“งานศิลปะไม่ใช่การเอาของสวยงามมาวางกองรวมกันบนพื้นที่ว่างเปล่าครับคุณพริมโรส แต่ถ้าสมองของคุณมันคิดได้แค่นี้ ผมแนะนำให้ไปสมัครงานที่ร้านขายของชำแทนที่จะมาเป็นมัณฑนากรในโปรเจกต์ระดับชาติของผม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาของ ‘ธาม’ กระแทกเข้ากลางวงสนทนาท่ามกลางโต๊ะประชุมขนาดใหญ่ แสงไฟ LED สีขาวนวลจากโคมไฟดีไซน์หรูเหนือศีรษะสะท้อนลงบนพื้นผิวกระจกของโต๊ะ เผยให้เห็นรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะ
พริมโรสไม่ได้สะทกสะท้าน เธอวางปากกาไอแพดลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึก’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมกริบของอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ เธอไม่ได้มองว่าเขาเป็นสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ แต่มองว่าเขาเป็นเพียง ‘ตาแก่จอมเผด็จการ’ ที่ยึดติดกับโครงสร้างจนลืมหัวใจของผู้อยู่อาศัย
“คุณธามคะ... อ้อ ขอโทษทีครับ พอดีลืมไปว่าคุณอาจจะหูตึงจนไม่ได้ยินว่าชื่อโปรเจกต์นี้คือ ‘Human-Centric Living’ ไม่ใช่ ‘Concrete Prison’ ที่คุณกำลังพยายามจะยัดเยียดให้ลูกค้า” พริมโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความร้ายกาจ “งานของฉันไม่ได้แค่ทำพื้นที่ให้สวย แต่ฉันทำเพื่อคนที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในนั้น ไม่ใช่ทำเพื่อให้งานมันดูเพอร์เฟกต์ในพอร์ตโฟลิโอของคุณคนเดียว”
บรรยากาศในห้องประชุมเคร่งเครียดจนคนอื่นๆ ในทีมต่างพากันก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าแทรกกลางระหว่างสองขั้วอำนาจที่พร้อมจะปะทะกันทุกวินาที
ธามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากระชับสูทสั่งตัดให้เข้าที่ สายตาของเขาจับจ้องไปยังพริมโรสที่ดูเหมือนจะมั่นใจในตัวเองเหลือเกิน “งั้นเรามาดูความเป็นจริงกันดีกว่าครับ ในเมื่อคุณมั่นใจใน ‘จินตนาการ’ ของคุณนัก ผมขอท้าให้คุณปรับแบบพื้นที่ส่วนกลางใหม่ภายในคืนนี้ ถ้าพรุ่งนี้เช้าผมยังเห็นการวาง Layout ที่ขัดกับฟังก์ชันทางสถาปัตยกรรมของผมอีก... เชิญคุณเก็บของออกจากไซต์งานนี้ได้เลย”
พริมโรสลุกขึ้นยืนเผชิญหน้าเขา ร่างบางสง่างามแม้จะดูตัวเล็กกว่าในสายตาของธาม เธอขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมเบอร์กามอตผสมกลิ่นไม้จางๆ จากตัวเขา มันเป็นกลิ่นที่น่าหลงใหล แต่ในขณะเดียวกันก็น่าหงุดหงิดใจพอๆ กับตัวตนของเจ้าของ
“ได้ครับคุณธาม ถ้าคุณต้องการแบบนั้น... แต่เตรียมตัวยอมรับความพ่ายแพ้ไว้ให้ดีนะครับ เพราะหลังจากคืนนี้ พื้นที่ของคุณจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง และคุณจะไม่มีวันมองอาคารหลังนี้ในมุมเดิมได้อีก”
ธามชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นความท้าทายที่ปนไปด้วยประกายแห่งความเชื่อมั่นในดวงตาคู่สวยนั้น เขาเกลียดความปากเก่งของเธอ แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นจังหวะแปลกๆ ทุกครั้งที่เธอก้าวเข้ามาในระยะที่ใกล้ขนาดนี้
“หึ อวดเก่ง” ธามแค่นหัวเราะในลำคอ แต่เขาก็ไม่เดินหนีไปไหน สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เอกสารการวางผังที่พริมโรสเพิ่งดึงออกมาวางบนโต๊ะ
ความเงียบงันเริ่มปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งคู่ที่ดูจะสอดประสานกันอย่างประหลาด ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงด้วยความตึงเครียด หากไม่ใช่เพราะเสียงโทรศัพท์มือถือของธามที่สั่นครืดอยู่บนโต๊ะ
เขาก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แววตาที่เคยแข็งกร้าวกลับเปลี่ยนเป็นความไหววูบที่ปิดไม่มิด พริมโรสสังเกตเห็นความผิดปกติทันที เธอขมวดคิ้วสงสัย
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ หรือว่ากลัวคำขู่ตัวเองจะใช้ไม่ได้ผล?”
