริมโรสขาดห้วงไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะรวบรวมความกล้าเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ควา1มตกใจในแววตาถูกแทนที่ด้วยความระแวงและคำถามนับร้อยที่อัดแน่นอยู่ในอก "คุณพูดถึงใครนะ เมื่อกี้คุณพูดชื่อใครออกมา..."
ธามดึงสีหน้ากลับสู่ความนิ่งขรึมอย่างรวดเร็วราวกับดีดนิ้ว สันกรามคมขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน ความตระหนกวาบผ่านดวงตาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบฝังด้วยเกราะป้องกันอันเย็นชาที่เจ้าตัวสวมไว้เป็นประจำ เขาสบัดหน้าหนีเล็กน้อย ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบและเย็นชาจนน่าหมั่นไส้
"ผมไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น คุณหูฝาดไปเอง มัณฑนากรอย่างคุณควรใช้เวลาตรวจสอบแบบแปลนห้องนั่งเล่นให้มันละเอียดถี่ถ้วน มากกว่าจะมานั่งจินตนาการเรื่องไร้สาระในห้องทำงานส่วนตัวของผมนะครับ"
คำปฏิเสธที่แข็งกระด้างและการปัดสวะให้พ้นตัวแบบนั้นไม่ได้ทำให้พริมโรสหลงเชื่อเลยแม้แต่น้อย เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ที่มีร่างสูงยืนค้ำอยู่ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา ราวกับต้องการจะขุดคุ้ยความลับที่ชายหนุ่มจงใจซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีหยิ่งผยองนั่น
"หูฝาดงั้นเหรอคะ? ฉันไม่ได้หูหนวกและไม่ได้ความจำเสื่อมด้วยค่ะ คุณธาม!" พริมโรสเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงอย่างจับผิด "ชื่อนั้น... ผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้คุณเสียศูนย์ได้แม้กระทั่งเวลาทำงาน เธอคือใคร? แล้วทำไมจู่ๆ คุณถึง..."
"พอได้แล้ว!" ธามตวาดเสียงต่ำแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดคำพูดทั้งหมดของเธอได้ ร่างสูงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวราวกับต้องการสร้างระยะห่างทางกายภาพเพื่อป้องกันไม่ให้เธอล่วงล้ำเข้าไปในอาณาเขตความรู้สึกที่เขาพยายามปิดตาย ท่าทางเกร็งขึงและอาการขบกรามแน่นนั่นฟ้องชัดเจนว่าเธอจี้ถูกจุดเป๊ะ
พริมโรสแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่ชอบความรู้สึกพ่ายแพ้ และยิ่งเกลียดเวลาที่มีใครมาปิดบังอำพรางความจริงต่อหน้าเธอ "ร้อนตัวแบบนี้แสดงว่าฉันเดาถูกสินะคะ สถาปนิกผู้เย่อหยิ่งและปากร้ายอย่างคุณ ที่จริงแล้วมีจุดอ่อนซ่อนอยู่ข้างใน... และผู้หญิงคนนั้นก็คือปมในใจของคุณใช่ไหมล่ะ?"
"คุณไม่มีสิทธิ์มาล่วงล้ำเรื่องส่วนตัวของผม พริมโรส!" ธามก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ไออุ่นจากตัวเขาและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสของหญิงสาว "หน้าที่ของคุณคือออกแบบภายในให้จบตามสัญญา ไม่ใช่มาทำตัวเป็นนักสืบสวนสอบสวนชีวิตผม!"
