เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 6

กาแฟกับความลับ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“ถ้าคุณจะจ้องหน้าผมขนาดนี้ ก็ช่วยบอกมาด้วยว่าต้องการอะไรกันแน่ จะเอาแบบแปลนหรือจะเอาคำตอบเรื่องเมื่อกี้” ธามโยนปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ เสียงดัง ‘ปัง’ สะท้อนก้องห้องทำงานที่เงียบกริบ เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องพริมโรสราวกับจะกระชากวิญญาณ ในขณะที่เจ้าหล่อนไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย พริมโรสยกมือขึ้นกอดอก เลิกคิ้วมองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังพยายามตีหน้าขรึมปิดบังอาการใจเต้นรัวที่เขายังซ่อนไม่มิด “เอาทั้งสองอย่างค่ะ... เอ้อ ผมหมายถึง เอาทั้งสองอย่างครับ คุณธาม” พริมโรสแกล้งล้อเลียนน้ำเสียงเย็นชาของเขา “อย่างแรกคือแบบแปลนที่ฉันต้องตรวจแก้ และอย่างที่สอง คือความจริงที่ว่าเมื่อกี้คุณน่ะ ‘ไปไม่เป็น’ เองต่างหาก” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้เหนือกว่า “ไปไม่เป็นงั้นเหรอ? ผมแค่รำคาญเสียงลูกน้องไร้ความสามารถมากกว่า ถ้าคุณมั่นใจว่าตัวเองเก่งนัก ก็เชิญหยิบกาแฟแก้วนั้นไปดื่มแล้วลองคิดดูว่าทำไมงานของคุณถึงไม่มีวันผ่านตาผม ถ้ายังแก้ปมเรื่องแสงในห้องนั่งเล่นไม่ได้” เขาพยักพเยิดไปที่แก้วกาแฟอเมริกาโน่ร้อนที่วางอยู่บนโต๊ะ พริมโรสเดินเข้าไปใกล้ ลากเก้าอี้ตัวข้างๆ ออกมานั่งโดยไม่รอคำเชิญ กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดอบอวลไปทั่วห้อง แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับกลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์จางๆ ที่ติดอยู่บนตัวชายหนุ่มข้างกาย “กาแฟนี่ขมไปนะ” พริมโรสจิบหนึ่งอึกก่อนจะวางแก้วลง “เหมือนกับนิสัยคุณเลย” “ชีวิตจริงมันไม่หวานหอมเหมือนในจินตนาการของคุณหรอก พริมโรส” ธามพูดเสียงเรียบ แต่ดวงตาของเขากลับอ่อนแสงลงวูบหนึ่งเมื่อมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาว “คุณมองโลกเป็นภาพวาดสวยหรู แต่สำหรับสถาปนิกอย่างผม ทุกอย่างมันคือโครงสร้าง ความมั่นคง และผลลัพธ์ที่จับต้องได้... คุณไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าการรักษา ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ของตัวเองน่ะ มันแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวขนาดไหน” พริมโรสหันมาสบตาเขาตรงๆ ครั้งนี้ไม่มีแววหยอกล้อ มีเพียงความจริงจังที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาใสกระจ่าง “พื้นที่ปลอดภัยเหรอคะ? หรือจริงๆ แล้วมันคือ ‘กรงขัง’ ที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากความรู้สึกที่ไม่กล้ายอมรับกันแน่?” บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ธามชะงักไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบเข้าหากันแน่นเหมือนกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างข้างใน “คุณพูดมากเกินไปแล้วนะ” ธามเอ่ยเสียงพร่า เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้พริมโรสจนปลายจมูกเกือบจะสัมผัสกัน “คนเก่งมักจะพลาดเพราะปากตัวเองเสมอ คุณรู้ไหมว่าผมทนคุณมาได้ถึงวันนี้เพราะอะไร?” “เพราะคุณกลัวว่าถ้าไม่มีฉัน คุณก็จะหาคนที่ต่อปากต่อคำกับคุณได้เก่งเท่านี้ไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมล่ะ?” พริมโรสยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ “ไม่... เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่ากำแพงที่ผมสร้างไว้มันเริ่มร้าว” ธามหลุดปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความหงุดหงิดในตัวเอง เขาเบือนหน้าหนีไปมองหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เผยให้เห็นแสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวง พริมโรสอึ้งไปกับประโยคนั้น หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน เขาไม่ได้ใจร้ายอย่างที่แสดงออก และเขาก็ไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ใครๆ เห็น เขาก็แค่ผู้ชายที่แบกความคาดหวังไว้จนลืมวิธีที่จะมีความสุขในแบบธรรมดาๆ “ถ้ากำแพงมันร้าว” พริมโรสขยับตัวเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นไอความอบอุ่นจากร่างกายของเขา “ก็แค่ปล่อยให้มันพังลงมาเถอะค่ะ... แล้วเรามาเริ่มสร้างบ้านใหม่ด้วยกัน จะดีกว่าไหม?” ธามหันกลับมามองเธอ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก มันมีทั้งความปรารถนา ความลังเล และความโหยหาที่ถูกเก็บกดมานาน มือหนาเอื้อมมาจับที่พนักเก้าอี้ของเธอ ล้อมกรอบเธอไว้ในอาณาเขตของเขา “คุณนี่มันอันตรายจริงๆ” เขาพึมพำ “อันตรายต่อความสงบสุขในชีวิตของผม...” เขายื่นมือไปปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ปลายนิ้วทำให้พริมโรสขนลุกซู่ ธามค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดพวงแก้ม ความเยือกเย็นที่เป็นเกราะป้องกันของเขากำลังละลายหายไปต่อหน้าต่อตาเธอ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูห้องทำงานที่ดังขึ้นอย่างรัวเร็วและไร้มารยาทก็ขัดจังหวะทุกอย่างลง “คุณธามครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... แบบแปลนโครงการที่เพิ่งอัปเดตลงเซิร์ฟเวอร์กลางเมื่อกี้ ถูกมือดีแฮ็กและลบไฟล์ทิ้งทั้งหมดแล้วครับ!” ธามผละออกจากพริมโรสทันที ใบหน้าของเขากลับมาเรียบเฉยและเย็นชาอีกครั้ง แต่ดวงตานั้นวาววับไปด้วยความโกรธแค้น เขาคว้าแจ็กเก็ตสูทขึ้นมาสวมแล้วหันมามองพริมโรสด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง “ดูเหมือนความลับของผมยังไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่ากับงานที่กำลังจะพังพินาศนะ” ธามกล่าวเสียงเข้ม “ไปกับผม... ถ้าคุณอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำเรื่องนี้ เพราะคนในบริษัทเรานี่แหละ ที่เป็นคนจุดไฟเผาบ้านตัวเอง!” เขาเดินตรงไปที่ประตูเปิดออก แต่ก่อนจะก้าวออกไป เขาหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองพริมโรสอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม “คุณแน่ใจนะพริมโรส ว่าคุณไม่ใช่คนหนึ่งในพวกมัน?” ฟีนิกซ์สีทองขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามเดินทางมาถึงบทที่ 6 ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%