เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 8

กับดักของความห่วงใย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคิดจะใช้มุกแกล้งสำลักอากาศตายคาออฟฟิศ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมล่ะก็... บอกเลยว่าตื้นเขินสิ้นดีครับ คุณพริมโรส" เสียงทุ้มห้วนที่เจือแววประชดประชันดังขึ้นทันที ท่ามกลางความเงียบงัดของห้องทำงานส่วนตัว ธามยืนกอดอกแน่น สีหน้าบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเส้นตรง สายตาคมกริบมองร่างระหงที่ทรุดตัวลงพิงกับมุมโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกที่ตีบตันอยู่ข้างใน—ระหว่างความโกรธจากปมปริศนาเมื่อครู่ กับความตื่นตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจเมื่อเห็นริมฝีปากบางซีดเผือดจนไร้สีเลือด พริมโรสกัดริมฝีปากแน่น เปลือกตาสั่นระริก ปลายมือเย็นเฉียบจนแทบไร้ความรู้สึก เธอพยายามจะสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามวิสัยของมัณฑนากรสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ลำคอกลับแหบแห้งเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้มากกว่าลมหายใจแผ่วเบา ร่างกายร้อนรุมราวกับมีกองไฟสุมอยู่ข้างใน สลับกับอาการหนาวสั่นที่ทำเอาข้อต่อทุกส่วนแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น "อย่ามาทำ... สำออย..." ธามขยับฝ่าเท้าก้าวเข้าไปใกล้กึ่งหนึ่ง ทว่าความดื้อรั้นยังคงตรึงร่างเขาไว้กับที่ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจอาการของคนตรงหน้าอย่างละเอียด และวินาทีนั้นเองที่ความตระหนักรู้บางอย่างพุ่งชนเข้ากลางอกอย่างแรง—เหงื่อกาฬที่ผุดพรายตามกรอบหน้า ปลายนิ้วที่จิกขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน และลมหายใจที่หอบกระชั้นผิดปรกติ *เธอไม่ได้แกล้ง* "คุณพริม..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวหล่นหายไปครึ่งหนึ่ง ธามสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวในสามก้าววับ พริมโรสเซถลาจะล้มลงไปฟาดกับมุมโต๊ะไม้สัก ท่อนแขนแข็งแรงของสถาปนิกหนุ่มจึงพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด ร่างของทั้งคู่ปะทะกันแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวหญิงสาว "ปล่อย... ฉันเดินเองได้..." พริมโรสฝืนดันอกแกร่งเบาๆ ด้วยแรงอันน้อยนิด ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทายตอนนี้กลับปรือปรอย หยาดน้ำใสคลอหน่วยเพราะพิษไข้ที่จู่โจมอย่างรุนแรง "เงียบไปเลยครับคุณ! ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังจะมีปากมีเสียงอีกเหรอ" ธามตวาดเสียงดุเพื่อกลบเกลื่อนความตระหนกที่พวยพุ่งในอก เขาก้มตัวลงช้อนร่างบางขึ้นแนบอกในอ้อมแขนเดียวโดยไม่รอให้เธอได้ปฏิเสธ พริมโรสสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ แขนเรียวอัตโนมัติยกขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อกันการพลัดตก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกระดาษเขียนแบบและกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูก ท่ามกลางความใกล้ชิดที่ทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะทั้งสองฝ่าย ธามก้าวฉับๆ พาคนป่วยเดินตรงไปยังโซฟาหนังแท้ตัวยาวมุมห้อง วางเธอนอนลงอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าตุ๊กตาแก้วราคาแพงจะแตกสลายคามือ แววตาที่เคยแข็งกระด้างเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความกังวลระคนหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด "คุณนี่มันตัวปัญหาจริงๆ พริมโรส" เขาย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรม ใช้หลังมือนาบลงบนหน้าผากมนที่ชุ่มเหงื่อ ความร้อนที่แผ่ซ่านทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่น "ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ ยังจะฝืนทนทำงานอยู่ได้ไง บ้าหรือเปล่า" "ถ้าฉัน... ไม่บ้า... งานไม่เสร็จทันส่งคุณหรอก..." เสียงหวานแหบพร่าเถียงกลับเบาๆ เธอนอนหอบหายใจ แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะความเจ็บป่วย ดวงตาปรือมองหน้าเขาอย่างดื้อรั้น "แล้วก็... ไม่ต้องมาทำเป็น... ห่วงฉันหريكหรอ... อื้อ..." ธามไม่รอให้เธอพูดจบ เขาเอื้อมมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กในกระเป๋าเสื้อสูทของตนเอง ชุบน้ำเย็นจากเหยือกบนโต๊ะทำงานที่รินเตรียมไว้ บิดหมาดๆ แล้วบรรจงซับลงบนหน้าผากและลำคอระหงของเธออย่างเบามือ สัมผัสที่นุ่มนวลสวนทางกับวาจากระด้างโดยสิ้นเชิง "ผมไม่ได้ห่วงคุณครับ ผมแค่ไม่อยากให้โครงการพังเพราะมัณฑนากรเดี้ยงคาไซต์งานต่างหาก เลิกเข้าข้างตัวเองสักที" ธามเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มของสถาปนิกหนุ่มปากแข็งไว้ให้มั่นคง แม้ว่าหัวใจจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มตอนที่เห็นเธอหน้ามืดเมื่อครู่ก็ตาม พริมโรสตวัดสายตามองเขาอย่างรู้ทัน แม้เรี่ยวแรงจะแทบไม่เหลือ แต่ประกายตาเจ้าเล่ห์แกมหมั่นไส้ยังคงฉายชัด "ปาก... แข็ง... จริงนะ... ธาม..." "ถ้ายังไม่หยุดพูดแล้วนอนพักดีๆ ผมจะใช้มาตรการรุนแรงกว่าการเช็ดตัวนะครับ" ธามขู่เสียงเข้ม ขยับตัวเข้ามาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ นิ้วเรียวยาวที่ถือผ้าเย็นเลื่อนลงมาเช็ดตามกรอบหน้าและแนวสันจอกอย่างเผลอไผล สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากแห้งผากนั้นโดยไม่รู้ตัว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าตกใจ พริมโรสชะงักไป ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของคนที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ความเงียบงันเข้ามาโอบล้อมทั้งคู่ไว้ มีบางอย่างในแววตาของธามที่หลบซ่อนไม่มิด—ความห่วงใยที่บริสุทธิ์และลึกซึ้งจนคนมองใจเต้นไม่เป็นส่ำ มือหนาที่ถือผ้าเย็นค่อยๆ ชะงักค้าง ปลายนิ้วโป้งของเขาเผลอเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะพิษไข้อย่างลืมตัว ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นกายหอมละมุนของหญิงสาวแทบจะดึงสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอย "คุณ... มองอะไร..." พริมโรสกระซิบถามเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนไข้ขึ้นสูงเสียอีก "มองคน... ที่ชอบหาเรื่องให้ผมปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันครับ" ธามตอบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้เรื่อยๆ โดยไร้การควบคุม ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร เคมีร้อนแรงที่คุตุกรุ่นอยู่ใต้ความซึนระเบิดออกอย่างไร้การต้านทาน ทว่า— *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูดัง "คลิก" และร่างของบุคคลที่สามก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่รอให้อذنญาต "ธามคะ! เรื่องแบบแปลนโซนซี... อุ๊ย!" ธามผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงราวกับติดสปริง ใบหน้าบึ้งตึงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ขณะที่พริมโรสหรี่ตามองร่างของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%