เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง•ตอนที่ 18

ศัตรูหัวใจ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นกาแฟคั่วเข้มบนโต๊ะทำงานราคาแพงหูฉี่ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของ *‘Atelier T’* ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับคุกรุ่นไปด้วยไอความตึงเครียดที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง พริมโรสกอดอกยืนพิงขอบกระจกใสเงาวับ สายตาคมกริบดุจนางพญาแมวป่ากำลังจับจ้องร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปอิตาลี รูปร่างหน้าตาจัดว่าดูดีระดับนายแบบปกนิตยสาร เส้นผมเซ็ตอย่างประณีต และรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ถูกเคลือบไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างแนบเนียน "ไม่เจอกันนานเลยนะพริม... เธอยังปากจัดแล้วก็สวยขึ้นเป็นกองเลยนี่" กรณ์ เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม จงใจทิ้งจังหวะเว้นวรรคให้ชวนหมั่นไส้ พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวอีกนิด ทว่าพริมโรสกลับไม่ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว เธอยืดตัวขึ้นตรงสบตากลับนิ่งสนิท รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณมาเพื่อทักทายเรื่องไร้สาระ เสียใจด้วยนะคุณกรณ์ โต๊ะทำงานของที่นี่มีไว้คุยเรื่องงาน ไม่ใช่ที่ระบายความอัศจรรย์ใจส่วนตัวของคุณ" พริมโรสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนจนคนฟังต้องชะงัก "ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิม... แต่ก็นั่นแหละ ที่ทำให้ธามเคยหลงเธอนักหนาไม่ใช่เหรอ?" กรณ์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะหันไปมองร่างสูงของธามที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องประชุม ธามในเวลานี้ไม่ได้สวมแว่นสายตา ดวงตาคมกราบดุดันคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหรี่แคบลงจนกลายเป็นเส้นตรง กรามหนาขบเข้าหากันแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รังสีความเย็นชาแผ่พุ่งออกมาจากตัวสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "นายมาทำอะไรที่นี่... กรณ์" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาทีละคำ เต็มไปด้วยความกดดันและรังเกียจเดียดฉันท์ "โอ๊ะ ใจเย็นน่าเพื่อนเก่า แค่ทักทายกันตามประสาคนเคยสนิท..." กรณ์ยักไหล่ ยื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารสีดำบนโต๊ะขึ้นมาเคาะเบาๆ "แล้วก็...ไม่ได้มาแค่ทักทายหรอกนะ พอดีฉันได้ข่าวว่าโปรเจกต์เรือธงชิ้นใหม่ของนาย กำลังมีปัญหาระre-design เรื่องสิทธิ์การใช้พื้นที่ดินแปลงติดริมน้ำใช่ไหมล่ะ? น่าเสียดายจัง... พอดีว่าตอนนี้โฉนดแปลงนั้น เปลี่ยนมือมาอยู่ในการครอบครองของฉันเรียบร้อยแล้ว" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ... พริมโรสขมวดคิ้วฉับ หันขวับไปมองหน้าธามทันที สมองของมัณฑนากรสาวประมวลผลอย่างรวดเร็ว นี่คือสาเหตุที่ธามหัวเสียและแสดงอาการกระวนกระวายตั้งแต่เมื่อวานสินะ หมนี่คือแฟนเก่าเจ้าปัญหาที่ทิ้งบาดแผลลึกไว้ในอดีต และยังกลับมาสร้างความปั่นป่วนในวันที่สถานการณ์กำลังบีบคั้น ธามแค่นAยิ้มหยันออกมา ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงประกายตาที่วาวโรจน์ด้วยโทสะและความเย่อหยิ่งขั้นสุด "คิดว่าใช้วิธีสกปรกซื้อที่ดินตัดหน้าฉัน แล้วจะฮุบโปรเจกต์นี้ไปได้งั้นเหรอ?" ธามก้าวเท้าเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคง