"ถ้าคุณคิดว่าพื้นที่สามเมตรนี้ควรปล่อยให้มันโล่งเพื่อความงามเชิงนามธรรม ผมเกรงว่าคุณคงเข้าใจงานสถาปัตยกรรมผิดมหันต์แล้วล่ะครับคุณพริมโรส"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดจงใจกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ แต่มันกลับดังชัดเจนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยบอร์ดโมเดลและแปลนกระดาษไขระเกะระระ
ธามในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับ ปลายแขนเสื้อพับขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นข้อมือแข็งแรงที่กำลังถือปากกาหมึกซึมราคาแพงชี้ไปยังจุดสีแดงบนแปลนแปลกตา เขาไม่ได้มองหน้าเธอด้วยซ้ำตอนที่พูด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจดจ่ออยู่กับการขีดเส้นทับแนวผนังที่พริมโรสเพิ่งนำเสนอไปเมื่อหนาววินาทีก่อน
พริมโรสสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกอิ่มกระเพื่อมไหวภายใต้เสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีขาวสะอาด เธอไม่ได้สะดุ้งกลัวแต่อย่างใด ตรงกันข้าม... รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับยิ่งฉาบชัดขึ้นด้วยความท้าทาย
"ถ้าคุณธามจะกรุณาเงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษแผ่นนั้นแล้วใช้สมองส่วนหน้าคิดตามสักนิด คุณก็จะรู้ว่าพื้นที่สามเมตรตรงนั้นไม่ใช่ความไร้สาระเชิงนามธรรม แต่มันคือ 'ช่องว่างแห่งลมหายใจ' ที่จะทำให้คนใช้งานตึกนี้ไม่รู้สึกเหมือนถูกขังอยู่ในกล่องคอนกรีตทึบตันแบบที่คุณชอบออกแบบนักหรอกค่ะ... อ้อ ขอโทษทีครับ พอดีฉันลืมไปว่าสถาปนิกเก่งแต่กรอบสี่เหลี่ยมอย่างคุณ คงไม่เข้าใจคำว่าสุนทรียศาสตร์ของพื้นที่โล่งหรอกมั้งครับ"
คำพูดที่จงใจย้อนศรด้วยสรรพนามประชดประชันทำเอาทีมงานเบื้องหลังถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก บรรยากาศในห้องประชุมลดฮวบลงจนติดลบ สองคนนี้เจอกันทีไรไม่เคยมีคำว่าประนีประนอม รัศมีอำนาจและความดื้อรั้นพุ่งปะทะกันกลางอากาศจนแทบมองเห็นเป็นประกายไฟ
ธามวางปากกาในมือลงกระทบโต๊ะเสียงดัง *ปัง!*
เขากวาดตามองมัณฑนากรสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เตะตาต้องใจแต่ปากกลับร้ายกาจเป็นพิษ สถาปนิกหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้า มือสองข้างค้ำโต๊ะประชุมไว้เพื่อกักตัวเธอให้อยู่ในอาณาเขตสายตา
"คุณกำลังบอกว่างานของผมมันคือกล่องคอนกรีตงั้นเหรอ?" ธามเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าแต่ทรงพลัง "งั้นผมต้องขอเตือนความจำคุณหน่อยไหมครับว่า โปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าล่าสุดที่ชนะการประกวดระดับชาติ ก็ไอ้ 'กล่องคอนกรีต' ของผมนี่แหละที่กวาดรางวัลมาหมดหน้าตัก ไม่ใช่แปลนแต่งห้องแบบจับฉลากแปะวอลเปเปอร์ตามใจชอบของคุณ!"
"นั่นมันเพราะกรรมการตาถึกต่างหากล่ะคะ!" พริมโรสสวนกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "และถ้าคุณยังมีสติพอจะจำได้ นี่คือการประชุมร่วมระหว่างทีมสถาปนิกกับทีมอินทีเรีย ไม่ใช่เวทีประกวดนางงามรักชาติที่คุณจะมาผูกขาดสิทธิ์ในการตัดสินใจอยู่คนเดียว!"
