เสียงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์รุ่นโบราณในห้องควบคุมใต้ดินดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ คล้ายเสียงลมหายใจของสิ่งมีชีวิตที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพัง คาเลบใช้นิ้วมือสวมถุงมือนาโนไฟเบอร์เคาะลงบนแผงควบคุมระบบคาร์บอน เพื่อปรับแต่งค่าสถานะของเกราะพลังงานสนามแม่เหล็ก (Magnetic-Shield) ให้พร้อมรับมือกับคลื่นรบกวนแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มข้นสูง ซึ่งเป็นด่านแรกของการลักลอบข้ามผ่านเขตควบคุมเข้มงวดของสภาเน็ตเวิร์ก
"อัตราการซิงโครไนซ์ของชุดเกราะอยู่ที่แปดสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ครับอาจารย์... หากเรายังดันทุรังใช้เส้นทางท่อส่งระบายความร้อนภาคพื้นดินนี้ โอกาสที่ตัวตรวจจับคลื่นความร้อนความถี่ต่ำจะสแกนเจอซิกเนเจอร์ชีวภาพของเรามีสูงถึงเก้าสิบเอ็ดจุดสี่เปอร์เซ็นต์ ภายในเวลาไม่ถึงสี่นาทีหลังจากก้าวพ้นเขตปลอดภัย"
คาเลบเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนลงบนนัยน์ตาสีเข้มของเขา น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเต็มไปด้วยการคำนวณเชิงตรรกะตามแบบฉบับวิศวกรผู้ผ่านการสูญเสียมาโชกโชน การรักษาชีวิตรอดในโลกที่ถูกควบคุมด้วยอัลกอริทึมไร้ความปรานีไม่ได้อาศัยโชคช่วย แต่มันอาศัยความแม่นยำของตัวเลขและช่องโหว่ของกฎหมายที่ถูกร่างขึ้นโดยพวกชนชั้นนำ
ร่างโปร่งแสงของเอเลน่าปรากฏขึ้นเหนือแผงควบคุม เธอสวมชุดสูททาร์เซิลเข้ารูปสีเงินยวง ดวงตาคู่คมกวาดมองไปที่เส้นทางจำลองสามมิติที่ทอดยาวผ่านซากตึกรามบ้านช่องของเขตศูนย์กลางเก่า ซึ่งปัจจุบันถูกประกาศให้เป็น "โซนสีแดงมรณะ" พื้นที่นอกเหนือกฎหมายที่แม้แต่โดรนลาดตระเวนอัตโนมัติยังไม่กล้าเฉียดกรายเข้าไป
เอเลน่าแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นแฝงไว้ด้วยความลึกลับและประสบการณ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าปัญญาประดิษฐ์ทั่วไปจะแสดงออกมาได้
"คาเลบ... เธอยังคงยึดติดกับตัวเลขความน่าจะเป็นเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยสินะครับ" เอเลน่าทักท้วงด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เฉียบคม "บางครั้ง อัลกอริทึมก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคาดการณ์อนาคต แต่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์หวาดกลัวจนไม่กล้าเปลี่ยนแปลงต่างหาก... เขตโซนสามสิบเจ็ดที่เรากำลังจะก้าวข้ามผ่านกำแพงดิจิทัลนี้ไป ไม่ได้ไร้ผู้คนอย่างที่รายงานทางการระบุไว้หรอกครับ แต่มันเป็นสถานที่ที่กฎเกณฑ์ของพวกมันเอื้อมไปไม่ถึงต่างหากล่ะ"
คาเลบชะงักมือที่กำลังพิมพ์ชุดคำสั่งปลดล็อกรหัสผ่าน เขาสบตากับโฮโลแกรมของอาจารย์สาวครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
"สถานที่ที่กฎเกณฑ์เอื้อมไม่ถึง มักจะเป็นสุสานของพวกที่คิดว่าตัวเองฉลาดพอจะรอดชีวิตเสมอครับอาจารย์"
"นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องมายืนอยู่ตรงนี้เพื่อคอยดึงสติเธอไงล่ะครับ... เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อม ระบบปิดกั้นสัญญาณรบกวนกำลังจะเริ่มทำงานในอีกห้าวินาทีนี้"
เสียงระเบิดเบาๆ จากตัวเก็บประจุสำรองดังขึ้นพร้อมกับความมืดที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ แสงไฟนีออนสีแดงฉานจากป้ายโฆษณาเก่าแก่ที่พังเสียหายสาดส่องเข้ามาผ่านรอยแตกของหน้าต่างกระจกนิรภัย ทั้งสองก้าวผ่านช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังเขตต้องห้าม—ก้าวแรกสู่ "เมืองร้างหลังกำแพงดิจิทัล" ที่ซ่อนความลับอันดำมืดที่สุดของยุคสมัยไว้
