เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 14

เดตที่ไม่ได้นัดหมาย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงฟ้าร้องคำรามสนั่นจนกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือนตามแรงลมพายุภายนอก เป็นสัญญาณเตือนว่ากรุงเทพมหานครกำลังเผชิญกับพายุฤดูร้อนที่รุนแรงเกินคาดเดา แต่ภายในสตูดิโอออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นบนสุดของตึกระฟ้า บรรยากาศกลับไม่ได้ร้อนตามสภาพอากาศด้านนอกเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับเย็นยะเยือกด้วยสงครามประสาทที่กำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด “คุณจะเซ็นอนุมัติแบบแปลนนี้โดยไม่ปรับแก้วัสดุตามที่ผมเสนอไม่ได้นะ, พริมโรส” ธามก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณของความหงุดหงิด แว่นสายตาไร้กรอบถูกดันขึ้นด้วยปลายนิ้ว ขณะที่ดวงตาคมก్రిบจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ พริมโรสเงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างแบบ เธอไม่ได้ถอยร่างหนีแม้แต่น้อย กลับเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับพายุฝนข้างนอกเป็นเพียงเสียงเพลงกล่อมเด็ก “ทำไมฉันจะทำไม่ได้ล่ะคะ, คุณสถาปนิก” พริมโรสเน้นเสียงคำว่าสถาปนิกด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ “ในฐานะมัณฑนากร ฉันรู้ดีว่าอะไรที่เหมาะกับ ‘เซฟโซน’ ของโปรเจกต์นี้มากกว่าบล็อกคอนกรีตดิบๆ ที่คุณดึงดันจะใส่เข้ามา คุณเอะอะก็เอาแต่ใจตัวเองตลอด” “ผมไม่ได้เอาแต่ใจ! ผมใช้หลักวิศวกรรมและความงามเชิงสถาปัตยกรรมที่ผ่านการคำนวณมาแล้วอย่างรอบคอบ!” ธามตบมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นจนเอกสารกระจัดกระจาย “ถ้าคุณเอาสไตล์มินิมอลบ้าๆ ของคุณมากลบโครงสร้างหลัก ตึกนี้พังลงมา คุณจะรับผิดชอบไหวเหรอ?” “ถ้าตึกนี้จะพังจริงๆ ฉันว่ามันคงพังเพราะอีโก้ของคุณมากกว่าโครงสร้างเหล็กกล้าพวกนี้นี่แหละค่ะ!” พริมโรสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชดประชันสายตาคมด้วยการจ้องกลับแบบไม่หลบตา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความโกรธผสมผสานกับความใกล้ชิดที่อันตรายทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ธามชะงักไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นๆ ของหญิงสาวเป่ารดอยู่บริเวณปลายคางของเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นท้าทายจนหัวใจของสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบเต้นผิดจังหวะ เขาเกลียดการพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือการที่หัวใจตัวเองเริ่มทรยศต่อคำสั่งของสมอง “คุณนี่มัน…” ธามพึมพำลอดไรฟัน เสียงของเขาเบาลงโดยอัตโนมัติเมื่อสายตาเผลอเลื่อนลงไปมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ “ดื้อด้านไม่เคยเปลี่ยน” “และคุณก็เผด็จการไม่เคยเปลี่ยนเหมือนกันค่ะ” พริมโรสสวนกลับทันควัน ก่อนที่เธอจะหันหลังเตรียมเดินหนีเพื่อยุติการปะทะคารมที่เริ่มทำให้หัวใจเธอสั่นไหวแปลกๆ เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าใกล้ตัวอาคารทำให้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดในตึกดับวูบลงทันที ความมืดมิดเข้าปกคลุมสตูดิโอขนาดใหญ่ในพริบตา มีเพียงแสงวาบจากสายฟ้าภายนอกที่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกเป็นระยะ “ว이!” พริมโรสอุทานด้วยความตกใจเพราะความมืดที่มาเยือนกะทันหัน ร่างบางเซถลาไปชนกับแผงอกกว้างของธามที่ยืนซ้อนหลังอยู่พอดี สัมผัสอบอุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มทำให้เธอต้องรีบใช้มือยันอกเขาไว้ “ระวังหน่อยสิครับ” เสียงทุ้มต่ำของธามดังขึ้นชิดริมหูในความมืด ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนมัณฑนากรสาวขนลุกซู่ “ปากเก่งนัก แต่พอไฟดับทำไมตัวสั่นเป็นลูกนกแบบนี้ล่ะ” “ฉันไม่ได้กลัวความมืดค่ะ แค่ตกใจเสียงฟ้าผ่าต่างหาก” พริมโรสรีบแก้ตัว เสียงของเธอเริ่มสั่นนิดๆ เมื่อรู้สึกได้ว่าวงแขนแกร่งของธามค่อยๆ ยกขึ้นโอบล้อมรอบเอวเธอไว้โดยไม่รู้ตัว