เสียงเคาะรองเท้าหนังหนักแน่นดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินหินอ่อน สะเก็ดไฟจากไฟฉายสาดลอดผ่านกระจกฝ้าเข้ามาเป็นลำแสงสีขาวนวล ตัดกับความมืดมิดภายในห้องทำงานบรรณาธิการบริหาร มินตราไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงสัมผัสอยู่กับความเย็นเฉียบของหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะทำงาน แสงสีฟ้าสะท้อนเข้าสู่ดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองตัวอักษรแต่ละบรรทัดด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
บนหน้าจอนั้นคือต้นฉบับบทกวีชิ้นสุดท้าย... บทกวีที่รวิศซ่อนมันไว้ในไฟล์ลับใต้ฐานข้อมูลระบบสำนักพิมพ์ และมีเพียงคนที่มีรหัสผ่านระดับสูงสุดเท่านั้นที่จะเข้าถึงได้
มันไม่ใช่บทกวีโศกเศร้าเคล้าน้ำตาอย่างที่ตลาดต้องการ แต่เป็นถ้อยคำร้อยแก้วอันเจ็บปวดที่ตีแผ่เบื้องหลังความเน่าเฟะของวงการสื่อสิ่งพิมพ์ และที่สำคัญที่สุด... มันเปิดโปงกลยุทธ์การตลาดเชิงพาณิชย์ของเธอเองอย่างไม่ไว้หน้า
"คุณอ่านมันเร็วกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ... คุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นวางหนังสือ รวิศยืนกอดอกพิงผนัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกจมอยู่ใต้เงาสลัว เส้นผมสีดำสนิทระต้นคอ ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอราวกับนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้าสู่กับดัก
มินตราค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สีหน้าของเธอเรียบเฉยจนน่ากลัว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความตกใจ เธอปิดแท็บเล็ตลงอย่างช้าๆ เสียงก้านโลหะกระทบกับพื้นโต๊ะดัง "กริ๊ก" ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ รวิศ" เสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่ "คุณรู้ดีว่าถ้าต้นฉบับชิ้นนี้หลุดออกไปสำนักพิมพ์จะพังพินาศ หุ้นที่เราพยายามประคับประคองมาตลอดปีจะร่วงดิ่งลงเหว และที่สำคัญ... ชื่อเสียงที่คุณสร้างมากับมือก็จะถูกเผาไหม้ไปด้วย"
รวิศยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข หากแต่เป็นความเย้ยหยันต่อความจริงอันโหดร้ายของโลกใบนี้ เขาเดินเข้ามาใกล้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะทีละก้าว เสียงฝีเท้าของเขาสอดประสานไปกับเสียงฝีเท้าภายนอกที่กำลังประชิดเข้ามาทุกที
"พังพินาศเหรอครับ?" รวิศทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางความรู้สึก "สิ่งที่ผมเขียน ไม่ใช่การทำลายสำนักพิมพ์หรอกครับคุณมินตรา แต่มันคือการเผาป่าทิ้งเพื่อให้ตอไม้ที่ตายซากได้มีโอกาสแตกหน่อใหม่ต่างหาก คุณกับผมต่างก็รู้ดีว่าวงการนี้มันตายด้านไปนานแล้ว เหลือไว้ก็แค่เปลือกนอกที่เคลือบด้วยตัวเลขยอดขายและความโลภ"
"คุณมันบ้า!" มินตราโพล่งขึ้น น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธที่อัดอั้น เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับเขาในระยะประชิด กลิ่นอายความเป็นมืออาชีพและความเย่อหยิ่งถูกปลดปล่อยออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิด "ศิลปะของคุณมันกินไม่ได้! ถ้าไม่มีกลยุทธ์ทางธุรกิจที่ฉันคอยบริหารจัดการให้ ป่านนี้คุณคงนั่งอดตายอยู่ใต้สะพานลอยพร้อมกับสมุดบันทึกเก่าๆ ของคุณไปนานแล้ว!"
รวิศชะงักไปเล็กน้อย สายตาของเขาอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อมองลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของหญิงสาวตรงหน้า เขาเอื้อมมือออกไปช้าๆ ปลายนิ้วห่างจากปลายคางของเธอเพียงแค่คืบ แต่แล้วเขาก็ชักมือกลับราวกับระงับสติอารมณ์ได้ทัน
"นั่นคือสิ่งที่คุณเลือกเชื่อ... สินค้า วาทศิลป์ และตัวเลข" รวิศกระซิบแผ่วเบา "แต่บทกวีชิ้นนั้นที่อยู่บนจอของคุณ มันคือสัจธรรม... คุณมีสิทธิ์ทุกอย่างที่จะแตะปุ่ม 'ลบ' ทิ้งเสียในตอนนี้ เพื่อรักษาอาณาจักรที่คุณสร้างขึ้นมาบนความลวงตา หรือ... คุณจะปล่อยมันผ่านไป แล้วยอมรับความจริงว่าเราต่างก็พ่ายแพ้ต่อระบบนี้ด้วยกันทั้งคู่"
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนก้องของผู้บุกรุกที่พยายามพังประตูเข้ามา ร่างเงาหลายร่างทาบทับผ่านกระจกเงาด้านนอก สถานการณ์ภายนอกกำลังบีบรัดเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก
มินตราก้มลงมองแท็บเล็ตในมืออีกครั้ง ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสกับปุ่มคำสั่ง เธอยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่าง "ความอยู่รอดทางธุรกิจ" ที่เธอทุ่มเททั้งชีวิตแลกมา กับ "จิตวิญญาณแห่งกวี" ที่รวิศหยิบยื่นให้ผ่านตัวอักษรสีหมึกบนหน้าจอ
ดวงตาของเธอกวาดมองรหัสผ่านที่ค้างอยู่บนหน้าจอ... ปลายนิ้วชี้ของเธอกดลงไปบนไอคอนรูปถังขยะอย่างลังเล... และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ปลายนิ้วจะออกแรงกดเพื่อลบทุกสิ่งทิ้งไปตลอดกาล เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความปริศนาจากส่งตรงถึงเบอร์ส่วนตัวของเธอ
*“ถ้าคุณลบมันในวันนี้ คนที่จะเดินออกไปจากสำนักพิมพ์ในฐานะผู้แพ้... จะไม่ใช่รวิศ แต่จะเป็นตัวคุณเอง”*
มินตราเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอนิ่งงันไปทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... บทกวีชิ้นนี้ไม่ได้มีแค่รวิศที่รู้เห็น และคนที่อยู่เบื้องหลังการบุกรุกยามวิกาลนี้ อาจไม่ใช่คู่แข่งทางธุรกิจอย่างที่เธอคาดคิดแต่แรก
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับตัวอักษรด้วยกันนะครับ
วาทศิลป์สีหมึกบนปลายพู่กันที่สั่นไหว•ตอนที่ 11
วิกฤตความเชื่อมั่น
ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาทศิลป์สีหมึกบนปลายพู่กันที่สั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!