เสียงโลหะหนักอึ้งร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโวยวายของคนงานที่วิ่งแตกตื่นกันอลหม่าน ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลจนทัศนียภาพรอบตัวกลายเป็นสีเทาขมุกขมัวในพริบตา โครงสร้างเหล็กท่อ นั่งร้านโซนทิศเหนือที่กำลังติดตั้งคานประดับเกิดการทรุดตัวลงอย่างไม่คาดคิด
"ระวัง!"
ธามตะโกนก้อง สัญชาตญาณความเป็นสถาปนิกและวิศวกรผู้ควบคุมงานกระตุ้นให้ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ดวงตาคมกริบกวาดมองประเมินความเสี่ยงในเสี้ยววินาที ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงโลหะลั่นเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัว สายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับร่างบางของพริมโรสที่ยืนอยู่ใต้รัศมีจุดตกกระทบพอดี มัณฑนากรสาวกำลังเงยหน้ามองความผิดปกติด้วยความตกตะลึง ขาเรียวราวกับถูกตรึงไว้กับพื้นด้วยความตกใจกลัว
ไม่ทันคิดให้เสียเวลา ร่างสูงโปร่งของธามพุ่งทะยานเข้าไปหาเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนากระชากแขนเรียวสุดแรง
*โครม!*
เสาเหล็กขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลางเกรดอุตสาหกรรมร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นห่างจากจุดที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงฟุต แรงกระแทกส่งผลให้เศษปูนและฝุ่นละอองกระจายฟุ้งใส่หน้าจนแสบผิว แต่ธามไม่ได้สนใจความเจ็บปวดแม้แต่น้อย เขาดึงร่างของพริมโรสเข้าหาอกกว้างอย่างแรง ใช้ลำตัวของตัวเองปกป้องเธอไว้ทั้งหมด โอบกอดกระชับแน่นจนแทบจมหายไปกับแผ่นอก แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นบังศีรษะของเธอจากเศษซากวัสดุที่อาจร่วงลงมาซ้ำ
กลิ่นฝุ่นปูนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายสะอาดของผู้ชายที่แนบชิด พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโครมครามจนไม่รู้ว่านั่นคือเสียงหัวใจของเธอหรือของคนตรงหน้ากันแน่
"คุณ... คุณธาม" เสียงหวานสั่นพร่า เอ่ยเรียกชื่อเขาด้วยความตกตะลึง ปลายจมูกของเธอชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตทำงานที่เปรอะเปื้อนฝุ่น ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาร้อนผ่าวตัดกับความเย็นเยียบของความกลัวเมื่อครู่ได้อย่างสิ้นเชิง
ธามผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด ยันมือกับพื้นคอนกรีตข้างตัวเพื่อพยุงน้ำหนักไม่ให้ทับลงไปบนตัวเธอ ดวงตาคมดุที่ปกติมักจะฉายแววเยชชาและเรียบเฉย บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้
"ยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนี้เล่า! อยากตายหรือไง!" น้ำเสียงทุ้มต่ำตวาดแหวใส่ทันทีที่ตั้งสติได้ ความปากร้ายและอาการหัวเสียถูกงัดขึ้นมาใช้กลบเกลื่อนความตื่นตระหนกเมื่อครู่อย่างแนบเนียน "ถ้าหลบไม่ทันเมื่อกี้ คุณคงกลายเป็นแผ่นแปะผนังไปแล้วนะพริมโรส!"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่คะ เอ๊ย... ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่!" พริมโรสเผลอหลุดปากเถียงกลับตามสัญชาตญาณ แม้หัวใจจะยังเต้นรัวแรงด้วยความตกใจ แต่ความปากเก่งไม่ยอมคนก็กลับมาทำงานทันที มือเรียวผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อให้เขาถอยห่าง แต่ธามกลับยิ่งขยับตัวเข้ามาใกล้ ชิดเสียจนไร้ช่องว่างระหว่างกัน
"ยังจะมีปากเสียงอีกเหรอ!" ธามกัดฟันกรอด ดวงตาคมจ้องมองใบหน้าเนียนที่เปื้อนฝุ่นดินของเธอด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธที่เธอยืนเสี่ยงอันตราย ทั้งเป็นห่วงจนแทบคลั่ง และที่สำคัญ... หัวใจเจ้ากรรมของเขามันดันทรยศเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ "หัดดูสภาพรอบตัวซะบ้าง ไม่ใช่เก่งแต่เถียงผมไปวันๆ!"
