กลิ่นอายความคุกกรุ่นจากเหตุการณ์เผชิญหน้าระหว่างธามกับภาคินยังคงลอยเคว้งอยู่ในห้องประชุมใหญ่ ทว่าความตึงเครียดนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันอันน่าอึดอัดในอีกสองชั่วโมงต่อมา เมื่อพริมโรสเดินหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามาในสตูดิโอออกแบบของธามด้วยสีหน้าเรียบเฉย
มัณฑนากรสาวตั้งใจจะมาสะสางเรื่องแบบแปลนที่ถูกรื้อแก้ใหม่ทั้งหมดตามคำสั่งเผด็จการของสถาปนิกหนุ่ม แต่สิ่งที่รอเธออยู่กลับไม่ใช่กองกระดาษร่างหรือแฟ้มงานที่เต็มไปด้วยรอยปากกาแดงอย่างที่คาดคิด
ห้องทำงานของธามปิดไฟมืดสนิท มีเพียงแสงไฟสปอตไลท์สีนวลพุ่งตรงไปยังพื้นที่โล่งกลางห้อง ซึ่งถูกเนรมิตใหม่ราวกับแกลเลอรีจัดแสดงงานศิลปะชิ้นเอก ผนังสีขาวสะอาดตาถูกแทนที่ด้วยแผงโมเดลกระดาษชานอ้อยขนาดใหญ่ที่เรียงร้อยต่อกันเป็นเส้น 3 มิติ โค้งเว้าจำลองสถาปัตยกรรมธรรมชาติอย่างประณีต
"นี่มัน... อะไรกันครับเนี่ย" พริมโรสพึมพำกับตัวเองด้วยความประหลาดใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายขึ้นมาวับหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยเมื่อร่างสูงของเจ้าของห้องก้าวออกมาจากมุมมืด
ธามในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก 2 ข้าง เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามสัญชาตญาณของคนทำงานหนัก ดวงตาดุดันคู่นั้นไม่ได้ฉายแววเกรี้ยวกราดเหมือนตอนอยู่ต่อหน้าภาคิน แต่กลับมีความระมัดระวังบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"ผมไม่ได้ทำเพื่อคุณ" ธามชิงพูดขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งแววสำนึกผิดแบบที่คนทำผิดควรจะมี "ผมแค่นำเสนอ 'วิสัยทัศน์' ที่ถูกต้องในฐานะหัวหน้าโปรเจกต์ ก็เท่านั้น"
พริมโรสแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ กอดอกมองโมเดลตรงหน้าสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เชิดขึ้นอย่างถือดี "วิสัยทัศน์เหรอคะคุณธาม? เล่นรื้อโปรเจกต์เก่าแล้วสร้างแลนด์สเคปใหม่ขึ้นมาภายในคืนเดียวเนี่ยนะ... คุณเอาเวลาไหนไปทำ หรือว่าแอบหลับในเวลาทำงานแล้วมาปั่นตอนดึกจนสมองกลับกันแน่"
"ปากเก่ง" ธามขบกรามแน่น สันกรามคมกริบนูนเด่นชัดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวมัณฑนากรสาวทีละก้าว จนเธอต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ "คุณไม่มีสิทธิ์มาวิจารณ์วิธีทำงานของผม พริมโรส... โดยเฉพาะเมื่อคุณยังดูไม่ออกด้วยซ้ำว่าโครงสร้างตรงนี้มันกำลังสื่อถึงอะไร"
"ฉันก็แค่มองเห็นว่ามันเอาแต่ใจตัวเองเหมือนคนออกแบบ!" พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวกับระยะห่างที่ใกล้จนเกินงาม "คุณบอกว่าอยากให้งานออกมาสมบูรณ์แบบ แต่ความจริงคือคุณแค่อยากลบงานที่ภาคินเคยเสนอไว้ทั้งหมด เพื่อความสะใจส่วนตัวต่างหาก"
ธามชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบลงอย่างรวดเร็วก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม มือหนายื่นออกไปวางทราบลงบนขอบโต๊ะด้านหลังตัวพริมโรส กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างจำยอม
"คุณคิดว่าผมทำเพื่อแข่งกับไอ้บ้านั่นเหรอ?" ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือปลายจมูกรั้นของเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นอย่างน่ากลัว "เปิดตาแล้วมองโมเดลตรงนั้นให้ดีๆ พริมโรส... สิ่งที่ผมแก้ ไม่ใช่เพราะมันเป็นของภาคิน แต่มันเป็นเพราะ 'เส้นสาย' ของมันทำลายพื้นที่ส่วนตัวที่คุณควรจะได้รับ"
พริมโรสชะงัก เธอกวาดสายตากลับไปมองโมเดลสถาปัตยกรรมตรงกลางห้องอีกครั้ง และคราวนี้เธอก็ต้องตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่
โครงสร้างโค้งเว้าที่ธามสร้างขึ้นใหม่ไม่ได้เป็นแค่เพียงงานดีไซน์ล้ำสมัย แต่มันคือการออกแบบที่คำนึงถึงมุมมอง แสงเงา และความเป็นส่วนตัวของโซนที่เธอต้องรับผิดชอบโดยเฉพาะ มันคือการแก้ปัญหาที่เธอเคยบ่นให้เขาฟังเมื่อสัปดาห์ก่อน—เรื่องที่ว่าแบบแปลนเดิมมันทึบเกินไปและทำให้มัณฑนากรทำงานยาก
"นี่คุณ..." พริมโรสเบิกตากว้าง หันกลับมามองหน้าชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอยู่ในอก "คุณจำที่ฉันพูดวันนั้นได้เหรอ?"
