พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 19

สัมผัสอันตราย

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
“เกมนี้... ดูท่าจะสนุกกว่าที่ฉันคิดเสียแล้วสิที่รัก” ประโยคทิ้งท้ายที่ยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ราวกับรอยประทับของคมเขี้ยวที่ฝังลึกลงบนผิวเนื้ออุ่น รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อแผ่นหลังบางถูกดันจนแนบชิดกับบานประตูห้องนอนที่ปิดสนิท แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ของศิลาแผ่ซ่านไอความร้อนคุกรุ่นออกมาราวกับเตาไฟที่พร้อมจะหลอมละลายทุกสติสัมปชัญญะของเธอให้มลายหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดของมาเฟียหนุ่มจดจ้องมองเธอราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อผู้หยิ่งผยองให้จนมุม แววตานั้นเต็มไปด้วยประกายปรารถนาอันดิบเถื่อนและกระหายใคร่รู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าจะพยศได้สักกี่น้ำ “ปล่อยฉัน ศิลา คุณไม่มีสิทธิ์...” เสียงของเธอขาดห้วงไปเมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กเคลื่อนมาแตะที่ริมฝีปากอิ่ม บดคลึงแผ่วเบาแต่น้ำหนักเน้นย้ำความเด็ดขาดจนเธอต้องเม้มปากแน่นอย่างถือดี “ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?” ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนน่ากลัว “จำไม่ได้หรือไงรินรดา ว่าเกมระหว่างเราใครเป็นคนเริ่มก่อน และตอนนี้... เธอก็หนีไม่พ้นเงื้อมมือฉันอีกแล้ว” สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากร้อนจัดก็ทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานี รสจูบในคราแรกดุดันและเร่าร้อนราวกับต้องการลงทัณฑ์ความอวดดีของเธอ ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างหิวกระหาย รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและทุบตีอกกว้างเพื่อประท้วง แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของเธอกลับไม่ต่างอะไรกับการสะกิดผิวหนังของพยัคฆ์ร้ายตัวนี้เลย มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดายตรึงไว้แน่นหนาราวกับเครื่องพันธนาการเหล็กกล้า ส่วนมืออีกข้างเลื้อยลงมาโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแนบสนิท ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่านแม้แต่น้อย ความร้อนจากฝ่ามือที่แนบผ่านเนื้อผ้าทำให้ผิวของเزสั่นสะท้าน ร่างกายทรรมาณด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอก ทั้งโกรธเกลียด ทั้งหวาดกลัว... และพ่ายแพ้ เมื่อเห็นว่าเธอเริ่มอ่อนแรง ศิลาจึงผ่อนปรนรสจูบลงเล็กน้อย เปลี่ยนจากการลงทัณฑ์มาเป็นความเร่าร้อนที่ลุ่มลึกและชวนฝัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดซอกคอขาวระหงขณะที่ริมฝีปากหยักพรมจูบไล้จากมุมปาก ลงมาที่คางมน และซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปรานี เขารขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยกุרาสีแดงเข้มฝังลึก เป็นเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของที่เด่นชัด “อื้อ... ศิลา...” รินรดาร้องครางประท้วงในลำคอ ร่างกายบิดเร้าด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว สมองที่เคยเฉียบคมและเต็มไปด้วยกลยุทธ์การเจรจาบัดนี้ขาวโพลนว่างเปล่า เธอเกลียดสัมผัสนี้ เกลียดที่ตัวเองไม่อาจต้านทานแรงดึงดูดอันตรายของผู้ชายคนนี้ได้เลย ศิลาเงยหน้าขึ้นมาสบตา เธอเห็นประกายไฟในดวงตาคู่นั้น มันวับวามและเต็มไปด้วยความต้องการที่ถูกจุดติดขึ้นจนยากจะดับลงได้ “ปากเก่งนักนะรินรดา แต่ร่างกายเธอกำลังบอกฉันอีกอย่าง...” เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบปากของเธอ ก่อนจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกในท่าเจ้าสาวโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว