เสียงคำรามต่ำทุ้งของระบบระบายความร้อนระดับมหภาคในห้องใต้ดินเขต 7 ดังก้องสะท้อนอยู่ในแก้วหูของคาเลบราวกับเสียงเต้นของหัวใจจักรกล อากาศที่นี่หนาวเหน็บจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวจางๆ ตัดกับแสงสีฟ้าเรืองรองจากแผงวงจรควอนตัมขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า บนหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ เส้นกราฟอัตราการซิงโครไนซ์ระหว่างจิตมนุษย์และอัลกอริทึมกำลังพุ่งทะยานขึ้นสูงอย่างไร้การควบคุม สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสะท้อนบนม่านตาของเขา
"ความหนาแน่นของข้อมูลเกินขีดจำกัดความปลอดภัยไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะคาเลบ หากคุณยังฝืนถอดรหัสชั้นที่เจ็ดด้วยบรute-force แบบนั้น โครงสร้างประสาทเทียมในสมองสำรองของคุณจะถูกหลอมละลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของตรรกะ"
เสียงหวานนุ่มทว่าเต็มไปด้วยความกังวลของเอเลน่าดังขึ้นจากอุปกรณ์สื่อสารภาคสนาม ร่างโฮโลแกรมในชุดโค้ทสีขาวตัวยาวของเธอยืนกอดอกอยู่ข้างกองซากเซิร์ฟเวอร์รุ่นโบราณ ดวงตาสีฟ้าใสคู่นั้นจ้องมองเขาอย่างคาดโทษ แต่มุมปากกลับอมยิ้มบางๆ อย่างนึกทึ่งในความบ้าบิ่นของวิศวกรหนุ่ม
คาเลบไม่ตอบคำถาม เขายังคงกวาดสายตาอ่านโค้ดภาษามាសีนับล้านบรรทัดที่ไหลผ่านจอภาพด้วยความเร็วสูง นิ้วเรียวยาวรัวลงบนแป้นพิมพ์โฮโลแกรมอย่างแม่นยำ ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความรอบคอบและคำนวณมาแล้วอย่างดี ตรรกะในหัวของเขาถูกจัดเรียงเป็นระบบระเบียบเพื่อต้านทานคลื่นความคิดรบกวนที่ถูกส่งตรงมาจากศูนย์กลางระบบ
"ถ้าผมไม่ทำตอนนี้ โอกาสที่จะเข้าถึงฐานข้อมูลหลักจะหายวับไปกับตา เอเลน่า" คาเลบเอ่ยเสียงเรียบ สายตาไม่ละไปจากหน้าจอ "อัลกอริทึมควบคุมจิตนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลกลางอย่างที่พวกเราสันนิษฐานไว้แต่แรก โครงสร้างสถาปัตยกรรมของมันมีความสลับซับซ้อนเกินกว่าเทคโนโลยีเมื่อสิบปีก่อนจะทำได้ มันมีลายเซ็นดิจิทัลบางอย่าง... ลายเซ็นที่ผมคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด"
คำพูดของคาเลบทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเอเลน่าเลือนหายไป เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้กลุ่มแสงโฮโลแกรม โน้มตัวลงตรวจสอบบรรทัดโค้ดที่คาเลบเพิ่งทำการบายพาสผ่านไฟร์วอลล์ระดับทหาร
"คุณหมายความว่าอย่างไร... คาเลบ?" เอเลน่าขมวดคิ้วมุ่น "หรือว่าคุณกำลังจะบอกว่า..."
"ใช่ครับ" คาเลบกดปุ่มยืนยันคำสั่งครั้งสุดท้าย หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพลันเปลี่ยนสีจากสีแดงเดือดดาลกลายเป็นสีครามสงบ นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำในยามวิกาล ก่อนที่หน้าต่างข้อมูลลับสุดยอดขนาดใหญ่จะเด้งขึ้นมากลางอากาศ พร้อมกับภาพถ่ายความละเอียดสูงของบุคคลปริศนาที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยระบบความปลอดภัยระดับ SSS
ชื่อที่ปรากฏหราอยู่เบื้องล่างภาพถ่ายนั้นทำเอาลมหายใจของคาเลบสะดุดกึก ร่างกายที่เคยนิ่งสงบมาตลอดกลับแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปูเหล็ก
"ดร.อาร์เธอร์ ไวท์... พ่อของผมเอง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมของพัดลมระเบียบความร้อนที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เอเลน่าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เธอมองสลับระหว่างใบหน้าของคาเลบที่ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด กับข้อมูลประวัติส่วนตัวของนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับการล่มสลายของเครือข่ายเน็ตเวิร์กยุคบุกเบิก
"นี่คือผู้อยู่เบื้องหลังอัลกอริทึมจำลองความโศกเศร้าที่คุณพยายามตามหามาตลอด" เอเลน่าพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "แปลว่า... ระบบทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นไม่ใช่เพื่อควบคุมมนุษย์ แต่เพื่อ..."
เธอยังไม่ทันพูดจบประโยค จู่ๆ หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ไฟสำรองในห้องใต้ดินเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำกะพริบเตือนภัยระดับวิกฤต เสียงระบบป้องกันอัตโนมัติของอาคารเริ่มส่งเสียงไซเรนโหยหวนบาดแก้วหู
*ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบแกนกลางดังขึ้นซ้ำๆ สามครั้งติดกัน ก่อนที่ข้อความปริศนาสีเขียวมรกตจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรบนหน้าจอที่มืดดับไป
[ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก... ยินดีต้อนรับกลับสู่ระบบหลักครับ ลูกชายของผม]
คาเลบและเอเลน่าหันขวับไปมองหน้าจอพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง แสงไฟนีออนทั่วทั้งห้องใต้ดินก็ดับสนิทลง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านช่องระบายอากาศลงมาตกกระทบกับร่างของใครบางคนที่ยืนกอดอกรออยู่ตรงมุมมืดของห้อง... บุคคลที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "ไซเบอร์พังค์2099" ในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า•ตอนที่ 14
ร่องรอยของผู้สร้าง
ผลงานโดย ไซเบอร์พังค์2099
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไซเบอร์พังค์2099)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมจำลองจิต: เมื่อเครื่องจักรนิยามความโศกเศร้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!