ทรงพลัง และคุกคามจนกรณ์ต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "นายก็ยังเป็นไอ้ขี้แพ้ที่ใช้เล่ห์เหลี่ยมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน กรณ์" "ระวังปากหน่อย ธาม!" กรณ์หน้าเสียไปชั่วขณะ รอยยิ้มเสแสร้งเริ่มสั่นคลอน "ถึงฉันจะเคยพลาดเรื่องส่วนตัวในอดีต แต่ตอนนี้ฉันคือกรรมผู้มีอำนาจตัดสินใจสูงสุดของโปรเจกต์นี้ ถ้าไม่มีลายเซ็นฉัน แบบแปลนโครงสร้างขั้นเทพของนายก็เป็นได้แค่เศษกระดาษไร้ค่า!" "งั้นก็เชิญเอาแบบแปลนของฉันไปเช็ดหัวแม่เท้าเล่นได้เลย..." ธามหยุดยืนประชิดตัวกรณ์ ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนแทบไม่เหลือ ความสูงและไหล่กว้างที่กดดันทำให้กรณ์ต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย "เพราะฉันไม่มีวันก้มหัวให้หมาลอบกัดอย่างนาย... และโปรเจกต์นี้ จะไม่มีวันเซ็นสัญญาร่วมกับคนไร้ยางอายเด็ดขาด!" "ธาม!" พริมโรสอุทานเบาๆ เธอรู้ว่าธามเป็นคนอีโก้สูงและรักศักดิ์ศรีเหนือสิ่งอื่นใด แต่การใช้อารมณ์ปฏิเสธนักลงทุนตรงๆ แบบนี้อาจทำให้บริษัทพินาศได้ในพริบตา "เงียบก่อน, พริม" ธามเอ่ยเสียงต่ำโดยไม่ละสายตาออกจากหน้ากรณ์ มือหนายื่นออกไปปัดแฟ้มเอกสารในมือของกรณ์ร่วงลงพื้นเสียงดัง *'ตุ้บ'* เอกสารกระจัดกระจายเกลื่อนกลาด "นายทำบ้าอะไรวะ!" กรณ์ตบโต๊ะเสียงดังลั่นด้วยความโกรธ "เชิญไสหัวออกไปจากตึกของฉัน... ก่อนที่ฉันจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยโยนหัวนายลงไปจากชั้นสิบห้า" ธามคำรามในลำคอ แววตาจริงจังชนิดที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย กรณ์ขบฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ กวาดสายตามองหน้าธามและพริมโรสสลับกันด้วยความเคียดแค้น ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ดี! เก่งให้ตลอดก็แล้วกันธาม! อีกสามวัน... ฉันจะเปิดประมูลที่ดินแปลงนี้ให้คู่แข่งของนายเข้ามารับช่วงต่อ แล้วคอยดูว่านายจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเมื่อผลงานชิ้นเอกของนายกลายเป็นแค่โปรเจกต์แท้ง!" พูดจบ กรณ์ก็สะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องประชุม ปิดประตูเสียงดังสนั่นจนกระจกสั่นสะเทือน ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง... พริมโรสถอนหายใจยาวเหยียด เธอยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันมามองหน้าสถาปนิกปากแข็งที่ตอนนี้ยืนหายใจฮึดฮัด อกกระเพื่อมไหวด้วยแรงอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะกินหัวคนได้อยู่แล้ว "คุณนี่มัน... บ้าสิ้นดีจริงๆ ธาม" พริมโรสเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ยืนกำหมัดแน่น "รู้ทั้งรู้ว่ามันตั้งใจมาปั่นประสาท แต่คุณก็ยังกระโจนใส่หลุมพรางที่มันขุดไว้เนี่ยนะ?" ธามหันขวับมามองเธอ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความแข็งกร้าว "แล้วจะให้ฉันยืนยิ้มต้อนรับไอ้สารเลวที่เคยทิ้งเธอ... เอ้ย! เคยสร้างปัญหาให้บริษัทงั้นเหรอ?" "หืม? เมื่อกี้คุณเกือบจะพูดชื่อฉันนะ" พริมโรสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาส่อประกายรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากอิ่ม "เป็นห่วงฉันเหรอคะ... คุณสถาปนิก" "ใครเป็นห่วงเธอ! อย่าหลงตัวเองน่าพริมโรส!" ธามรีบสวนกลับทันที น้ำเสียงสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ ใบหูขึ้นสีแดงจัดอย่างเห็นได้ชัดแม้จะพยายามตีสีหน้านิ่งขรึมแค่ไหนก็ตาม "ฉันแค่รำคาญ! รำคาญเสียงน่ารำคาญของมัน แล้วก็รำคาญที่เธอมายืนทำหน้าท้าทายอยู่ใกล้ไอ้สารเล่วนั่นด้วย!" พริมโรสอมยิ้มกริ่ม เธอชอบเหลือเกินเวลาที่ผู้ชายปากแข็งคนนี้จนมุมด้วยเหตุผลของตัวเอง เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอีกก้าว จนแผงอกกว้างอยู่ห่างแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มๆ ลอยเข้าจมูกจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ "อ๋อ... หึงเหรอคะ?" เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อมแต่แฝงความเย้าแหย่ ธามชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงเข้ามาลึกถึงก้นบึ้งของหัวใจ ความซنที่เคยเกราะกุ้มไว้เริ่มละลายหายไปกับความใกล้ชิดที่อันตรายเกินต้านทาน มือหนาเผลอยื่นออกไปคว้าเอวบางของเธอเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติราวกับร่างกายสั่งการเร็วกว่าสมอง "พริม... อย่ามาเล่นกับไฟ" เสียงทุ้มแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบลึกล้ำขึ้นจนน่ากลัว "เธอไม่รู้หรอกว่าฉันอดทนมากแค่ไหน... ตั้งแต่วันแรกที่เธอก้าวเข้ามาในชีวิตฉัน" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เคมีที่พุ่งพล่านระหว่างทั้งคู่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิภายนอก พริมโรสใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก แต่ริมฝีปากยังคงดื้อรั้นที่จะต่อกร "ถ้าเป็นไฟ... ฉันก็พร้อมจะแผดเผาคุณให้เป็นจุลเหมือนกันนะ ธาม" เธอท้าทายด้วยรอยยิ้มเย้ายวน ธามก้มหน้าลงช้าๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกัน หัวใจของทั้งคู่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างบ้าคลั่ง ริมฝีปากของเขาขยับเข้าใกล้เรียวปากอิ่มของเธอทีละนิด... อีกเพียงไม่กี่เซนติเมตรก็จะถึงจุดสิ้นสุดของความอดทนทั้งหมด ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงเลขาฯ หน้าห้องที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความตระหนก "คุณธามคะ! แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีข่าวด่วนกระจายไปทั่วตลาดหลักทรัพย์... ว่าที่ดินแปลงโปรเจกต์ของคุณถูกธนาคารอายัด และราคาหุ้นของบริษัทกำลังดิ่งเหวเพราะข่าวฉาวเรื่องข้อพิพาทกับกรณ์ค่ะ!" ธามชะงักกึก ดวงตาสว่างวาบด้วยความตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม เขาผละออกจากพริมโรสอย่างไม่เต็มใจนัก หันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ พริมโรสหน้าถอดสี รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูหน้าจอ ข่าวพาดหัวตัวแดงฉานสะท้อนเข้าตาเต็มๆ พร้อมกับภาพถ่ายที่เธอและธามยืนอยู่ด้วยกันกับกรณ์ในห้องประชุมเมื่อครู่ถูกปล่อยออกไปพร้อมข้อความบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างร้ายกาจ ธามหันกลับมามองพริมโรส แววตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เดิมพันด้วยทุกสิ่ง "เกมนี้... มันเพิ่งเริ่มต้นต่างหาก" ธามพูดเสียงเย็นเยียบ ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในมือของพริมโรสจะสั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ระบุตำแหน่งต้นสายมาจากห้องทำงานของผู้บริหารระดับสูงของคู่แข่งตัวฉกาจ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจร้อนไปพร้อมกับความซึนของพระเอกเรานะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแข็ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%