"ถ้าคุณไม่อยากให้ฉันสงสัย คุณก็ควรจะหัดควบคุมสีหน้าและคำพูดให้ดีกว่านี้สิคะ!" เถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมก้มหัวให้แม้แต่น้อย หน้าอกอิ่มกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เร่งรีบด้วยความโกรธ "คนปากแข็งอย่างคุณเนี่ย... เวลาตื่นตระหนกมันดูน่าสมเพชมากกว่าน่ากลัวซะอีกนะ"
ธามชะงักไป ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นท้าทายเขาอย่างไม่เกรงกลัว ความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอกเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาด ลึกๆ แล้วเขารู้ดีว่าพริมโรสเป็นผู้หญิงที่รับมือยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอ เธอไม่เคยเกรงกลัวมาดขรึมๆ ของเขาเลยสักครั้ง แถมยังฉลาดเป็นกรดและทันเกมเขาอยู่เสมอ
และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้หัวใจบ้าๆ ของเขาเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เข้าใกล้
ระหว่างที่สงครามประสาทกำลังดำเนินไปอย่างไม่มีใครยอมใคร สายตาของพริมโรสก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษสเก็ตช์งานบนมุมโต๊ะ กระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกพับครึ่งและมีรอยขยำเล็กน้อยราวกับเจ้าของเกือบจะโยนมันทิ้งถังขยะแต่เปลี่ยนใจเสียก่อน
สัญชาตญาณมัณฑนากรและสายตาที่เฉียบคมด้านงานศิลป์ทำให้เธอขยับตัวไวกว่าความคิด มือเรียวยื่นพรวดออกไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาจากกองเอกสารทันที
"เฮ้ย! ทำอะไรของคุณน่ะ!" ธามอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยนิ่งสนิทถอดสีลงถนัดตา เขาพยายามจะคว้ากระดาษแผ่นนั้นคืน แต่พริมโรสไวกว่า เธอเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับกางกระดาษแผ่นยับยู่ยี่นั้นออกต่อหน้าต่อตา
ความโกลาหลในห้องเงียบลงฉับพลัน ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
พริมโรสอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตะลึงงัน ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าทางความคิดและความประหลาดใจที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ
บนแผ่นกระดาษไขเนื้อหยาบ ไม่ใช่แบบแปลนโครงสร้างอาคารหรือลายเส้นเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ธามชอบวาด แต่มันคือภาพสเก็ตช์ด้วยดินสอฝาดำที่ลงน้ำหนักเงาอย่างประณีตและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต
ภาพนั้น... คือภาพของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในย่านร้านกาแฟเก่าแก่ แสงแดดยามบ่ายสาดส่องกระทบเส้นผมยาวสลวยและเสี้ยวหน้าด้านข้างที่กำลังแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงาม บริสุทธิ์ และเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นชนิดที่พริมโรสไม่เคยคิดว่าผู้ชายปากร้าย เย็นชา และเจ้าระเบียบอย่างธามจะมีความสามารถในการถ่ายทอดมันออกมาได้ละเอียดอ่อนถึงเพียงนี้
ทุกๆ ลายเส้น ทุกๆ น้ำหนักแสงและเงา ล้วนตะโกนออกมาว่าผู้วาดไม่ได้แค่มองเห็นผู้หญิงคนนี้ด้วยตา แต่เขามองเธอด้วย... หัวใจ
พริมโรสเงยหน้าขึ้นช้าๆ เบนสายตาจากภาพวาดในมือไปสบตากับสถาปนิกหนุ่มที่ยืนนิ่งค้างอยู่ตรงหน้า ความเงียบงันที่น่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความตึงเครียดจากการปะทะคารม หากแต่เป็นความตึงเครียดจากการที่ความลับอันดำมืดและเปราะบางที่สุดถูกเปิดเผยต่อแสงสว่าง
ธามยืนตัวแข็งทื่อ กรามขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน ดวงตาคมกริบที่เคยดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้ไหวระริกด้วยความรู้สึกที่หลบซ่อนมานานปี ปราการเหล็กกล้าที่เขาใช้ปกป้องตัวเองพังทลายลงในพริบตาเมื่อเห็นว่าภาพวาดใบนั้นอยู่ในมือของใคร
"นี่มัน..." พริมโรสเปล่งเสียงกระซิบแผ่วเบา ความรู้สึกแปลกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งตกใจ สงสัย และ... เจ็บแปลบอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดที่ธามพยายามซ่อนไว้ "ธาม... ผู้หญิงคนนี้คือ..."
ประโยคคำถามยังไม่ทันได้หลุดออกจากริมฝีปากจนจบสิ้น และธามยังไม่ทันได้เอ่ยปากแก้ตัวหรือปฏิเสธใดๆ
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาทโดยบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในเวลานี้
"คุณธามครับ! แย่แล้วครับ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานฝั่งทิศเหนือแล้วครับ!"
เสียงร้อนรนของหัวหน้าวิศวกรประจำโครงการตะโกนแทรกเข้ามาขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของอีกฝ่ายที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
พริมโรสสะดุ้งสุดตัว รีบซ่อนกระดาษภาพสเก็ตช์แผ่นนั้นไว้ข้างหลังลำตัวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ธามต้องจำใจละสายตาจากเธอ หันไปถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความหัวเสีย ก่อนจะตวัดสายตาดุดันกลับมามองหน้าหญิงสาวเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนที่เธอยังอ่านไม่ออก
"เก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน... ถ้าคุณยังไม่อยากให้ชีวิตการทำงานของคุณที่นี่จบลงในคืนนี้" ธามกระซิบคาดโทษด้วยเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ก่อนจะหันไปตวาดวิศวกรหนุ่มเสียงกร้าว "เกิดอะไรขึ้น พูดมาให้เคลียร์เดี๋ยวนี้!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 13
ความลับในแบบร่าง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!