“คุณแน่ใจนะพริมโรส ว่าคุณไม่ใช่คนหนึ่งในพวกมัน?”
ประโยคคำถามนั้นทิ้งค้างไว้กลางอากาศราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกโยกโยนลงบนเตาไฟที่กำลังคุโชน ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมใหญ่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวเคล้ากับเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่
พริมโรสไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่นصفก้าว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องมองสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและปากจัดกลับไปตรงๆ รอยยิ้มมุมปากของเธอบ่งบอกถึงความท้าทายอย่างชัดเจน เธอขยับตัวเข้าหาเขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นชาเขียวและกระดาษร่างแบบลอยแตะจมูกคมของธาม สัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มร้องเตือนให้ถอยห่าง แต่ขาเจ้ากรรมกลับยืนปักหลักนิ่งสนิทราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด
“ถ้าฉันเป็นพวกมันจริง...” พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “คุณคิดว่าแปลนงานโครงสร้างมูลค่าร้อยล้านของคุณ จะยังมีชีวิตรอดอยู่บนโต๊ะนี้จนถึงวินาทีนี้เหรอคะคุณธาม?”
ธามขบกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อยบ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังเดินทางมาถึงขีดจำกัด เขารู้ดีว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา เธอกล้าต่อปากต่อคำ กล้าท้าทายอำนาจมืดของเขา แถมยังมีสายตาที่อ่านยากจนน่าหงุดหงิด
“คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายมากนะพริมโรส” ธามโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรู้สึกได้ “และผมก็เกลียดพวกเล่นนอกกติกาที่สุด”
“ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ” เธอยักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความซุกซน “ฉันแค่กำลังทำหน้าที่ ‘มัณฑนากร’ ที่ต้องมาแก้ปัญหาหน้างานให้กับ ‘สถาปนิก’ จอมเผด็จการที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้งต่างหากล่ะคะ ใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน?”
“ผมเนี่ยนะหาเรื่อง?” ธามสวนกลับทันควัน เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเหลืออด เขาชี้หน้าตัวเองก่อนจะแค่นسเสียงหัวเราะในลำคอ “คุณเข้ามาเปลี่ยนโทนสีห้องรับแขกโดยไม่ปรึกษา แถมยังรื้อแพทเทิร์นการเดินสายไฟที่ผมใช้เวลาคิดอยู่สามวันสามคืน รสนิยมของคุณมันทำลายศิลปะทั้งชิ้นนะพริมโรส!”
“แต่มันตอบโจทย์การใช้งานจริงของเจ้าของบ้านมากกว่าแปลนแข็งกระด้างของคุณ!” พริมโรสสวนกลับเสียงดังขึ้นเล็กน้อย ความอดทนที่สะสมมาเริ่มหมดลงเช่นกัน เธอก้าวประชิดตัวเขาจนหน้าอกเกือบจะชนกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขน “ยอมรับความจริงเถอะค่ะว่าคุณแค่ว้าวุ่นใจ เพราะมีผู้หญิงคนนี้เข้ามาลบเหลี่ยมสถาปนิกเทวดาอย่างคุณได้เสียสนิท”
ธามชะงัก ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ใจดำ ความกวนประสาทของเธอไม่ได้ทำให้เขาอยากไล่ออกจากโปรเจกต์เหมือนคนอื่นๆ แต่มันกลับทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมานานหลายปีเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ธามสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แต่กลิ่นกายหอมละมุนและริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดหย่อนกลับทำให้สติที่มีอยู่กระเจิงหายไปหมด
“คุณนี่มัน...” ธามกัดฟันกรอด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าแขนเรียวให้ถอยห่าง แต่จังหวะนั้นเอง พริมโรสกลับแกล้งเอียงตัวหลบ ทำให้มือของเขาคว้าได้เพียงอากาศ และด้วยแรงส่งที่มากเกินไปทำให้ร่างบางเสียหลักเซถลาเข้าหาแผงอกของเขาเต็มรัก
*ตุบ!*
มือใหญ่ของธามต้องรีบคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไปกองกับพื้น ในขณะที่พริมโรสต้องใช้มือสองข้างยันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อพยุงตัว ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ดวงตาสบประสานกันอย่างแนบแน่น ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเสียงหัวใจของคนทั้งสองดังแข่งกันก้องกังวาน
ธามนิ่งค้างไป ความนุ่มนวลของเอวคอดกิ่วภายใต้ฝ่ามือร้อนผ่าวทำให้สมองของสถาปนิกหนุ่มขาวโพลน เขาลืมคำพูดจิกกัดทั้งหมด ลืมแม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังโกรธเรื่องอะไรอยู่ สิ่งเดียวที่รับรู้คือความอบอุ่นจากร่างกายของหญิงสาวในอ้อมกอด และริมฝีปากอิบอิ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
ส่วนพริมโรสเองก็ชะงักค้างไม่แพ้กัน เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มคู่นั้น ที่ตอนนี้ไม่ได้มีแค่ความดุร้ายหรือความถือดี แต่มันกลับสะท้อนภาพของเธอลงไปอย่างชัดเจน และมีความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟกำลังลุกโชนอยู่ข้างใน
“ปล่อย... ปล่อยฉันได้แล้วค่ะ” พริมโรสกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจทั้งหมดเมื่อครู่มลายหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่แล่นพล่านไปทั่วท้อง
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้คุณเข้ามาใกล้ผมขนาดนี้แต่แรกแล้วพริมโรส” ธามกระซิบตอบด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าคมคายค่อยๆ โน้มลงไปใกล้เธอทีละน้อย ความรู้สึกคลั่งรักที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ความซึนและปากร้าย เริ่มพรั่งพรูออกมาจนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนจากสนามรบกลายเป็นสนามอารมณ์ที่อบอวลไปด้วยเคมีอันร้อนแรง มือหนาที่จับเอวบางเริ่มกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว พริมโรสหลบตาลงต่ำเมื่อความใกล้ชิดนี้เกินขอบเขตที่เธอคาดคิด หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบและมนต์สะกดทั้งหมดทันที ธามสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว เขาดันพริมโรសให้ออกห่างจากตัวเบาๆ แม้ในใจจะนึกอยากจะสับประตูบานนั้นให้แหลกเป็นชิ้นๆ ส่วนพริมโรสรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
“เข้ามา!” ธามตะโกนเสียงเข้มเพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนในน้ำเสียง โดยที่มือยังคงกำหมัดแน่นด้วยความหงุดหงิด
ลูกน้องหนุ่มคนสนิทเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตในมือแน่น “คุณธามครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ แปลนโครงสร้างบ้านพักตากอากาศลอตใหม่ถูกแฮก และตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดถูกส่งต่อไปยังบริษัทคู่แข่งของเราแล้วครับ!”
ธามหน้าถอดสีทันที เขารีบหันขวับกลับมามองหน้าพริมโรสที่ยืนอยู่ข้างๆ แววตาที่เพิ่งจะอ่อนโยนลงเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและระแวงแคลงใจขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็วราวกับพลิฝ่ามือ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 7
ใครเริ่มก่อน?
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!