เสียงแก้วคริสตัลกระทบกับพื้นหินอ่อนดังเพล้ง! เศษเสี้ยวใสกระจายเกลื่อนกลอดเคล้าไปกับหยาดไวน์สีแดงเข้มที่นองไหลราวกับหยดเลือด บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม้สักทอง เอกสารนับร้อยฉบับถูกกวาดลงมากองระเกะระกะ สะท้อนความเดือดดาลที่อัดแน่นจนแทบระเบิดในอกของมาเฟียหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนเมือง
"มันกล้าดียังไง..."
ศิลา วรโชติเมธี สบถลอดไรฟัน แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนนูนเด่น เส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับและลำคอหนาบ่งบอกถึงความกดดันมหาศาลจากเกมธุรกิจที่กำลังพลิกผัน คิน ศัตรูตัวฉกาจเล่นสกปรก ส่งมือที่มองไม่เห็นเข้าปั่นป่วนเส้นทางลำเลียงสินค้าและหุ้นในเครือวรโชติเมธีจนสั่นคลอนไปหมดทุกด้าน ความเครียดในโลกมืดและธุรกิจสีเทานี้กำลังบีบคั้นให้เขาต้องเลือก... ระหว่างการล้างบางศัตรูให้สิ้นซากด้วยความเหี้ยมเกรียม หรือการปกป้องสิ่งเดียวที่เปราะบางที่สุดในชีวิตเขาตอนนี้
ประตูห้องทำงานเปิดออกช้าๆ พร้อมร่างเพรียวบางในชุดสูทเข้ารูปของ รินรดา อัครโยธิน นักเจรจาต่อรองสาวมือหนึ่งผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร แม้บรรยากาศรอบตัวจะอึมครึมและเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันตราย เธอกลับก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้ามั่นคง ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลมองเศษแก้วและเอกสารที่เกลื่อนพื้นก่อนจะเลื่อนขึ้นสบกับดวงตาคมดุที่จ้องเขม็งมาดั่งพยัคฆ์ร้ายจ้องจะขย้ำเหยื่อ
"คุณกำลังทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยการทำลายข้าวของนะคะ ศิลา" เสียงหวานนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบจะเชือดเฉือนผิวหนัง
"หุบปากซะ รินรดา!" ศิลาคำรามต่ำในลำคอ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเธอด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวแล้วกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างบาง แรงปะทะนั้นทำเอาลมหายใจของเธอสะดุดไปชั่วขณะ แต่หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะหวาดกลัว เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความลังเล แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก
"คุณกำลังใช้อารมณ์นำเหนือเหตุผล... เกมนี้คินไม่ได้ต้องการแค่ทำลายธุรกิจของคุณ แต่มันต้องการให้คุณสติหลุด เพื่อที่คุณจะเดินเข้ากับดักที่มันขุดรอไว้" รินรดาเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แม้เนื้อตัวจะถูกบีบเคล้นด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อนที่คุกรุ่นอยู่ในกายเขา
"แล้วเธอล่ะ คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไงถึงกล้าเข้ามาในรังเสือตอนที่มันกำลังคลุ้มคลั่ง!" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มนวล กลิ่นอายบุหรี่จางๆ และความดุดันของผู้ชายตรงหน้าแผ่ซ่านจนน่าขนลุก นิ้วแกร่งละจากต้นแขนเปลี่ยนเป็นบีบคางมนแน่น บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสอันดุดันจากแววตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวในอดีต "รู้ไหมว่าทุกความเคลื่อนไหวของเธอตอนนี้กำลังเอาชีวิตเข้ามาแขวนบนเส้นด้าย..."