ธามไม่ได้ตอบ เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงกระจก พริมโรสตัดสินใจก้าวตามไปอย่างลืมตัว เธอหยุดอยู่ที่กรอบประตูระเบียง ท่ามกลางความมืดของยามค่ำคืนที่มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าเบื้องล่างเป็นฉากหลัง
“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมว่าห้ามโทรมาเวลางาน!” ธามกดเสียงต่ำใส่ปลายสาย แต่คำตอบที่เขากลับมาทำเอาเขาตัวแข็งทื่อ
“เกิดเรื่องแล้วครับคุณธาม... แบบร่างโครงสร้างของอาคารหลัก ‘รั่วไหล’ ออกไปในโลกออนไลน์เมื่อสิบนาทีก่อน ข่าวเพิ่งลงหน้าหนึ่งของนิตยสารสถาปัตยกรรมระดับโลก และดูเหมือนว่าคนที่ปล่อยข้อมูล... จะใช้แอคเคาท์ส่วนตัวของคุณครับ”
ธามหันขวับกลับมาทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตระหนก และวินาทีนั้นเองที่สายตาของเขากระทบเข้ากับพริมโรสที่ยืนอึ้งอยู่ตรงหน้า... ในมือของเธอกำลังถือแท็บเล็ตที่เปิดหน้าต่างข่าวเจ้าปัญหาไว้อยู่พอดี
“คุณ...” ธามกัดฟันกรอด ก้าวประชิดตัวพริมโรสจนแผ่นหลังของเธอชนกับบานประตู “คุณใช่ไหมที่เป็นคนทำ?”
พริมโรสเงยหน้าสบตาเขา ความตกใจถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่ทำเอาคนมองต้องสะท้าน “คุณเพิ่งจะไล่ฉันออกเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอคุณธาม? แล้วแบบนี้ ฉันจะเสียเวลาทำลายชื่อเสียงตัวเองไปทำไม... เพื่อรอให้คนอย่างคุณมาโบ้ยความผิดให้งั้นเหรอครับ?”
ธามคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้ทำให้พริมโรสเจ็บ แต่ทำให้ใจของทั้งคู่สั่นสะเทือน ความใกล้ชิดที่อันตรายและกลิ่นหอมของน้ำหอมที่อบอวลอยู่รอบตัวทำให้ทุกอย่างพร่าเลือน ทันใดนั้น ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกอย่างแรงพร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
“ธาม! นายต้องอธิบายเรื่องนี้มาเดี๋ยวนี้ ว่าทำไมโปรเจกต์ของบริษัทเราถึงกลายเป็นสมบัติสาธารณะไปแล้ว!” เสียงของนักลงทุนรายใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศดังก้องไปทั่วห้อง
ฟีนิกซ์สีทองหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรสชาติแห่งความขัดแย้งในบทเริ่มต้นนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 1
บลูพรินต์ที่ขัดแย้ง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!