รินรดาอุทานด้วยความตกใจ รีบยกแขนขึ้นคล้องคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณเพื่อกันไม่ให้ตัวเองร่วงหล่น ดวงตาคู่สวยตวัดมองเขาอย่างไม่ยอมแพ้แม้ลมหายใจจะหอบสะั่น “ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!” “ฝันไปเถอะ” ศิลาตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ก่อนจะก้าวฉับๆ ไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่กลางห้องที่มีแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามาทาบทับบรรยากาศให้เย้ายวนและอันตรายยิ่งขึ้น ร่างบางถูกวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างไม่ทะนุถนอมนัก ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้พลิกตัวหนี ร่างสูงใหญ่ก็ตามทับลงมาทาบทับ กักขังเธอไว้ใต้ร่างของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักตัวที่กดทับลงมาทำให้รินรด้ารู้สึกเหมือนถูกกดทับด้วยขุนเขาแห่งความปรารถนาที่ทรงพลัง ศิลาใช้มือข้างหนึ่งกดไหล่บางของเธอให้ตรึงกับที่นอน ก้มลงมองหญิงสาวใต้ร่างด้วยแววตาที่อ่านไม่อפק รอยยิ้มมุมปากของเขาดูร้ายกาจและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ระใบหน้าเนียนออกอย่างเบามือสัมผัสที่ขัดแย้งกับความดิบเถื่อนเมื่อครู่ทำเอารินรดาใจกระตุกวูบ “เธอท้าทายฉันเองนะรินรดา” เสียงทุบต่ำพึมพำแผ่วเบาราวกับคำประกาศิต “ฉันไม่ได้ท้าทาย... ฉันแค่เตือนคุณ” เธอสวนกลับเสียงสั่น พยายามรวบรวมความแข็งกร้าวที่เหลืออยู่มาไว้ที่แววตา “งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิ ว่าเธอแน่จริงอย่างที่ปากพูดหรือเปล่า” สิ้นคำท้าทายนั้น ศิลาก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้เถียงอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวประกบจูบลงมาอีกครั้ง คราวนี้ลึกซึ้ง เร่าร้อน และป่าเถื่อนยิ่งกว่าเดิม รสจูบที่กวาดต้อนสติสัมปชัญญะของเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมน มือหนาเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอออกทีIละเม็ดอย่างช้าๆ ท่ามกลางความมืดสลัวและเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิด รินรดาหลับตาลงอย่างจำนนต่อโชคชะตา เมื่อสัมผัสอันวาบหวามลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง ผิวเนื้อที่ปะทะกับฝ่ามือหยาบกร้านทำให้เธอสะท้านเฮือก ความรู้สึกหวาดหวั่นผสมผสานกับแรงปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าทำให้หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความสัมพันธ์อันซับซ้อนและเต็มไปด้วยเกมอำนาจได้เปลี่ยนผ่านเป็นไฟรักที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในความมืดมิด ค่ำคืนนี้ยาวนานเกินกว่าจะคาดเดา และไม่มีใครรู้ว่าเมื่อแสงตะวันสาดส่องในวันรุ่งขึ้น เกมระหว่างมาเฟียผู้ไร้หัวใจกับนักเจรจาสาวผู้หยิ่งทะนงจะจบลงเช่นไร... ทว่า ในขณะที่ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่กำลังประสานกันเป็นจังหวะเดียวกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่นั้น เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระเบียงห้องนอนก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ศิลาชะงักกكن เปลือกตาคมกริบหันขวับไปมองยังเงาดำทะหึมาที่ทาบทับอยู่หลังผ้าม่านโปร่งทันที พร้อมๆ กับเสียงกระซิบแหบพร่าจากด้านนอกที่ลอดผ่านเข้ามา ทำให้รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด “นายใหญ่... ทางฝั่งของไอ้คินมันเคลื่อนไหวแล้วครับ... และดูเหมือนมันจะส่ง ‘แขกพิเศษ’ มาต้อนรับคุณถึงเตียงนอนเลยทีเดียว” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและอินไปกับความเร่าร้อนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%