เสียงคำรามต่ำทุ้มของระบบระบายความร้อนระดับไฮโดรเจนเหลวในห้องปฏิบัติการใต้ดิน ดังประสานไปกับเสียงเคาะนิ้วเป็นจังหวะบนโต๊ะทำงานโลหะผสมไทเทเนียม คาเลบกวาดสายตาคมกริบผ่านหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าครามที่สะท้อนลงบนม่านตา ข้อมูลโค้ดดิ้งนับล้านบรรทัดกำลังไหลผ่านหน้าจอด้วยความเร็วสูง แต่สมองของเขากลับประมวลผลทุกรายละเอียดได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ ยิ่งกาลเวลาล่วงเลยไปนับตั้งแต่คำเตือนปริศนาเมื่อครู่ การตระหนักรู้ถึงภัยคุกคามก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ
"การตรวจสอบระดับสามกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตกักเก็บข้อมูลเขตเจ็ด... ระยะห่างตอนนี้คือสามร้อยเมตร และกำลังลดลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วของโดรนลาดตระเวนรุ่น Mk-IV ครับคุณคาเลบ"
เสียงหวานนุ่มทว่าราบเรียบไร้อารมณ์ของเอเลน่าดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างโฮโลแกรมสีครามโปร่งแสงที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเสาคอนกรีตเสริมใยเหล็ก แววตาของเธอจ้องมองมาที่เขาด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งถึง—ความรู้สึกที่ถูกจำลองขึ้นด้วยอัลกอริทึมขั้นสูง แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนความห่วงใยของมนุษย์อย่างน่าประหลาด
คาเลบไม่ตอบคำถามในทันที เขายังคงจดจ่ออยู่กับการถอดรหัสไฟร์อลชั้นนอกของหน่วยรักษาความปลอดภัย นัยน์ตาสสีเข้มสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มสลัวจากแผงวงจร นิ้วเรียวยาวพรางพิมพ์คำสั่งลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมด้วยความเร็วสูง
"พวกมันไม่ได้มาเพื่อตรวจตราตามรอบปกติหรอกครับเอเลน่า" คาเลบเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็น "ระบบส่วนกลางกำลังสงสัยในความผิดปกติของการใช้พลังงานเมื่อคืนนี้... และโค้ดบางส่วนที่ผมดึงออกมาจากฐานข้อมูลความทรงจำของหุ่นยนต์รบซีรีส์เก่า มันเป็นรหัสต้องห้ามที่เชื่อมโยงโดยตรงกับโศกนาฏกรรมในอดีตของผม"
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ถูกดับไปแล้วสิบปีนะครับ" เอเลน่าก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน โฮโลแกรมของเธอสะท้อนแสงวับวาวกับฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในอากาศ "หน่วยรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เจรจา พวกมันมีคำสั่งเดียวคือ 'กวาดล้าง' สิ่งแปลกปลอมออกจากระบบเครือข่าย ไหวพริบของคุณอาจจะรอดพ้นจากสายตามนุษย์ได้ แต่ไม่ใช่กับเซ็นเซอร์ตรวจจับคลื่นสมองเทียมและร่องรอยคาร์บอนในห้องนี้"
"ถ้าผมกลัวความตาย ผมคงไม่เลือกที่จะเปิดกล่องแพนโดร่านี้ตั้งแต่แรกหรอกครับ" คาเลบเงยหน้าขึ้นสบตา เอมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันโชคชะตา "ระบบระบายความร้อนหลักสามารถเปลี่ยนเส้นทางกระแสไฟฟ้าได้ใช่ไหมครับ? ถ้าเราทำให้ระบบจ่ายไฟเกิดการลัดวงจรชั่วขณะในเขตเจ็ด น่าจะพอซื้อเวลาให้ผมถ่ายโอนไฟล์ส่วนที่เหลือเสร็จทัน"
เอเลน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย ระบบประมวลผลภายในของเธอคำนวณความน่าจะเป็นอย่างรวดเร็ว "ความเป็นไปได้อยู่ที่เจ็ดสิบเอ็ดจุดสี่เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ผลข้างเคียงคือ ตัวตนดิจิทัลของฉันอาจจะได้รับความเสียหายจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในรัศมีสามเมตร คุณยินดีที่จะเสี่ยงให้ฉันหายไปชั่วขณะแลกกับการซ่อนตัวตนของคุณหรือเปล่าล่ะครับ?"
