เอกสารแบบแปลนโครงการหอศิลป์ย่านเจริญกรุงถูกม้วนกระแทก¼ปงลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนแก้วกาแฟเซรามิกสีดำบนโต๊ะสะเทือนจนผิวน้ำกาแฟกระฉอกออกมาเล็กน้อย
ธามยืนค้ำโต๊ะด้วยสองแขน แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองมัณฑนากรสาวที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่เวลานี้คุกกรุ่นยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก
"คุณพริมโรส นี่คือแผนกออกแบบภายใน ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะอยากใส่อะไรลงไปก็ได้ตามใจชอบ" น้ำเสียงทุ้มต่ำของสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะเจือด้วยความหงุดหงิดระคนเย้ยหยัน "ผนังปูนเปลือยขัดมันโซนแกลเลอรีหลัก ถูกคุณสั่งให้ทีมงานเอาแผ่นไม้ระแนงสีพาสเทลมาแปะทับเนี่ยนะ? สมองส่วนไหนของคุณที่คิดว่ามันเข้ากันกับคอนเซปต์ 'ดิบ เท่ ร่วมสมัย' ที่เราประชุมเคาะกันไปสามรอบแล้วครับ"
พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความพอยั่วโมโหอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี เธอไม่ได้ถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียวเมื่อร่างสูงใหญ่ของธามโน้มตัวเข้ามาประชิด
"สมองส่วนที่ยังใช้จินตนาการได้ดีกว่าคุณไงคะ... อ้อ ลืมไป สำหรับคุณธามผู้เคร่งครัดในตำราสถาปัตยกรรมทุกกระเบียดนิ้ว อะไรที่นอกเหนือจากเส้นตรงและคอนกรีตคงถือเป็นความผิดมหันต์สินะคะ" พริมโรสสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนทุกคำ "ฉันไม่ได้ทำลายคอนเซปต์ ฉันแค่เติมความมีชีวิตชีวาเข้าไปในพื้นที่ที่แห้งแล้งและเย็นชาจนน่าเบื่อต่างหากเล่า"
"แห้งแล้ง?" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวับจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาอย่างไม่ลดละ "งานออกแบบที่ดีต้องตอบโจทย์ฟังก์ชันและความหมาย ไม่ใช่เอาความฟรุ้งฟีลส่วนตัวมาแปะมั่วซั่วเพื่อสนองนีทตัวเอง งานนี้ไม่ได้มีแค่ชื่อคุณแปะอยู่บนป้ายเครดิต แต่มันมีชื่อผมคุมโปรเจกต์นี้อยู่ด้วย!"
"อ๋อ ที่แท้ก็กลัวเสียหน้า กลัวว่าผลงานมาสเตอร์พีซของคุณจะมีรอยด่างพร้อยจาก 'ไอเดียบ้านๆ' ของฉันสินะคะ" พริมโรสกระแทกเสียงประชดประชัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ถ้าคุณมั่นใจในสถาปัตยกรรมกล่องปูนทึบๆ ของคุณนัก ทำไมไม่เขียนแบบแล้วกั้นห้องอยู่คนเดียวไปเลยล่ะคะ จะจ้างมัณฑนากรมาทำไมถ้าไม่อยากฟังเสียงคนอื่น!"
ประโยคนั้นทำให้ธามนิ่งงันไปชั่วขณะ ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ความโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บแปลบในอกอย่างประหลาด เขาไม่ได้โกรธที่เธอด่าผลงาน แต่เขาโกรธ... โกรธที่เธอไม่เคยเข้าใจเลยว่า ทุกตารางเมตรที่เขาออกแบบ เขาเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับรสนิยมของเธอ เผื่อที่ไว้ให้เธอเข้ามาเติมเต็มต่างหาก
แต่เขากลับเลือกที่จะซ่อนความหวังดีนั้นไว้ภายใต้คำพูดปากร้ายและท่าทีเย่อหยิ่งตามนิสัย
"ถ้าคุณคิดว่าการทำงานร่วมกับผมมันน่าอึดอัดใจนัก ทำไมไม่ถอนตัวออกไปตั้งแต่แรกเสียล่ะครับ?" ธามพูดออกไปด้วยความโมโหและทิฐิที่ค้ำคอ โดยไม่ทันคิดว่าคำพูดนั้นมันบาดลึกแค่ไหน "จะได้ไม่ต้องมานั่งปั้นหน้าฝืนทำงานกับคนที่คุณเกลียดขี้หน้า!"
พริมโรสชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าสวยเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม เธอกลืนก้อนความน้อยใจลงคออย่างยากลำบาก แล้วเชิดหน้าขึ้นสูงยิ่งกว่าเดิม
"พูดได้ดีนี่คะ... งั้นก็เชิญคุณทำงานกับกล่องปูนไร้หัวใจของคุณคนเดียวไปเลยค่ะ ฉันมันก็แค่คนนอกที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาคุณอยู่แล้วนี่!"
พริมโรสคว้ากระเป๋าหนังบนเก้าอี้มาสะพายไหล่ด้วยท่าทางฉุนเฉียว เธอหมุนตัวสะบัดหน้าเดินหนีออกจากห้องประชุมทันที เสียงส้นสูงกระทบพื้นดัง *ก๊อกแก๊ก* เป็นจังหวะรัวเร็ว สะท้อนความโกรธเกรี้ยวที่อัดแน่นอยู่ในอก
ธามยืนนิ่งอยู่กับที่ มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขามองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายออกไปจากประตูกระจก ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกทันทีที่อารมณ์โกรธเริ่มเบาบางลง *ปากเสียอีกแล้วไอ้ธามเอ้ย!* เขาอยากจะวิ่งตามออกไปคว้าแขนเรียวนั้นมาขอโทษ แต่ศักดิ์ศรีและฟอร์มที่สะสมมานานนับปีมันค้ำคอจนขยับขาไม่ออก
บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ธามทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง เขายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดตัวเอง
ทว่า... ความเงียบงันนั้นถูกทำลายลงด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่เดินตรงเข้ามาทางประตูกระจกที่ยังเปิดแง้มไว้
ธามเงยหน้าขึ้นด้วยความหวังเล็กๆ ว่าอาจจะเป็นพริมโรสที่เดินกลับมาต่อปากต่อคำกับเขาต่อ แต่ทว่า เงาร่างที่ทาบทับลงมาตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงสาวที่เขากำลังคิดถึง
"อ้าว ธาม... ยังเคลียร์งานกันไม่เสร็จอีกเหรอ สีหน้าเคร่งเครียดเชียว"
เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาทของ 'ภาคิน' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ร่วมวงการและอดีตคู่แข่งคนสำคัญที่มักจะมีเรื่องให้เขม่นกันอยู่เสมอ ภาคินส่งยิ้มพรายมาให้ พร้อมกับสายตาที่เหลือบมองไปยังแฟ้มงานบนโต๊ะและทิศทางที่พริมโรสเพิ่งเดินออกไป
ธามหรี่ตามองผู้มาเยือน ความรู้สึกระแวงบางอย่างแล่นริ้วขึ้นมาในอกทันที "คุณมาทำอะไรที่นี่ ภาคิน"
"อ้าว ใจคอจะไม่ต้อนรับเพื่อนร่วมวงการหน่อยเหรอ?" ภาคินหัวเราะในลำคอ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ธาม "พอดีผมบังเอิญเจอคุณพริมโรสเดินร้องไห้... เอ้ย เดินหน้าตา 108 สีลงไปที่ล็อบบี้ ดูท่าทางโปรเจกต์นี้จะมีปัญหาระหว่างสถาปนิกกับมัณฑนากรซะแล้วสิ หรือว่า... นายกำลังจะทำเธอหลุดมือไปจริงๆ ซะแล้วล่ะธาม?"
ดวงตาคมของธามวาวโรจน์ขึ้นมาทันที รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกจากร่างสูงโดยอัตโนมัติ
"เรื่องของผมกับคุณพริมโรส ไม่มีความจำเป็นต้องมารายงานให้คนนอกอย่างคุณรู้" ธามตอบเสียงเย็นเฉียบ
ภาคินยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้กวนประสาทที่สุด "งั้นเหรอ... แต่ถ้าเธอเบื่อคนปากร้ายอย่างนายจนยอมมารับงานร่วมกับสตูดิโอของผมแทน นายคิดว่าฉันควรจะต้อนรับเธอดีไหมล่ะ?"
ธามลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที แรงกดดันมหาศาลทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวภาคิน ดวงตาดุดันจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 15
คำพูดประชดประชัน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!