"ผมไม่ได้ความจำเสื่อม" ธามตอบเสียงห้วน ใบหน้าหล่อเหลาเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความประหม่าที่ฉายชัดขึ้นบนพวงแก้ม "แค่รำคาญเวลาที่คุณบ่นเรื่องเดิมซ้ำๆ ซากๆ ก็เลยทำให้มันจบๆ ไป... อย่าสำคัญตัวผิดว่าผมทำเพราะเห็นใจคุณก็แล้วกัน"
ปากแข็ง... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าหินผา แต่การกระทำสวนทางกับคำพูดจนน่าหมั่นไส้ พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่นพยายามซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า เธอยื่นมือไปแตะโครงสร้างโมเดลจำลองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย
"แล้วเรื่องที่จัดการกับภาคินล่ะคะ... นั่นก็ทำไปเพราะรำคาญเหมือนกันรึเปล่า"
ธามหันขวับกลับมาสบตาเธอนิ่ง ดวงตาสีเข้มฉายแววคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินชื่อนั้น "ไอ้สารเลวตระกูลนั้นมันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมอากาศเดียวกับคุณในโปรเจกต์นี้... จำไว้ว่าถ้ามันยังกล้าล้ำเส้นเข้ามาอีกคนที่จะจัดการไม่ใช่แค่คำพูดแน่"
น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหึงหวงและปกป้องอย่างไม่ปิดบังทำเอาพริมโรสถึงกับนิ่งงัดไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความซึนเดระบะขั้นสุดยอดของสถาปนิกปากแข็งคนนี้มักจะมีวิธีทำให้เธอใจละลายได้ทุกครั้งในยามที่คาดไม่ถึง
"หึงเหรอคะ?" เธอยกยิ้มมุมปาก ท้าทายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์
ธามแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาดุดันจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่กำลังขยับพูดจายั่วเย้า เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น
"ถ้าผมบอกว่าใช่... คุณจะเลิกทำตัวดื้อด้านแล้วเชื่อฟังผมสักครั้งได้ไหมล่ะครับ พริมโรส"
บรรยากาศในห้องเงียบงัดลงทันที เคมีที่ฟาดฟันกันด้วยความดื้อรั้นถูกแทนที่ด้วยกระแสความเร่าร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วผิวสัมผัส ธามโน้มใบหน้าลงต่ำเตรียมจะปิดระยะห่างที่เหลืออยู่ ทว่า...
*ก๊อกๆๆ*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงโปรดของเลขาหน้าห้องก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณธามครับ! แย่แล้วครับ... บอร์ดบริหารใหญ่เรียกประชุมด่วนตอนนี้เลยครับ เรื่องที่คุณไปมีเรื่องกับคุณภาคินเมื่อเช้ากำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่โตแล้วครับ!"
ธามชะงักกึก ดวงตาดุดันตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความกรุ่นโกรธ ขณะที่พริมโรสรีบดันอกแกร่งของเขาออกแล้วถอยหลังเว้นระยะห่างทันที
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของฟีนิกซ์สีทองมาโดยตลอดนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 16
ขอโทษด้วยวิธีที่ไม่ธรรมดา
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!