หน้าจอแท็บเล็ตขนาดใหญ่บนโต๊ะประชุมวีไอพีสะท้อนภาพร่างแบบสามมิติที่บิดเบี้ยวผิดรูป เส้นสายโครงสร้างที่ธามใช้เวลาแรมเดือนในการคำนวณถูกเจาะจงแก้ไขด้วยหมึกสีแดงฉานจากฝีมือของใครบางคน ข้อความวิจารณ์เชิงตำหนิที่ถูกพิมพ์ทับลงไปอย่างไร้ความปรานีอ่านแล้วบาดตาจนคนมองต้องขบกรามแน่นจนสันนูน
"แปลกนะครับ... งานระดับมาสเตอร์พีชของสถาปนิกผู้เคร่งครัดเรื่องสัดส่วนทุกมิลลิเมตร กลับพลาดท่าให้กับการแก้แบบระดับเด็กฝึกงานได้ยังไง"
น้ำเสียงของพริมโรสดึงบรรยากาศตึงเครียดในห้องให้ดิ่งลงไปอีก เธอยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววสะใจ แต่มันเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ระคนท้าทาย เธอไม่ได้ตกใจกับความเสียหายบนหน้าจอเท่ากับปฏิกิริยาของคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
ธามยังคงนิ่ง เงียบกริบราวกับรูปปั้นสลักจากหินอ่อน แต่ถ้าสังเกตให้ดี ปลายนิ้วเรียวยาวที่ประสานกันอยู่บนตักกำลังออกแรงบีบเข้าหากันจนข้อต่องอขาวโพลน
"คุณคิดว่าใครเป็นคนทำ" ธามเอ่ยขึ้นในที่สุด เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ เย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงทันที
"ฉันจะไปรู้กับคุณเหรอครับ หรือ... ควאมลับบริษัทคุณรั่วไหล เพราะสถาปนิกคนเก่งมัวแต่เอาเวลาไปตรวจเช็กความเรียบร้อยของห้องน้ำฝั่งฉันจนลืมดูความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์ตัวเองกันแน่" พริมโรสย้อนกลับทันควัน ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ เธอไม่ได้กลัวเกรงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยสักนิด กลับกัน เธอกำลังสนุกกับการได้เห็นคนปากแข็งเสียศูนย์
ธามตวัดสายตากลับมามองเธอทันควัน นัยน์ตาคมกริบดุจใบมีดวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ เขาเกลียดที่สุดคือการถูกจับจุดได้ ยิ่งเป็นผู้หญิงปากเก่งคนนี้ด้วยแล้ว เขายิ่งไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เห็นแม้แต่ปลายเล็บ
"พูดมากเกินไปแล้วนะครับ คุณพริมโรส" ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ ร่างสูงใหญ่สร้างแรงกดดันมหาศาลจนคนตัวเล็กต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "งานนี้เสียหายมูลค่าเท่าไหร่ ผมรับผิดชอบเองได้ แต่ถ้าคุณยังว่างพอจะมานั่งวิเคราะห์ความผิดพลาดของคนอื่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปเลือกสีทาผนังห้องโถงดีกว่า เพราะถ้างานอินทีเรียของคุณออกมาห่วยแตกพอกัน ผมนี่แหละจะเป็นคนแรกที่จะฉีกแบบของคุณทิ้งต่อหน้าคณะกรรมการ"
พริมโรสไม่ยอมถอยต่อ เธอยืดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่โน้มลงมามองใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างให้อากาศผ่าน ความร้อนระอุจากร่างกายของทั้งคู่แผ่เข้าหากันจนน่าใจหาย
"อุ๊ย... กลัวจังเลยค่ะ... เอ๊ย! ผมหมายถึง กลัวจังเลยนะครับ" พริมโรสแกล้งทำเป็นยกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจจอมปลอม ก่อนจะเปลี่ยนคำสรรพนามทันทีเมื่อเห็นคิ้วเข้มของธามกระตุกเข้าหากันด้วยความขัดแย้ง "ปากเก่งจังนะสถาปนิกธาม พอโดนเจาะไข่แดงเข้าหน่อย ก็ทำเป็นเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อนความฟอร์มตกไปได้"
"ผมไม่ได้ฟอร์มตก!" ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนเกือบจะเป็นการคำราม ความใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอ กลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ ที่มันชวนให้สติหลุดลอยไปจากสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างน่าประหลาด
"อ๋อเหรอครับ งั้นที่หน้าตึง ตัวเกร็ง หูแดงแจ๋อยู่นี่คืออาการปกติของคนสุขุมนุ่มลึกสินะ" พริมโรสจงใจโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยรอยยิ้มซุกซน เธอใช้ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อสูทของเขาตรงหัวไหล่ "ยอมรับมาเถอะน่าธาม ว่าคุณกำลังหัวเสียเพราะฉันจับทางได้ว่า... จริงๆ แล้วคุณไม่ได้เก่งกาจไร้พ่ายอย่างที่ใครเขาโม้ไว้หรอก"
ธามชะงักไปชั่วขณะ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วเธอบนแขนเสื้อราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นปราดเข้าสู่หัวใจ จังหวะการเต้นของอกข้างซ้ายกระชากความนิ่งสงบที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิตจนพังทลายลงราบคาบ เขาไม่ได้โกรธที่งานโดนแฮก เขาไม่ได้โกรธที่ถูกวิจารณ์ แต่เขากำลังหัวเสียที่ผู้หญิงคนนี้อ่านเกมเขาออกทะลุปรุโปร่งจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ซ่อนความรู้สึก
ธามก้มมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเย้าแหย่เขาอย่างได้ใจ ความคิดชั่ววูบหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว—อยากจะหยุดคำพูดกวนประสาทพวกนั้นด้วยวิธีที่เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้คนตรงหน้ารู้ซึ้งว่าการเล่นกับไฟอย่างเขา มันอันตรายแค่ไหน
แต่ก่อนที่ธามจะได้ทำตามสัญชาตญาณดิบที่กำลังตื่นตัว เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย พริมโรสรีบชักมือกลับแล้วถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ขณะที่ธามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงไร้ความรู้สึกภายในเสี้ยววินาที
"เข้ามา" ธามเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้างตามวิสัย
ประตูกระจกบานใหญ่เปิดออกพร้อมกับการก้าวเข้ามาของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก ถือแฟ้มเอกสารหนาเตอะวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน
"คุณธามครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... ทางสำนักงานใหญ่ส่งจดหมายด่วนที่สุดมาแจ้งว่า โครงการนี้ถูกสั่งระงับชั่วคราวจากบอร์ดบริหารระดับสูง เนื่องจากมีคำสั่งแต่งตั้ง 'ที่ปรึกษาพิเศษ' คนใหม่ลงมาคุมโปรเจกต์นี้ด้วยตัวเองครับ!"
ธามขมวดคิ้วมุ่น "ที่ปรึกษาพิเศษที่ไหน ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน"
เลขาหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยชื่อบุคคลปริศนาที่ทำให้ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มถึงกับชะงักค้างไปทันที
"ท่านประธานแต่งตั้ง... 'คุณภูดิศ' อดีตคู่หมั้นของคุณพริมโรส ให้เข้ามาเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจทุกขั้นตอนของโปรเจกต์นี้ครับ!"
ธามหันขวับกลับมามองหน้าพริมโรสทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่รอยยิ้มพราวระยับบนใบหน้าของพริมโรสเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าสวยหวานซีดเผือดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 12
ฟอร์มตก
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!