"ถ้าคุณคิดว่าการเดินเข้ามาในห้องทำงานของผม พร้อมกับผู้ชายคนอื่น แล้วทำตัวสนิทสนมกันเกินขอบเขต มันจะทำให้ผมรู้สึกอะไร... คุณกำลังเข้าใจผิดครั้งใหญ่แล้วล่ะครับคุณพริมโรส"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของธามไม่ได้ราบเรียบเหมือนอย่างเคย มันสั่นเครือเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่เจ้าตัวพยายามกดทับเอาไว้ สันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นมาจากการขบกรามแน่น ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรันพันตู ทั้งโกรธ ทั้งหึงหวง และ... ทั้งเจ็บปวดอย่างน่าประหลาด
พริมโรสชะงักค้าง ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงปิดสนิทลงทันที หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวรากับกลองเพลเมื่อเห็นประกายไฟในดวงตาคู่นั้น เธอนึกว่าเขาจะเป็นหินผาที่ไร้ความรู้สึกเสียอีก นึกว่าความเย่อหยิ่งและมาดนิ่งขรึมของสถาปนิกหนุ่มจะทำให้เขาไม่แคร์ว่าเธอจะเดินมากับใคร หรือผ่านเรื่องราวอะไรมาบ้าง
แต่ภาพที่เห็นในตอนนี้... ธามในเวอร์ชันที่กำลังสูญเสียการควบคุมตัวเอง มันทรงพลังและอันตรายต่อหัวใจเธอเสียเหลือเกิน
"แล้วคุณเดือดร้อนอะไรล่ะคะคุณธาม" พริมโรสเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลจากร่างสูงที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย "ในเมื่อเราเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน เป็นแค่คนที่ต้องทำงานร่วมกันในโปรเจกต์นี้ ชีวิตส่วนตัวของฉัน ฉันจะไปไหนมาไหนกับใคร มันก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับสถาปนิกปากจัดอย่างคุณนี่คะ"
ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ร่างสูงก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นกระดาษและกาแฟเข้มๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาโชยเข้าจมูก จนพริมโรสต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"ไม่เกี่ยวกับงั้นเหรอ..." ธามทวนคำ เสียงกระซิบต่ำพร่าอยู่ใกล้ใบหูของเธอจนขนลุกซู่ มือหนายื่นออกไปวางทราบลงบนผนังกระจกใสข้างตัวเธอ กักร่างเพรียวบางเอาไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ "คุณคิดว่าตลอดหลายเดือนที่เราตีฝีปากกัน คุณคิดว่าผมแคร์แค่เรื่องงานจริงๆ งั้นเหรอพริมโรส"
ประโยคนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกกลางใจของมัณฑนากรสาวอย่างจัง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ สมองที่เคยฉับไวและมีคำตอบโต้กลับได้ทุกสถานการณ์กลับขาวโพลนอย่างไร้สาเหตุ ดวงตากลมโตสั่นไหวอย่างปิดไม่มิดเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เวลานี้เต็มไปด้วยความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปฏิเสธ
ไม่มีรอยยิ้มเยาะหยัน ไม่มีคำพูดเชือดเฉือน มีเพียงความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ ซึ่งกำลังทำลายกำแพงป้องกันตัวที่พริมโรสเพียรสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตให้พังทลายลงทีละน้อย
*นี่เธอกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่...?*
คำถามนี้ดังขึ้นซ้ำๆ ในหัวของพริมโรส หัวใจที่เต้นรำด้วยจังหวะบ้าคลั่งไม่ได้เกิดจากความโกรธ แต่มันเกิดจากความตระหนักรู้ที่วิ่งวาบเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว—เธอกำลังหวั่นไหว เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายปากร้ายคนนี้อย่างราบคาบ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ เธอยอมรับความจริงข้อนี้ในใจมานานแล้ว เพียงแต่ความดื้อรั้นและศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอไม่ยอมปริปากบอกออกไป
ธามมองปฏิกิริยาของหญิงสาว นัยน์ตาคมทอประกายอ่อนลงชั่วแวบหนึ่งเมื่อเห็นริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียนที่เริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
"ปากบอกว่าไม่แคร์ แต่ทำไมเวลาผมมองผู้ชายคนอื่นที่ยืนใกล้คุณ... หัวใจผมมันถึงแทบจะหยุดเต้นล่ะครับพริมโรส"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของสถาปนิกผู้หยิ่งทะนงคนนั้น ทำให้พริมโรสเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอนิ่งอึ้งไปสนิท สมองประมวลผลไม่ทันกับความตรงไปตรงมาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนของเขา ธามเนี่ยนะ... คนที่เคยบอกว่าเธอคือความน่ารำคาญอันดับหนึ่งในชีวิต กำลังพูดจาหวานเลี่ยนทำลายล้างหัวใจเธอแบบนี้เนี่ยนะ!
"คุณ... คุณพูดบ้าอะไรออกมาเนี่ย" พริมโรสพยายามดันอกแกร่งของเขาออกเบาๆ แต่มีหรือที่แรงอันน้อยนิดจะระคายเคืองร่างสูงที่ยืนปักหลักมั่นคงราวกับเสาเข็มตึกระฟ้า
"ผมไม่ได้บ้า" ธามคว้าข้อมือเรียวบางทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างนุ่มนวล แต่หนักแน่นพอที่จะไม่ยอมให้เธอถอยหนี นิ้วโป้งของเขาไล้เบาๆ บนผิวเนื้อนุ่มตรงข้อมือ สัมผัสที่แผ่วเบานั้นกลับร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟที่แผดเผาเหตุผลทั้งหมดของเธอจนมอดไหม้ "ผมตั้งสติมานานเกินไปแล้วพริมโรส และผมก็เกลียดตัวเองชะมัดที่ต้องมาคอยยืนมองคุณไปไหนมาไหนกับคนอื่น ทั้งที่ความจริงแล้ว... ที่ตรงนั้นมันควรจะเป็นของผม"
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบสงัดลงจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างน่าประหลาด พริมโรสแหงนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาที่เคยแข็งกร้าวและดื้อรั้นในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววความสับสนและยอมจำนนอย่างชัดเจน กำแพงน้ำแข็งที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความรู้สึกถูกหลอมละลายจนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้ความอบอุ่นที่แฝงมากับความคลั่งรักของสถาปนิกหนุ่ม
มือบางที่ถูกกุมไว้ค่อยๆคลายออก ความตึงเครียดระหว่างทั้งคู่ระเหยหายไป แทนที่ด้วยบรรยากาศสีชมพูที่อบอวลชวนให้ใจสั่นระทึก พริมโรสเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเอง...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่แง้มออก พร้อมกับร่างของเลขาหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณธามครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานแล้วครับ แบบแปลนโครงสร้างโซน C มีปัญหาด่วน..."
ธามตวัดสายตาคมกริบหันไปมองผู้บุกรุกทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงอีกครั้งจนเลขาหนุ่มต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่และหุบปากฉับสนิทด้วยความหวาดกลัว
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 20
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!