เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 22

คนปากแข็งยอมเปิดใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
ความเงียบงันในไซต์งานก่อสร้างยามค่ำคืนไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยสักนิด ตรงกันข้าม... บรรยากาศรอบตัวกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อเงาร่างที่ก้าวออกมาจากมุมเสาปูนเปลือย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความปลอดภัยอย่างที่ควรจะเป็น "นานแล้วนะ, ธาม... ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอคุณในสภาพคลุกฝุ่นแบบนี้" เสียงทุ้มหวานที่จงใจลากเสียงยาวอย่างเย้ยหยันดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ลลิล' อดีตคู่หมั้นสาวไฮโซที่สะบัดก้นเดินหนีเขาไปแต่งงานกับนักธุรกิจรุ่นพ่อเมื่อปีก่อน รอยยิ้มบนเรียวปากเคลือบลิปสติกสีแดงสดไม่ได้บ่งบอกถึงความยินดีแม้แต่น้อย มันคือรอยยิ้มของคนที่ถือไพ่เหนือกว่า และตั้งใจจะมาเหยียบย่ำซากปรักหักพังที่เธอเคยทิ้งไว้ พริมโรสหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณมัณฑนากรสาวผู้ผ่านศึกเหนือเสือใต้มาโชกโชนทำงานทันที เธอก้าวเข้าไปยืนขนาบข้างธามโดยอัตโนมัติ ไหล่บางเบียดชิดกับต้นแขนแกร่งของสถาปนิกหนุ่ม เป็นการแสดงออกทางกายภาพที่ชัดเจนว่า *'ผู้ชายคนนี้มีเจ้าของแล้ว และห้ามใครมาแตะ'* "อ๋อ..." พริมโรสลากเสียงสูง ปรายตามองชุดแบรนด์เนมราคาแพงที่ตัดกับฝุ่นปูนในไซต์งานอย่างขบขัน "นึกว่าใคร ที่แท้ก็แขกไม่速มาเยือน... คุณผู้หญิงคะ (อ๊ะ, ขออภัยครับ คุณผู้หญิงครับ) พอดีทางเราไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าพื้นที่ก่อสร้างอันตรายนะกะ... เอ๊ย, ครับ" เธอยิ้มหวานหยดจนน่ากลัว "ถ้าจะมาเดินเล่นหาเศษเหล็กขาย กรุณาออกไปทางด้านหน้าค่ะ... ครับ!" ธามเหลือบมองหญิงสาวข้างกายแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกที่เคยปิดสนิทมาตลอดขยับขึ้นนิดๆ เกือบเป็นรอยยิ้ม ความตึงเครียดในแววตาคมกริบลดลงไปกว่าครึ่งเมื่อได้ยินเสียงแหวๆ ที่พร้อมพุ่งชนแทนเขาเสมอ "ลลิล คุณมาทำอะไรที่นี่" ธามเอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา และไร้เยื่อใยโดยสิ้นเชิง ราวกับกำลังคุยกับคนแปลกหน้าข้างถนน "อุ๊ย ทำไมพูดจาห่างเหินแบบนั้นล่ะคะ ธาม" ลลิลหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงตีเข้าจมูกกลบกลิ่นฝุ่นปูน "ลลิลก็แค่... เป็นห่วงโครงการมูลค่าหลายพันล้านนี่ต่างหาก ฟังว่ากำลังมีปัญหาเรื่องการออกแบบโครงสร้าง... น่าสงสารจังนะคะ อุตส่าห์มั่นใจนักหนา สุดท้ายก็เกือบทำบริษัทเจ๊งเพราะความหัวรั้นของตัวเอง" สายตาสมเพชเวทนาที่ลลิลส่งมานั้นคมกริบยิ่งกว่ามีดโกน เธอกวาดตามองชุดทำงานมอมแมบของธามและพริมโรสด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะจงใจพูดประโยคที่ซ่อนคมมีดไว้ข้างหลัง "ถ้าธามยอมรับข้อเสนอของทางกลุ่มทุนเราตั้งแต่แรก ป่านนี้คงไม่ต้องมาทนหลังขดหลังแข็งแก้แบบกับ... เอ่อ มัณฑนากรโนเนมคนนี้หรอกค่ะ" พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึกเตรียมสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่อีกฝ่ายต้องจำไปจนวันตาย แต่ทว่า... เร็วกว่าที่เธอจะทันขยับปาก ฝ่ามือหนาของธามก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ หลบไปอยู่ด้านหลังตัวเขาอย่างปกป้อง การกระทำนั้นเงียบเชียบ แต่เด็ดขาดและหนักแน่น ธามก้าวออกไปเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นเต็มตัว รังสีความกดดันรอบตัวสถาปนิกหนุ่มพุ่งทะยานจนอุณหภูมิรอบข้างลดฮวบลงทันที ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองผู้หญิงตรงหน้าด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "เรื่องงานของผม จะรอดหรือจะเจ๊ง มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ 'คนทรยศ' อย่างคุณต้องมาใส่ใจ" ธามเน้นเสียงทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำ "และที่สำคัญ... อย่าเอามาตรฐานความคิดต่ำๆ ของคุณ มาวัดความสามารถของคนอื่น" ลลิลหน้าชาวาม ริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสั่นระริกด้วยความโกรธ "ธาม! คุณกล้าดียังไง..." "ผมกล้ามากกว่าที่คุณคิด" ธามตัดบทอย่างไร้เยื่อใย "จำไว้ ลลิล... พื้นที่ตรงนี้ และผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังผมคนนี้ อยู่นอกเหนือขอบเขตที่คุณจะเข้ามาเหยียบย่ำ ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาลากตัวคุณออกไปจริงๆ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังนั้นทำเอาลลิลถึงกับผงถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แววตาหวาดหวั่นฉายชัดขึ้นมาในความมืด เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าหายลับไปในความมืดของมุมตึก ความเงียบกลับคืนสู่ไซต์งานอีกครั้ง แต่บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม... ธามยังคงยืนนิ่ง ค้างอยู่ในท่าที่ใช้มือข้างหนึ่งบังตัวพริมโรสไว้ แม้ลลิลจะไปแล้ว แต่ฝ่ามือใหญ่ของเขาก็ยังคงกุมรอบข้อมือของเธออยู่ หลวมๆ แต่สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งผ่านทะลุผิวเนื้อจนหัวใจของมัณฑนากรสาวเต้นรัวผิดจังหวะ พริมโรสกระแอมเบาๆ เพื่อทำลายความเงียบ "อืม... มือค่ะ... หมายถึง มือคุณ... ปล่อยได้แล้วมั้งคะ เอ๊ย! ครับ" ธามสะดุ้งเล็กน้อย ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำอะไรลงไป ชายหนุ่มรีบปล่อยมือราวกับโดนของร้อน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขิน เขายกมือขึ้นกอดอก หันหน้าหนีไปมองเสาปูนด้านข้างแทนที่จะสบตาเธอ "ใครบอกให้เธอออกหน้าแทนล่ะ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความเคยชิน ปากร้ายกลบเกลื่อนความรู้สึก "ทำตัวเป็นนางเอกหนังไทยไปได้... รู้ตัวไหมว่าทำแบบนั้นมันเสี่ยงแค่ไหน ถ้าผู้หญิงคนนั้นมีมีดขึ้นมากลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา เธอนั่นแหละที่จะเป็นตัวถ่วงให้ฉันต้องคอยพะวง" พริมโรสเบะปากทันที ความซึนของสถาปนิกหนุ่มนี่มันรักษาไม่หายจริงๆ! "อ้าว! นี่ฉันหวังดีหรอกนะยะ... เอ๊ย ครับ!" พริมโรสเท้าสะเอว เชิดหน้าใส่อย่างไม่ยอมแพ้ "เห็นคุณยืนอึ้งไปนึกว่าเจอผีเก่า เลยกะจะช่วยสะบัดตบเรียกสติให้สักหน่อย... รู้แบบนี้ปล่อยให้โดนยัยนั่นจิกหัวเล่นซะก็ดี!" ธามหันขวับกลับมามองค้อนทันที "ปากดีนักนะพริมโรส... ถ้าไม่มีฉันปกป้อง ป่านนี้เธอคงโดนคำพูดเชือดเฉือนของยัยนั่นกรีดจนพรุนไปหมดแล้ว" "เหอะ! ใครปกป้องใครกันแน่คะ... เมื่อกี้เห็นชัดๆ ว่าฉันยืนบัง... อื้อ!" พริมโรสยังเถียงไม่ทันจบประโยค จังหวะที่เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดเพื่อเอาเรื่อง ธามกลับเป็นฝ่ายขยับตัวเร็วกว่า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอรวดเร็วจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับเสาปูนเปลือยอย่างจัง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองข้างจะทาบลงบนเนื้อปูนกักขังเธอไว้ตรงกลาง วงแขนแข็งแรงล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบไม่มีช่องว่างให้ขยับหนี ลมหายใจอุ่นๆ ของสถาปนิกหนุ่มเป่ารดอยู่เหนือหน้าผาก กลิ่นหอมสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ จากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง หัวใจของพริมโรสกระโดดขึ้นมาเต้นโครมครามอยู่ที่คอหอย สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก ดวงตาคมกริบของธามก้มลงมองเธอ นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความปากแข็งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ความซึนมาตลอด และประกายระยิบระยับบางอย่างที่ทำเอาคนถูกมองแทบละลาย "ฉันไม่ชอบ..." ธามกระซิบเสียงทุ้มต่ำ ชิดริมฝีปากลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน "เวลาที่เห็นคนอื่นมาพูดจาดูถูกเธอ... และฉันยิ่งไม่ชอบ... เวลาที่เธอทำตัวเก่งไปซะทุกเรื่อง จนลืมไปว่า... มีฉันยืนอยู่ตรงนี้คอยปกป้อง" พริมโรสเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก คำพูดประชดประชันที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปหมดสิ้น นี่... นี่คือคำสารภาพความนัยผ่านการกระทำและคำพูดที่ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่ผู้ชายปากแข็งคนนี้เคยหลุดออกมาอย่างนั้นหรือ? ความเงียบหวานล้ำโรยตัวปกคลุมคนทั้งคู่ในไซต์งานก่อสร้างที่มืดสลัว เคมีร้อนแรงพุ่งพล่านจนบรรยากาศรอบตัวแทบลุกเป็นไฟ ธามโน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดน้อยถอยลงทุกที จนพริมโรสต้องหลับตาลงช้าๆ เตรียมรับสัมผัสวาบหวามที่รอคอย... ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะแตะลงบนกลีบปากนุ่มของเธอ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางด้านหน้าทางเข้าไซต์งานก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ "คุณธามครับ! แย่แล้วครับ! แบบแปลนโครงสร้างหลักในห้องเซิร์ฟเวอร์ถูกรื้อค้น... ไฟล์งานดิจิทัลทั้งหมด... ถูกไวรัสโจมตีจนเกลี้ยงระบบแล้วครับ!" ธามชะงักกึก ดวงตาคมกริบผละจากใบหน้าของพริมโรสทันที ความหวานละมุนเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกในพริบตาเดียว ชายหนุ่มผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเคร่งเครียดดุดันราวกับนักรบที่พร้อมออกศึก พริมโรสลืมตาขึ้น หอบหายใจเบาๆ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจกับวิกฤตที่เพิ่งโถมเข้ามา ธามหันกลับมามองมัณฑนากรสาว แววตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวขั้นสุด พายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้น และเกมนี้... ไม่ใช่แค่เรื่องของหัวใจเสียแล้ว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยเอาใจช่วยพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%