เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 9

อุปสรรคจากภายนอก

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของ ‘กรณ์’ ดังแทรกขึ้นกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ เป็นจังหวะเดียวกับที่ธามผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงราวกับติดสปริง ใบหน้าบึ้งตึงหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ขณะที่พริมโรสหรี่ตามองร่างของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาด้วยแววตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะการโชว์วิสัยทัศน์อันก้าวล้ำของ ‘คุณธาม’ สินะครับ” กรณ์กวาดสายตาคมปลาบมองแบบพิมพ์เขียวบนโต๊ะยาว ก่อนจะเบนสายตามาหยุดที่พริมโรสด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่จงใจเคลือบยาพิษ “แต่ก็นั่นแหละครับ… คนเรามักจะมั่นใจในงานของตัวเองเกินไป จนมองไม่เห็นรอยร้าวที่กำลังจะพังตึกทั้งหลังลงมา” “ถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญเชิญออกไปครับ ห้องนี้เรากำลังคุยเรื่องงานกันในส่วนของทีมเรา” ธามสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดเจือแววรำคาญอย่างชัดเจน สันกรามของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันจนนูนเด่น บ่งบอกถึงความอดทนที่กำลังไต่ขีดจำกัด “ใจร้อนจังเลยนะครับ คุณธาม… อ้อ หรือว่ากลัวว่าความจริงที่ผมเอามาแฉ จะทำให้มัณฑนากรคนเก่งข้างกายคุณตาสว่างขึ้นมาเสียก่อน?” กรณ์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก แต่มันกลับทำให้พริมโรสรู้สึกคลื่นไส้มากกว่าจะหลงใหล หญิงสาวไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงยืนกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากเพื่อซ่อนความระแวง “ความจริงอะไรของคุณคะ คุณกรณ์?” พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ “ถ้าจะมาพูดจาแบ่งพรรคแบ่งพวก หรือพยายามหยิบถ่านไฟเก่ามาป้ายสีทีมเรา ฉันแนะนำว่าเอาเวลาไปตรวจแบบแปลนเฟสใหม่ของคุณให้รอดพ้นจากการโดนรื้อถอนก่อนดีกว่าไหมคะ” ธามชำเลืองมองหญิงสาวแวบหนึ่ง แววตาดุดันเมื่อครู่ไหววูบไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย—ความรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาดที่ได้เห็นยัยตัวแสบปากเก่งคนนี้ยืนหยัดเคียงข้างเขา และพร้อมจะพ่นพิษใส่ศัตรูร่วมกันอย่างรู้ใจ “ปากกล้าใช้ได้นี่ครับ พริมโรส” กรณ์หัวเราะในลำคอ สีหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยันอย่างปิดไม่มิด “น่าเสียดายนะ… ที่คุณไม่รู้ว่า ‘สถาปนิกมือหนึ่ง’ ที่คุณกำลังร่วมงานด้วยเนี่ย เขาไม่ได้มองคุณเป็นพาร์ทเนอร์หรอก เขาแค่มองคุณเป็น… เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ยอมทำตามใจเขา เพื่อให้โปรเจกต์นี้ผ่านไปโดยที่เขาไม่ต้องเสียหน้าต่างหาก” พรึบ! บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ธามก้าวพรวดเดียวเข้าไปประชิดตัวกรณ์ ร่างสูงใหญ่บังร่างของมัณฑนากรสาวไว้มิดชิดโดยสัญชาตญาณของการปกป้อง มือหนาเอื้อมไปกระชากปกเสื้อสูทของกรณ์เข้าหาตัวอย่างแรงจนอีกฝ่ายเซถอยหลังไปสองก้าว แรงปะทะที่เกิดขึ้นฉับพลันทำให้กรณ์หุบยิ้มแทบไม่ทัน “ปากเน่า ๆ แบบนี้ เก็บเอาไว้ใช้ตอนทำพรีเซนต์งานง่อย ๆ ของนายเถอะกรณ์” ธามกระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทว่าก้องกังวานและเต็มไปด้วยจิตสังหารที่น่ากลัว “อย่ามาล้ำเส้นคนของฉัน… ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่รับรองว่านายจะได้เดินออกจากตึกนี้โดยสภาพครบสามสิบสองหรือเปล่า” “หึ… คนของฉันงั้นเหรอ?” กรณ์พยายามฝืนยิ้มทั้งที่ลมหายใจติดขัดจากการถูกกำเสื้อแน่น “คุณกล้าพูดคำนี้ได้เต็มปากเลยเหรอธาม? ทั้งที่ลับหลังคุณ คุณพริมโรสเขาเพิ่งจะ—” “พอค่ะ!” เสียงหวานใสแต่ทรงพลังตะโกนแทรกขึ้น ตัดบทการปะทะฝีปากที่กำลังจะลุกลาม พริมโรสก้าวเข้ามาแตะที่ท่อนแขนแกร่งของธาม แรงสัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับมีอานุภาพราวกับเวทมนตร์ที่ดึงสติของสถาปนิกหนุ่มให้คลายจากการควบคุมของอารมณ์โกรธ ธามหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมกริมฉายแววห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมอย่างมิดชิด พริมโรสสบตาเขา นัยน์ตากลมโตคู่นั้นสื่อความหมายชัดเจนว่าเธอยังมีสติครบถ้วน และไม่หลงกลเกมตื้นๆ ของคนที่จงใจเข้ามาปั่นหัวให้แตกแยก “คุณกรณ์คะ” หญิงสาวหันไปเผชิญหน้ากับคู่แข่งทางการค้าเต็มตัว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าสวย “ถ้าคุณว่างมากจนไม่มีอะไรทำนอกจากเดินมากุเรื่องเสี้ยมให้คนอื่นเขาเกลียดกัน ฉันแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์นะคะ อาการ ‘คิดไปเองว่าคนอื่นเขาจะแตกคอกัน’ แบบนี้ มันรักษาได้… ถ้าคุณยังมีเงินจ่ายค่าหมอพอ” “คุณพริมโรส!” กรณ์หน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกย้อนศรจนไปไม่เป็น “เชิญออกไปจากห้องนี้ได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปแบบไม่ต้องรักษาหน้าเหมือนเมื่อกี้” พริมโรสยื่นมือผายไปทางประตูอย่างสุภาพ แต่น้ำเสียงและแววตานั้นเฉียบคมราวกับใบมีดโกน ธามยืนมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย อกข้างซ้ายกระหน่ำเต้นรัวจนน่ารำคาญ ผู้หญิงคนนี้… ไม่เคยทำให้เขาต้องผิดหวังเลยสักครั้ง เธอมักจะก้าวเข้ามาในจังหวะที่เขาเกือบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้เสมอ และเธอก็จัดการปัญหาด้วยวิธีที่เจ็บแสบจนเขาต้องลอบยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่เป็นใจ และการปั่นหัวครั้งนี้ไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ กรณ์จึงสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมของธามด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองด้วยความอาฆาตมาดร้าย “ฝากไว้ก่อนเถอะ… พวกคุณสองคนจะได้เห็นดีกันแน่ เมื่อถึงวันพรีเซนต์จริง!” สิ้นคำขู่ กรณ์ก็หมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกจากห้องประชุมไป ปิดประตูกระแทกเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่ ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดที่เต็มไปด้วยความระแวง หากแต่มันคือบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความใกล้ชิดที่ระอุเร่าร้อนขึ้นทีละน้อย ธามยังคงยืนนิ่งอยู่ในระยะประชิด ร่างสูงบังแสงไฟจากเพดานจนเงาของเขาทาบทับร่างบางของพริมโรสไว้ทั้งหมด “ปล่อยฉันได้แล้วมั้งคะคุณธาม… หรือว่าติดใจการยืนใกล้ฉันซะแล้ว?” พริมโรสเอ่ยแซะเบา ๆ เมื่อรู้ตัวว่าระยะห่างระหว่างเธอกับเขามันใกล้จนเกินความจำเป็น ลมหายใจอุ่น ๆ ของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นสายเดียวกัน ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น ธามก้มมองคนตัวเล็กกว่าที่ยังคงปากเก่งไม่เปลี่ยน สันจมูกโด่งคมเกือบจะชนเข้ากับปลายจมูกรั้นของเธออยู่แล้ว สถาปนิกหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่เมื่อครู่เกือบจะชกหน้าคนอื่น ค่อย ๆ เลื่อนมาจับขอบโต๊ะประชุมเพื่อกักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวของเขา “ผมไม่ได้ติดใจอะไรทั้งนั้น…” ธามเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาเมื่อครู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา “ผมแค่กำลังคิดว่า… ทำไมคุณถึงชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย” “ฉันไม่ได้หาเรื่องค่ะ ฉันแค่ปกป้องงานของเรา… และปกป้องคุณด้วยซ้ำ” พริมโรสเถียงกลับทันควัน เสียงแผ่วลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย “หรือว่าคุณกลัวคำพูดของกรณ์จริง ๆ ถึงได้หน้าดำคร่ำเครียดขนาดนั้น?” “ผมไม่เคยกลัวใครหน้าไหนทั้งนั้น พริมโรส” ธามโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนหัวใจของมัณฑนากรสาวกระตุกวูบ “แต่ถ้าคน ๆ นั้นทำให้คุณต้องลำบากใจ… ผมต่างหากที่จะเป็นคนจัดการมันเอง” หัวใจของพริมโรสเต้นผิดจังหวะ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอพยายามจะถอยหลังหนี แต่พื้นที่ด้านหลังกลับชนเข้ากับกำแพงโต๊ะอย่างไร้ทางหนี ธามจงใจโน้มตัวลงมาปิดกั้นทุกเส้นทางหลบหนี เคมีระหว่างคนทั้งคู่พุ่งพล่านจนบรรยากาศในห้องร้อนระอุราวกับมีเปลวไฟสุม ทว่า… ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและชวนจิกหมอนจนแทบขาดใจ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ก๊อก ก๊อก ก๊อก! “คุณธามครับ! แย่แล้วครับคุณธาม!” เสียงตะโกนร้อนรนของลูกทีมหนุ่มดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รออนุญาต ธามสบถเบา ๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ผละถอยหลังออกจากพริมโรสด้วยความเสียดายอย่างยิ่งยวด พริมโรสรีบจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าแดงก่ำหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน ธามหันขวับไปมองลูกทีมด้วยสายตาดุดันพร้อมฆ่า “มีเรื่องอะไรอีกวะ ถึงได้หน้าตาตื่นเข้ามาแบบนี้!” ลูกทีมหนุ่มยืนหอบแฮก ใบหน้าซีดเผือกราวกับเห็นผี ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของธามและพริมโรสเย็นเฉียบลงในพริบตา “แบบแปลนหลัก… ในเซิร์ฟเวอร์กลาง ถูกแฮกและถูกลบหายไปทั้งหมดแล้วครับ!” ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งฟินและชวนปวดตับนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%