"คุณกำลังเอาส่วนของห้องครัวไปทับซ้อนกับแนวท่อระบายน้ำหลักของตึก คุณพิมพ์บลูพริ้นท์นี้ออกมาด้วยสมองส่วนไหนครับ คุณพริมโรส"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ แผ่นกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียงกระดาษกระทบผิวโต๊ะดังปึก สะท้อนความตึงเครียดที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่เวลาตีสองครึ่ง
พริมโรสเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววความดื้อรั้น เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับท่าทีถมึงทึงของสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากอิ่มกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย
"สมองส่วนที่คิดนอกกรอบไงคะ คุณธาม... เอ้ย ขอโทษทีครับ พอดีติดปาก" มัณฑนากรสาวจงใจเน้นเสียงล้อเลียน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชันสายตากับร่างสูงที่ยืนกอดอกจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว "ถ้าฉันไม่ขยับเคาน์เตอร์ครัวมาตรงนี้ ลูกค้าของคุณก็ไม่มีทางได้ไอלเดียครัวเปิดโล่งที่ขอมาหรอกค่ะ หรือว่าคุณคิดแต่จะวาดสี่เหลี่ยมทึบๆ ตามตำราโบราณ จนลืมไปแล้วว่าฟังก์ชันการใช้งานจริงมันหน้าตาเป็นยังไง"
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ผู้ชายอย่างเขาเกลียดที่สุดคือความผิดพลาดหน้างาน และเกลียดเป็นสองเท่าเมื่อความผิดพลาดนั้นมาจากทีมงานที่ดื้อรั้นไม่ยอมฟังใคร แต่น่าแปลก... แทนที่จะไล่เธอออกไปให้พ้นหน้า เขากลับรู้สึกว่าดวงตาที่กำลังพราวระยับด้วยความท้าทายคู่นั้น กำลังดึงดูดสายตาเขาให้อยากเข้าไปต่อปากต่อคำด้วยมากกว่าเดิม
"ผมไม่ได้เรียนมาเพื่อให้คุณมาสอนเรื่องฟังก์ชันนะครับ พริมโรส" ธามก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอทีละน้อย แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา "และเพราะความ 'คิดนอกกรอบ' ของคุณเมื่อบ่ายนี่แหละ ที่ทำให้ทีมวิศวกรโทรมาโวยผมหูชาตอนเที่ยงคืน ว่าท่อเมนหลักกำลังจะพังเพราะดีไซน์อวดดีของคุณ!"
พริมโรสถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัวเมื่อแผงอกกว้างของอีกฝ่ายโน้มเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยเข้าจมูกจนเธอต้องแอบสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติไม่ให้หวั่นไหวไปกับแรงดึงดูดประหลาดนี้
"ก็ถ้าทีมของคุณมีความยืดหยุ่นมากกว่านี้สักนิด ปัญหามันก็คงไม่บานปลายหรอกค่ะ!" เธอเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับ เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างไม่ยอมแพ้ "สรุปคือคุณเรียกฉันมาคุยตอนตีสองครึ่ง เพื่อจะมาบ่นเรื่องเดิมๆ ที่ฉันแก้ไปครึ่งทางแล้วอย่างงั้นเหรอคะ"
ธามชะงักไปชั่วขณะเมื่อสายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่รatริ้วรอยความเหนื่อยล้าอย่างปิดไม่มิด ขอบตารองพื้นบางๆ ไม่สามารถซ่อนรอยคล้ำจากการโต้รุ่งติดต่อกันมาสามวันได้เลย เช่นเดียวกับเขาที่ร่างกายประท้วงด้วยอาการปวดแปลบที่ขมับ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ธามถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหงุดหงิดปนความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับกับตัวเองว่ามันคือ 'ความห่วงใย'
"นั่งลงเถอะครับ" ธามเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว มือหนาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกมา "ถ้าไม่อยากให้แบบแปลนนี้พังคามือคุณกับผม เราต้องรื้อมาแก้ใหม่ทั้งหมด... ตั้งแต่หน้าแรก"
พริมโรสขมวดคิ้วด้วยความไม่ไว้ใจ "คุณจะยอมแก้แบบกับฉันแต่โดยดีเนี่ยนะ? ไม่มีทางแซะฉันสักประโยคก่อนเหรอคะ"
"ถ้าคุณยังมีแรงมาต่อปากต่อคำ แสดงว่าสมองยังใช้งานได้ดี" ธามย่อตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม เปิดแฟ้มข้อมูลบนแท็บเล็ตขึ้นมาด้วยท่าทางจริงจัง นิ้วเรียวยาวชี้ไปยังจุดที่มีปัญหา "ตรงนี้... ท่อระบายน้ำขยับไม่ได้ แต่ถ้าเรายกพื้นครัวขึ้นสิครับ สร้างสเต็ปหลอกตาเพื่อซ่อนงานระบบ คุณคิดว่าไง มัณฑนากรคนเก่ง"
พริมโรสชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองตามแนวคิดที่เขานำเสนอ มันเป็นทางออกที่ชาญฉลาดและแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องทิ้งสุนทรียภาพของงานออกแบบเลยแม้แต่น้อย
"Ego จัดอย่างคุณ ก็มีมุมฉลาดเป็นเหมือนกันนี่คะ" เธอยิ้มมุมปาก ยอมหยิบปากกาไอแพดขึ้นมาแล้วเริ่มร่างแบบตามที่เขานضح
"ถ้าผมไม่ฉลาดพอ คุณคงไม่มีงานส่งลูกค้าทันเช้าพรุ่งนี้หรอกครับ" ธามสวนกลับทันควัน แต่แววตาที่มองเธอกลับปราศจากความเกรี้ยวกราด มีเพียงประกายอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ลึกจนเกินกว่าจะเอ่ยปาก
เวลาผ่านไปอย่างไร้การรับรู้ นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสี่สิบห้า นาที กองกาแฟกระป๋องบนโต๊ะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นกระป๋องที่สี่ บรรยากาศการทำงานที่ดุเดือดเมื่อหลายชั่วโมงก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบที่มีเพียงเสียงเคาะแป้นพิมพ์และเสียงกระซิบปรึกษาเรื่องดีเทลวัสดุ
พริมโรสที่นั่งฟุบอยู่กับโต๊ะเริ่มคอพับคออ่อน เปลือกตาหนักอึ้งจนแทบจะปิดลง ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะหลับใหล ศอกเจ้ากรรมก็ดันไปปัดโดนแก้วกาแฟที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วจนมันเอียงวูบ!
"ระวังครับ!"
ธามที่นั่งมองเธออยู่ตลอดพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเล็กเอาไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงดึงทำให้ร่างบางของพริมโรสเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของสถาปนิกหนุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลิ่นกายสะอาดผสมความเหนื่อยอ่อนอบอวลอยู่รอบตัว ทั้งสองนิ่งค้างอยู่ในท่าทางนั้น หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกา
พริมโรสเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมเข้มที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกัน ธามกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาที่กุมข้อมือเธออยู่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาประคองข้างแก้มเนียนอย่างลืมตัว นิ้วโป้งเกลี่ยรอยเปื้อนหมึกจางๆ ที่โหนกแก้มของเธอแผ่วเบา
"คุณ... ปากเก่งใส่ผมมาทั้งคืน แต่ทำไมเวลาหมดแรงถึงได้เปราะบางนักล่ะครับ พริมโรส" เสียงทุ้มพร่าต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก หัวใจของคนปากแข็งเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้อีกต่อไป
พริมโรสชะולคอหนีเล็กน้อยด้วยความประหม่า หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่เธอกลับไม่ยอมขยับตัวหนีจากอ้อมแขนนั้น รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเย้าแหย่
"ก็เพราะมีคุณคอย... อุ๊ย!"
คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปทันที เมื่อจู่ๆ ไฟในห้องทำงานทั้งหมดก็ดับพรึบลง ความมืดสนิทเข้าปกคลุม พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังขึ้นบริเวณหน้าห้องทำงาน และเสียงเคาะประตูกระจกที่ดังรัวระทึก
"คุณธามครับ! แย่แล้วครับ ทางโครงการแจ้งว่าน้ำรั่วลงมาชั้นใต้ดิน แบบแปลนที่แก้เมื่อกี้โดนน้ำท่วมห้องเก็บเอกสารหมดแล้วครับ!"
เสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องหน้าห้องทำให้ธามและพริมโรสผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน ธามสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองหน้ามัณฑนากรสาวที่ตอนนี้ดวงตากลับมาเป็นประกายความท้าทายอีกครั้งอย่างเต็มเปี่ยม
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 5
รอยร้าวในแบบแปลน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!