กลิ่นอายอันตรายจากเรือนกายของศิลายังคงอบอวลอยู่รอบตัว รินรดาแทบหยุดหายใจเมื่อฝ่ามือหนาและหยาบกร้านของเขาเลื่อนขึ้นมาตรึงท้ายทอยของเธอไว้ บังคับให้เงยหน้าสบตากับดวงตาคมกริบที่ลุกโชนไปด้วยไฟโทสะและความกระหายใคร่รู้ ปลายจมูกโด่งคมเฉียบห่างจากแก้มเนียนเพียงไม่กี่เซนติเมตรจนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ
"ปล่อยฉัน..." รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึก "คุณไม่มีสิทธิ์มาออกคำสั่งกับฉัน ศิลา"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุบและสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ริมฝีปากอิ่มสีระเรื่อของเธออย่างจงใจ แรงกดจากปลายนิ้วหนักหน่วงจนเนื้อนุ่มหยุ่นขึ้นสีแดงก่ำ "ในอาณาจักรของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะหายใจถ้าฉันไม่อนุญาต... จำใส่สมองเอาไว้ รินรดา"
สิ้นคำประกาศิต เขาก็ทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างไร้ความปรานี การจูบครั้งนี้ไม่ใช่การเกี้ยวพาราสี แต่มันคือการประกาศความเป็นเจ้าของและการลงทัณฑ์ รสจูบดุดัน ดิบเถื่อน และเร่าร้อนจนรินรดาต้องก้มหน้าหนี แต่คางมนกลับถูกบีบตรึงด้วยมือข้างเดียวจนเธอต้องเผยริมฝีปากออกด้วยความเจ็บปวด ลิ้นร้อนจัดรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของไวน์ชั้นดีผสมผสานกับความดุดันของผู้ชายตรงหน้าทำให้เธอพร่าเลือนชั่วขณะ ฝ่ามือเล็กกำเสื้อสูทเนื้อดีของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระทวยลงทุกที สัมผัสจากปลายนิ้วแกร่งที่ลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของแผ่นหลังผ่านเนื้อผ้าชุดราตรีรัดรูป ยิ่งจุดไฟปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นอย่างยากจะควบคุม
แต่ก่อนที่เกมแห่งอารมณ์จะล้ำเส้นไปไกลกว่านั้น เสียงหวีดร้องแหลมสูงก็กรีดแทรกบรรยากาศอื้ออึงภายในห้องจัดเลี้ยงส่วนตัวชั้นบนสุดของโรงแรมหรู เสียงปืนนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ กวาดล้างความเงียบสงบให้พังทลายลงในพริบตา!
ศิลาผละออกจากริมฝีปากของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว แววตาที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็น ดุดัน และคมกริบดั่งใบมีดโกนในเสี้ยววินาที ร่างสูงตระหง่านดึงตัวรินรดาเข้าหาตัวตามสัญชาตญาณ ป้องกันเธอไว้ด้วยแผงอกกว้าง ขณะที่มืออีกข้างชักอาวุธปืนพกสีดำสนิทออกจากซองหนังใต้สูทอย่างคล่องแคล่วว่องไว
"เกิดอะไรขึ้น..." รินรดาครางแผ่ว หัวใจหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่มเมื่อเสียงปืนนัดที่สองและสามดังติดต่อกันไม่ขาดสาย ตามด้วยเสียงกระจกแตกกระจายและเสียงฝีเท้าอลหม่านของผู้คนด้านนอก
"เกมเริ่มต้นเร็วกว่าที่คิด..." ศิลากัดฟันกรวด ดวงตาดุดันกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา "ไอ้สวะคิน... มันใจร้อนเกินไปหน่อย"
ปัง!
กระสุนปืนเจาะทะลุกรอบไม้ประตูเข้ามาฝังลงบนผนังห้องด้านหลังอย่างเฉียดฉิว กลิ่นควันปืนฉุนกึกผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงในห้อง สัญชาตญาณนักเจรจาต่อรองของรินรดาสั่นเตือนภัยอันตรายถึงชีวิต เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะเอาแต่วิ่งร้องไห้ แต่ความตึงเครียดของสถานการณ์ทำให้ฝ่ามือชื้นเหงื่อ
ศิลาหันมามองเธอ แววตาของมาเฟียหนุ่มไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล เขาคว้าข้อมือเล็กของเธอออกแรงดึงให้หลบมาอยู่หลังเสาปูนหนาทึบ
"อย่าห่างจากตัวฉัน..." เขาสั่งเสียงต่ำแต่เด็ดขาด "ถ้าไม่อยากตายศพไม่สวย"
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ขยับตัวไปหลบยังมุมที่ปลอดภัย ประตูห้องก็ถูกถีบด้วยแรงมหาศาลจนบานไม้พังกระเด็น กลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยและถือปืนกลมืออัดแน่นเต็มโถงทางเดิน ศิลาไม่รอช้า เขายิงสวนกลับไปสามนัดซ้อน ร่างของมือสังหารคนแรกทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมคราบเลือดสีแดงฉานที่ไหลนองตัดกับพรมกำมะหยี่สีเข้ม กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลผสมกับกลิ่นน้ำหอมหรูหราของรินรดาจนน่าสะพรึงกลัว
การปะทะกันด้วยอาวุธปืนและกระสุนสาดเข้าใส่กันดุเดือดเลือดพล่าน เศษปูนและกระจกแตกกระจายเกลื่อนกราด ศิลาใช้ความได้เปรียบด้านชัยภูมิยิงสกัดพวกมันทีละคนอย่างแม่นยำราวกับมัจจุราชไร้ความปราณี แต่กระสุนในแมกกาซีนของเขากลับหมดลงในจังหวะวิกฤตพอดี!
มือสังหารร่างยักษ์คนหนึ่งพุ่งเข้ามาประชิดตัว พร้อมกับกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่ศีรษะของศิลาอย่างรวดเร็ว รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกลัว สัญชาตญาณสั่งให้เธอพุ่งเข้าไปคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างๆ แล้วฟาดเข้าที่ศีรษะของมือสังหารคนนั้นสุดแรงเกิด!
เพล้ง!
เศษคริสตัลกระจายเกลื่อน มือสังหารเซถอยหลังด้วยความมึนงง เปิดโอกาสให้ศิลาพุ่งเข้าไปประชิดตัว ใช้มือเปล่าหักข้อมือมันจนเสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ ก่อนจะซัดหมัดหนักๆ เข้าที่กกหูจนมันสลบคาที่ในพริบตา
ความเงียบสงัดชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องที่บัดนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังและคราบเลือดสดๆ รินรดายืนหอบหายใจโยน เศษแก้วบาดฝ่ามือจนเลือดไหลหยดลงบนพื้นพรม แต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับความจริงที่เพิ่งประจักษ์ตรงหน้า
ศิลาหันมามองหญิงสาวที่ช่วยชีวิตเขาไว้ในเสี้ยววินาที แววตาดุดันเมื่อครู่อ่อนลงชั่วขณะ มือหนายื่นออกไปคว้ามือเรียวของเธอขึ้นมาดูรอยแผลที่เลือดกำลังซึมออกมา ก่อนที่เขาจะใช้ริมฝีปากอุ่นร้อนกดจูบลงบนรอยแผลนั้นเบาๆ อย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดและควันปืนที่ยังคละคลุ้ง
"เก่งมาก... ลูกแมวป่า" ศิลาซلเสียงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงพร่าลึกและอันตรายยิ่งกว่าเดิม "เธอทำให้ฉันอยากเก็บเธอไว้ข้างกายจนวันตายเสียแล้วสิ..."
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุขึ้นอีกครั้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องที่พังยับเยิน พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นอย่างเย้ยหยันจากความมืดมิดด้านนอก
"เยี่ยม... สมกับที่เป็นแก 'ศิลา' เล่นเอาลูกน้องฉันตายเกลี้ยงเลยนี่" เสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของ 'คิน' ที่ก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในมือของคินไม่ได้ถือปืน แต่มันคือชนวนระเบิดเวลาที่กำลังนับถอยหลังตัวเลขสีแดงกระพริบวาบ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในดินแดนแห่งความมืดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"กุหลาบอาบแสงจันทร์"
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 2
กลิ่นน้ำหอมกับคราบเลือด
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!