"พริมโรส!"
"ธาม!"
ทั้งห้องเงียบกริบชนิดที่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ธามจ้องหน้าหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหมั่นไส้... และที่สำคัญที่สุดคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่เถียงสู้กับผู้หญิงคนนี้ ยิ่งเธอดื้อรั้น เถียงคำไม่ตกฟาก และเชิดหน้าใส่เขามากเท่าไหร่ ความอยากจะเอาชนะ—ไม่ใช่ในฐานะงาน แต่ในฐานะผู้ชาย—มันก็ยิ่งพุ่งพล่านจนน่ากลัว
ธามขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน เขารู้ตัวดีว่าตัวเองกำลังใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล แต่จะให้ทำยังไงได้ในเมื่อผู้หญิงคนนี้คือคนเดียวที่ทำให้สถาปนิกผู้เยือกเย็นและเจ้าระเบียบอย่างเขา สติหลุดได้ภายในประโยคเดียว
"คุณดื้อด้านเกินไปแล้วนะพริมโรส" ธามปรับเสียงให้ต่ำลงอย่างพยายามควบคุมสติ แต่แววตากลับร้อนรุ่มจนน่ากลัว "ถ้าคุณยังยืนกรานจะทุบกำแพงรับน้ำหนักตรงนั้นออกเพื่อทำสวนหย่อมบ้าบออะไรนั่น ตึกนี้ได้ถล่มลงมาทับหัวคนใช้บริการก่อนที่คุณจะได้เซ็นรับงานแน่"
"งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะคะ?" พริมโรสก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะฝั่งของเขาบ้าง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาส่อประกายเจ้าเล่ห์ "ถ้าแปลนของฉันผ่านการคำนวณโครงสร้างจากวิศวกรว่าปลอดภัย... คุณต้องยอมรับเงื่อนไขการดีไซน์ทั้งหมดของฉันโดยไม่มีข้อแม้"
ธามชะงักไปเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จางๆ จากตัวเธอลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสมาธิที่สะสมมาทั้งวันพังทลายลงในพริบตา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตากวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาอย่างฉะฉาน หัวใจกระหน่ำรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ชายหนุ่มหลุบตามองริมฝีปากคู่นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน
"แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะ?" ธามท้าทายกลับ เสียงกระซิบพร่าเลือนจนคนฟังต้องกั้นหายใจ "ถ้าโครงสร้างมันรับไม่ได้อย่างที่คุณอวดเก่ง... คุณจะเอาอะไรมาแลก?"
พริมโรสชะงักไปชั่ววินาทีเมื่อเห็นประกายตาคุกคามที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมของเขา เธอกะพริบตาปริบๆ รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิรอบตัวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ จะให้ถอยตอนนี้มีหวังโดนตาบ้านี่หัวเยาะเย้ยไปตลอดชาติแน่
"ว่าไงล่ะครับ?" ธามยิ้มเยาะ ยิ่งเห็นเธอลังเลเขากยิ่งได้ใจ "ถ้าคุณแพ้ คุณต้อง..."
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะสงครามประสาทบนโต๊ะประชุมอย่างไม่รู้กาลเทศะ ประตูห้องประชุมถูกผลักเปิดออกกว้างโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างโปร่งบางในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่เคลือบไปด้วยพิษสง
"อุ๊ย... ขัดจังหวะการประชุมเครียดๆ ของพี่ธามหรือเปล่าคะเนี่ย พอดีมีม, มธุura แวะเอาเอกสารสำคัญมาให้จากคุณพ่อค่ะ"
ธามผละออกจากโต๊ะทันที ใบหน้าที่เคยระอุด้วยความเร่าร้อนเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่พริมโรสถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลัก ปรับสีหน้าให้เป็นปกติแม้ในใจจะนึกหมั่นไส้ผู้หญิงมาใหม่คนนี้ไม่น้อย
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 2
สงครามบนโต๊ะประชุม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!