เพื่อพยุงไม่ให้เธอเซล้มลงบนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษ “ปากแข็งจริงนะ…” ธามกระซิบแผ่วเบา ร่างสูงก้าวเท้าต้อนเธอจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นกั้นพื้นที่ไม่ให้เธอหนีไปไหน “ไหนลองพูดคำเดิมใส่หน้าผมอีกทีซิ ในความมืดแบบนี้…” พริมโรสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงสายฝนที่กระหน่ำซัดสาดเข้าใส่กระจก เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในแสงวาบจากสายฟ้า ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มเวลานี้ไม่ได้ฉายแววดุดันหรือเกรี้ยวกราดเหมือนเมื่อครู่ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมานาน “คุณ… ถอยไปเลยนะ ธาม” พริมโรสพยายามทำเสียงให้แข็งที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ความสั่นเครือในน้ำเสียงกลับทรยศเธอจนหมดสิ้น “ไม่ถอยครับ” ธามตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเอาแต่ใจที่เธอปฏิเสธไม่ลง ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะกัน “ทำไมล่ะ? หรือว่าคุณกลัว… กลัวว่าหัวใจตัวเองจะเต้นแรงจนผมได้ยิน?” “ฉันไม่ได้กลัวอะไรทั้งนั้น!” “งั้นก็พิสูจน์ให้ผมดูสิครับ ว่าคุณไม่กลัว” สิ้นคำพูดนั้น ธามก็ก้มลงปิดกั้นเสียงเถียงทั้งหมดของเธอด้วยริมฝีปากอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด สัมผัสแรกมีความดุดันและเอาแต่ใจตามนิสัยของเขา แต่ไม่นานนัก ความเร่าร้อนนั้นก็เปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งและอ่อนโยนที่ชวนให้มึนงง พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงต่อต้านที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เมื่อวงแขนแข็งแรงของเขาดึงรั้งร่างเธอเข้าไปแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ไออุ่นจากร่างกายของเขาล้อมรอบตัวเธอไว้ท่ามกลางความมืดและพายุฝนภายนอก มันเป็นจูบที่ทั้งหวานและร้อนแรงจนเธอแทบยืนไม่อยู่ มือบางที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว สัมผัสจากปลายนิ้วอุ่นที่ประคองท้ายทอยเธอไว้อย่างนุ่มนวลทำให้ความกำแหงทั้งหมดพังทลายลง เนิ่นนานกว่าที่ธามจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวได้กอบโกยอากาศเข้าปอดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำและหอบหายใจถี่กระชั้น ในความมืดสลัว เขายังคงโน้มหน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ปลายจมูกคลอเคลียกันอย่างแนบแน่น เสียงลมหายใจที่ประสานกันกลบเสียงพายุฝนข้างนอกจนหมดสิ้น “ทีนี้… ยังจะเถียงผมเรื่องแบบแปลนนั้นอีกไหมครับ” เสียงกระซิบแหบพร่าของธามดังขึ้นชิดริมฝีปาก เผยให้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในความมืดที่คนปากแข็งอย่างพริมโรสไม่มีวันได้เห็นบ่อยนัก พริมโรสกะพริบตาปริบๆ กำลังจะอ้าปากตอกกลับด้วยความหมั่นไส้ แต่ทว่า— กริ๊ก! แสงไฟนีออนในสตูดิโอสว่างวาบขึ้นพร้อมกันทุกดวง เสียงเครื่องปรับอากาศกลับมาทำงานส่งเสียงหึ่งเบาๆ ทำลายบรรยากาศส่วนตัวในทันที ธามผถะถอยหลังออกไปก้าวหนึ่งอย่างรวดเร็ว ปรับสีหน้ากลับมาเป็นสถาปนิกผู้เคร่งขรึมและเจ้าระเบียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่ พริมโรสหน้าแดงแจ๋ด้วยความเขินอาย เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว พร้อมจะหันไปเฉ่งพ่อรูปหล่อปากร้ายให้หายแค้น ทว่า… ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป เสียงฝีเท้าฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงไขประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน “อ้าว ธาม! พริม! ยังไม่กลับกันอีกเหรอวะเนี่ย นึกว่าติดเกาะอยู่ที่ไหนซะอีก… เฮ้ย! ทำไมหน้าพวกนายแดงกันอย่างงั้นวะ?” ร่างของ “กรณ์” เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือเต็มวงแขน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อกวาดสายตามองสภาพของทั้งคู่ที่ยืนหายใจหอบอยู่คนละมุมห้อง — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความซึนของสถาปนิกหนุ่มคนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%