"แล้วใครใช้ให้คุณมาช่วยเล่า!" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้แพขนตางอนจะยังสั่นระริกด้วยความตกค้างจากเหตุการณ์เฉียดตาย "ปล่อยเลยนะ หนักจะตายอยู่แล้ว!"
"ปากดีจริงนะ..." ธามพึมพำลอดไรฟัน สายตาดุๆ เลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงเขาไม่หยุด ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสกันได้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของมགุขชาเขียวที่เธอใช้ประจำลอยแตะจมูก ท่ามกลางเสียงโกลาหลรอบไซต์งานที่เริ่มสงบลงเมื่อหัวหน้าคนงานเข้ามาคุมสถานการณ์ได้แล้ว โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนเหลือเพียงแค่คนสองคนที่กอดก่ายกันอยู่บนพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ
วิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความซึนที่เคยมีพังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อเห็นรอยถลอกสีแดงจางๆ ที่ข้างแก้มเนียนของเธอ นิ้วเรียวใหญ่โดยไม่รู้ตัวยื่นออกไปโดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วอุ่นปัดเศษฝุ่นที่ข้างแก้มให้อย่างเบามือที่สุด สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้พริมโรสชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"เจ็บตรงไหนไหม..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลอย่างหาได้ยากยิ่ง สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะยังขยับบ่นอุบอิบ "ซุ่มซ่ามเป็นเด็กๆ ไปได้"
พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วกลับยิ่งเต้นผิดจังหวะหนักขึ้นไปอีกเมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววความรู้สึกลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกันที่รดรินอยู่ใกล้แค่เอื้อม
"ฉัน... ฉันไม่เป็นไรค่ะ" น้ำเสียงของเธอแผ่วเบาลงโดยอัตโนมัติ ความพยศเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้
ธามมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล เขากำลังจะเอيยประโยคหยอกเย้าหรือสารภาพความในใจบางอย่างออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่น่าประหม่านี้ ทว่า...
"คุณธามครับ! ทางเขตส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบความปลอดภัยด่วนแล้วครับ!"
เสียงตะโกนดังแทรกขึ้นมาจากเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาใกล้ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลในเครื่องแบบราชการที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซากนั่งร้านพอดี
ธามขบกรามแน่นด้วยความขัดใจ นึกอยากจะไล่เลขาคนนี้ออกเสียเดี๋ยวนี้ที่ดันเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ เขารีบผละตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างเสียดาย พร้อมกับดึงร่างบางของพริมโรสให้ลุกขึ้นตามมาด้วยกัน แม้ว่ามือหนาจะยังคงจับข้อศอกเรียวของเธอไว้มั่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายวับไปกับตา
พริมโรสก้มหน้าซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำไว้ภายใต้เส้นผมที่ยุ่งเหยิง จัดเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยอย่างลวกๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
ธามหันไปเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รัฐด้วยมาดนิ่งขรึมตามเดิม รังสีความเยือกเย็นกลับมาปกคลุมร่างสูงอีกครั้ง แต่ทว่า... สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่ยังคงกุมกระชับข้อมือของมัณฑนากรสาวไว้หลวมๆ นั้น กลับบอกชัดเจนว่า หัวใจของสถาปนิกปากแข็งคนนี้ไม่ได้สงบราบเรียบเหมือนหน้าตาเลยแม้แต่น้อย
และในจังหวะที่ธามกำลังหันกลับมาส่งสายตาคาดโทษเชิง "เธอรอดตัวไปก่อนนะ" ให้กับพริมโรส สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากมุมเสาปูนด้านหลัง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยคนสุดท้ายที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ... ร่างนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอดีตคู่หมั้นเก่าของเขาที่เพิ่งประกาศถอนหมั้นไปเมื่อปีก่อน และกำลังก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่แฝงไปด้วยเจตนาร้ายบางอย่าง
หวังว่าตอนนี้จะถูกใจรี้ดเดอร์ทุกท่านนะครับ ขอบคุณสำหรับการติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมาครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 21
จังหวะหัวใจที่ผิดเพี้ยน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!