คำถามนั้นทำให้มือของคาเลบชะงักไปชั่วขณะ เขากวาดสายตามองร่างโฮโลแกรมตรงหน้า—แม้เธอจะเป็นเพียงชุดข้อมูลและอัลกอริทึมที่ถูกสร้างขึ้นโดยใครบางคน แต่มิตรภาพและความช่วยเหลือที่ผ่านมาทำให้เขาตระหนักว่า เส้นแบ่งระหว่าง "มนุษย์" กับ "เครื่องจักร" มันช่างเลือนรางเหลือเกินในโลกที่ถูกขับเคลื่อนด้วยโค้ดเหล่านี้
"ผมไม่ยอมให้คุณหายไปไหนหรอกครับ... เอเลน่า" คาเลบเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้นกว่าเดิม "เราจะใช้แผนสำรอง บายพาสกระแสไฟฟ้าผ่านท่อส่งน้ำวนใต้พื้นดินแทนที่จะใช้ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า วิธีนี้จะปลอดภัยต่อตัวคุณ และยังสร้างสัญญาณรบกวนปลอมให้พวกโดรนหลงทางไปที่โซนจัดเก็บขยะอิเล็กทรอนิกส์แทน"
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของโฮโลแกรมสาว "คุณนี่ช่างเจ้าเล่ห์และรอบคอบสมกับเป็นวิศวกรนอกรีตจริงๆ นะครับ... เริ่มดำเนินการได้เลยค่ะ—เอ้ย ขออภัยครับ... ครับ" เธอแก้คำพูดอย่างรวดเร็วตามโปรแกรมสำเนียงที่คาเลบเคยตั้งไว้
คาเลบไม่รอช้า เขาตบลงบนแผงควบคุมหลัก เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานเริ่มกะพริบถี่ขึ้นทั่วทั้งห้อง โดรนรักษาความปลอดภัยรุ่น Mk-IV จำนวนสามลำพุ่งทะยานผ่านประตูนิรภัยเข้ามาด้วยความเร็วสูง เสียงใบพัดลมความดันสูงกรีดร้องบาดแก้วหู พร้อมกับลำแสงเลเซอร์สีแดงที่กวาดหาเป้าหมายอย่างเหี้ยมเกรียม ทว่า ทันทีที่พวกมันเข้ามาถึงจุดเชื่อมต่อระบบระบายน้ำ คลื่นสัญญาณหลอกที่คาเลบเขียนขึ้นก็ทำงานทันที โดรนทั้งสามลำสะดุดกึก หันหัวเปลี่ยนทิศทางไปยังโซนทิ้งขยะตามแผนที่วางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
รอยยิ้มแห่งชัยชนะยังไม่ทันได้ประดับบนใบหน้า เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่สะท้านสะเทือนพื้นคอนกรีตก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้องปฏิบัติการ มันไม่ใช่เสียงโลหะเบาๆ ของโดรนลาดตระเวน แต่เป็นเสียงก้าวเดินของชุดเกราะยุทธวิธีหนักที่ควบคุมด้วยมนุษย์ หรือไม่ก็... หุ่นยนต์ต่อสู้ระดับผู้บัญชาการที่ถูกส่งตรงมาจากสภาบริหารสูงสุด
ระบบไฟฉุกเฉินภายในห้องดับลงพรึบ เหลือเพียงแสงสีแดงระเรื่อจากจอคอมพิวเตอร์ ประตูนิรภัยเหล็กกล้าหนาแปดนิ้วค่อยๆ ถูกตัดเฉือนด้วยความร้อนสูงจากลำแสงพลาสมาภายนอก ประกายไฟสาดกระเซ็นเข้ามาในความมืด พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา
"พบเป้าหมายแล้ว... ยืนยันรหัสประจำตัว: คาเลบ ผู้ละเมิดสนธิสัญญาความปลอดภัยขั้นเด็ดขาด... เตรียมตัวรับการจับกุม หรือรับโทษประหารทันที ณ จุดนี้"
หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าของคาเลบกะพริบวูบวาบอย่างรุนแรง ก่อนที่ข้อความสีแดงฉานขนาดใหญ่จะเด้งขึ้นมาบังทุกหน้าต่างข้อมูล พร้อมเสียงแจ้งเตือนจากระบบลึกลับที่เขาไม่ได้เป็นคนติดตั้ง...
**[แจ้งเตือนระบบภารกิจระดับ SSS: ตรวจพบการเข้าถึง 'โปรโตคอลลับ: กำเนิดจิตวิญญาณ' / ปลดล็อกสิทธิ์ผู้ดูแลสูงสุด / คำเตือน: ร่างต้นแบบที่คุณตามหา กำลังยืนอยู่เบื้องหลังประตูนั่นแล้ว]**
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า•ตอนที่ 5
การตรวจตราของหน่วยรักษาความปลอดภัย
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!