บรรยากาศเบื้องหน้าเปลี่ยนจากความสะอาดสะอ้านของเขตควบคุม กลายเป็นความอัปลักษณ์ของซากปรักหักพังทางเทคโนโลยี สายเคเบิลใยแก้วนำแสงนับล้านเส้นห้อยระโยงระยางราวกับรากไม้ของต้นไม้ยักษ์ที่ตายซาก พื้นถนนลาดยางถูกแทนที่ด้วยแผงวงจรคอมพิวเตอร์ขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้างและขึ้นสนิมเขียว กลิ่นอับชื้นของน้ำมันเครื่องผสมผสานกับกลิ่นอายของข้อมูลที่ถูกลบเลือนลอยอบอวลในอากาศ
คาเลบก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ปืนพกพลังงานพلاสม่าในมือถูกปรับตั้งค่าไว้ที่โหมดเงียบ มือซ้ายถือเครื่องมือสแกนคลื่นแม่เหล็กเพื่อตรวจจับกับดักระเบิดโบราณที่อาจหลงเหลืออยู่
"ระวังจุดอับสัญญาณทางด้านซ้ายมือสิบนาฬิกานะครับคาเลบ" เอเลน่าเตือนขึ้น น้ำเสียงของเธอกลายเป็นกระซิบแผ่วเบาผ่านระบบสื่อสารภายในโครงสร้างประสาทของเขา "มีซากหุ่นยนต์รบซีรีส์เก่าแก่นอนสงบอยู่ตรงนั้น แต่ตัวประมวลผลกลางของมันยังคงมีพลังงานหลงเหลืออยู่... และดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะตรวจจับอุณหภูมิร่างกายของเราได้"
ทันทีที่สิ้นเสียงเตือน ดวงตาสีแดงฉานนับสิบคู่ก็สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของซากตึกแถวร้าง เสียงกลไกโลหะบดขยี้กันดังลั่นสะท้อนไปทั่วตรอกแคบๆ หุ่นยนต์สงครามรุ่นโบราณตระกูล 'ไททัน-เค' ที่ควรจะถูกทำลายไปตั้งแต่สงครามการล้างบางข้อมูลครั้งใหญ่ กำลังเคลื่อนตัวเข้าปิดล้อมพวกเขาจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า
คาเลบไม่แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นัยน์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยสมกับเป็นวิศวกรผู้เย็นชา เขาประเมินโครงสร้างและจุดอ่อนของหุ่นยนต์เหล่านั้นในเสี้ยววินาที
"พวกมันใช้ระบบจ่ายพลังงานแบบไฮบริด... จุดเชื่อมต่อท่อส่งน้ำมันที่ข้อต่อสะโพกคือจุดอ่อนครับ" คาเลบพึมพำกับตัวเองก่อนจะหันไปสั่งการ "อาจารย์ครับ ช่วยส่งสัญญาณรบกวนความถี่สามจุดเจ็ดกิกะเฮิรตซ์เข้าไปที่เซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายของซากตึกนั้นที ผมจะใช้มันเป็นตัวเบี่ยงเบนความสนใจ"
เอเลน่าแย้มยิ้มอย่างพึงพอใจในความเด็ดเดี่ยวและรวดเร็วในการแก้ปัญหาของลูกศิษย์ "รับทราบครับ... จัดการให้เดี๋ยวนี้"
แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นจากปลายนิ้วโฮโลแกรมของเธอ คลื่นสัญญาณดิจิทัลพุ่งทะยานเข้าสู่เครือข่ายท้องถิ่นของหุ่นยนต์รบ ทำให้การเคลื่อนไหวของพวกมันสะดุดลงชั่วขณะ คาเลบไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เขากลิ้งตัวหลบคมดาบโลหะที่ฟาดเฉียดหัวไปอย่างหวุดหวิด ก่อนจะเหนี่ยวไกปืนพลาสม่าซัดกระสุนความร้อนสูงเข้าที่ข้อต่อสะโพกของหุ่นยนต์ตัวนำขบวนอย่างแม่นยำ
ตูม!
แรงระเบิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันไฮดรอลิกส่งผลให้หุ่นยนต์ตัวแรกพังทลายลงมาขวางทางตัวอื่นๆ แต่ทว่า... ในจังหวะที่ควันพรางตัวจางลง หน้าจอเรดาร์สำรองบนแขนเสื้อของคาเลบก็กะพริบถี่รัว พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ดังขึ้นไม่ใช่จากหุ่นยนต์รบเหล่านั้น แต่มาจากใต้พื้นคอนกรีตที่พวกเขากำลังยืนอยู่
พื้นผิวถนนแผงวงจรแยกตัวออกจากกันอย่างรุนแรง เสียงคำรามทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดึกดำบรรพ์ดังสะเทือนเลื่อนลั่น เงาขนาดมหมหึมาของสิ่งที่ไม่ควรจะมีตัวตนอยู่จริง ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากหลุมลึกเบื้องล่าง ดวงตาสีทองคำขนาดใหญ่คู่หนึ่งจ้องมองตรงมาที่พวกเขาผ่านความมืดมิด พร้อมกับเสียงสังเคราะห์ข้อความจากระบบ AI ปริศนาที่ดังขึ้นในหัวของคาเลบโดยตรง
*“ตรวจพบผู้บุกรุก... ยินดีต้อนรับสู่เขตทดลองลับ... ผู้ควบคุมระบบหลัก... พ่อของคุณกำลังรอคุณอยู่... คาเลบ”*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" ในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า•ตอนที่ 16
เมืองร้างหลังกำแพงดิจิทัล
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!