"ถ้าฉันไม่เข้ามา แล้วใครจะดึงคุณกลับมาจากขอบเหวแห่งความบ้าคลั่งนี้ล่ะคะ?" รินรดาตอบกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววท้าทายแต่ลึกล้ำไปด้วยความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่ง ความตึงเครียดในธุรกิจที่โหมกระหน่ำเข้ามา มันช่างหนักหนาจนส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันเปราะบางระหว่างเขากับเธอโดยตรง ความระแวง ความกดดัน และอำนาจมืดกำลังกัดกินความเชื่อใจที่พวกเขามีให้กันทีละน้อย
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ แววตาดุดันอ่อนลงเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม แรงบีบที่คางคลายออกเปลี่ยนเป็นฝ่ามือหนาที่ประคองแก้มเนียนนุ่มไว้อย่างทะนุถนอมขัดกับอารมณ์ดิบเถื่อนเมื่อครู่ นิ้วหัวแม่มือโป้ไล้ร่องแก้มแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของหญิงสาวกระตุกวูบ
"เธอไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับโลกโสมมของฉัน... รินรดา" เสียงทุ้มต่ำพร่าลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกชนกัน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความเคร่งเครียดหลอมรวมกันเป็นเสน่หาอันตรายที่เธอปฏิเสธไม่ได้เลย
"แต่เราผูกติดกันด้วยสัญญาลับและ... พันธนาการที่คุณสร้างขึ้นเองนะคะ ศิลา" เธอกระซิบตอบ ริมฝีปากอิบอิ่มอยู่ห่างจากริมฝีปากหยักลึกของเขาเพียงคืบเดียว แรงดึงดูดระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผา
ศิลาไม่รอช้า ร่างสูงประชิดตัวเข้าหาจนหลังของรินรดาแนบชิดกับบานประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท มือหนาเลื่อนลงโอบเอวคืบกอดรัดแน่นตรึงเธอไว้ไม่ให้ดิ้นหนี ก่อนจะกดริมฝีปากลงมาบดขยี้เรียวปากนุ่มทันทีอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดัน ร้อนแรง และระบายความคับแค้นจากปัญหาธุรกิจ ค่อยๆ แปลเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนลุ่มลึกที่เรียกร้องสติสัมปชัญญะของคนทั้งคู่ให้หลุดลอย
รินรดาครางแผ่วในลำคอ มือเรียวเล็กยกขึ้นกำปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวลิ้นร้อนล้ำลึกกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสอันคุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความดิบเถื่อนนี้ทำเอาเข่าแทบทรุด ปลายลิ้นที่เกี่ยวพันกันสะท้อนความโหยหา ท่ามกลางสงครามธุรกิจที่กำลังรุมเร้า พวกเขาต่างใช้ร่างกายและสัมผัสนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า... ตราบใดที่ยังมีกันและกัน ความพ่ายแพ้ยังไม่ใช่จุดจบ
ลมหายใจหอบกระชั้นประสานเสียงกันในห้องที่เงียบสงัด มือแกร่งสอดเข้าใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มอย่างจงใจปลุกเร้าให้ไฟสิเน่หาลุกโชนขึ้นท่ามกลางวิกฤต ร่างบางสะท้อนเฮือกด้วยความวาบหวาม สติที่เคยตั้งมั่นเริ่มพังทลายลงภายใต้สัมผัสอันช่ำชองและเร่าร้อนของมาเฟียหนุ่ม
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง เสียงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนนั้น
ศิลาผละใบหน้าออกเล็กน้อย นัยน์ตาดุดันเหลือบมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมลทัวร์ของห้อง รินรดารีบหอบหายใจโกยอากาศเข้าปอด พร้อมกับก้มมองหน้าจอเครื่องนั้นตามสัญชาตญาณ
เบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏเด่นหร่า พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ส่งตรงเข้ามาหน้าจอ...
*"เช็คดูให้ดีนะศิลา... ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างกายนายตอนนี้ เป็นคนของนาย... หรือสายลับของฉันกันแน่?"*
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งทันที เขาก้มลงกระซิบชิดริมหูของรินรดาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายเธอเย็นเฉียบลงในพริบตา
"เกมนี้... ดูท่าจะสนุกกว่าที่ฉันคิดเสียแล้วสิที่รัก"
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "กุหลาบอาบแสงจันทร์" เสมอมานะคะ)
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 18
หมากเกมสุดท้าย
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!