พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 1

สมรภูมิในห้องประชุม

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารหนังแท้ราคาแพงดังสนั่นจนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้า กลิ่นอายของอำนาจ ความตึงเครียด และกลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมกลิ่นไอแดดบนเรือนร่างของหญิงสาวผู้มาเยือน กำลังปะทะเข้ากับกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและกลิ่นอายความตายที่แผ่ออกมาจากบุรุษผู้ครองบัลลังก์แห่งความมืด "ข้อเสนอนี้... ฉันคิดว่าคุณศิลาน่าจะใช้สมองส่วนที่เหลือไตร่ตรองดูใหม่อีกสักรอบนะคะ" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราดรดลงกลางความเงียบงัน รินรดา อัครโยธิน ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยหนาเตอะ ดวงตากลมโตคู่คมกริบไม่หลบเลี่ยงสายตาที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุลของเจ้าของอาณาจักรวรโชติเมธี เธอยืนเด่นเป็นสง่าในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าเย้ายวน แต่กลับแผ่รังสีความพยศออกมาเสียจนผู้ชายหลายคนในห้องต้องลอบกลืนน้ำลาย ศิลา วรโชติเมธี ไม่ได้ปริปากพูดอะไรในทันที ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หน L-Shape ตัวใหญ่ แววตาคมกริบดั่งใบมีดโกนกวาดมองผู้หญิงที่กล้าอาจหาญมาต่อรองกับเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า เรียวปากหยักลึกยกยิ้มหยันขึ้นช้าๆ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์ร้ายจะหลุดออกมาจากลำคอ "หึ..." ศิลาหลุดขำออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง มันคือเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความเหยียดหยหยันและความดูแคลนอย่างถึงที่สุด ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยยามพิจารณาความอวดดีที่ฉายชัดอยู่บนดวงหน้าเนียนละเอียดไร้ที่ติของนักเจรจาสาว "เธอรู้ตัวไหมรินรดา ว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร..." ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น แต่กลับทรงพลังจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงฮวบฮวบ "เด็กน้อยอย่างเธอ... เอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงคิดว่าข้อเสนอขยะนี่จะทำให้ฉันสนใจได้ หืม?" "เด็กน้อยงั้นเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยวาววับด้วยความท้าทาย เธอไม่ถอยร่นแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมมากขึ้นจนปลายรองเท้าส้นสูงแทบจะชิดขอบโต๊ะ "คนที่คุณเรียกว่าเด็กน้อยคนนี้ กำลังถือครองกุญแจสำคัญที่จะช่วยดึงบริษัทของคุณขึ้นมาจากหลุมพรางที่ไอ้คินมันขุดรอไว้... ถ้าไม่มีฉัน รับรองได้เลยว่าอาณาจักรวรโชติเมธีของคุณ จะกลายเป็นแค่เศษซากในอีกสามเดือนข้างหน้า!" บรรยากาศในห้องประชุมระอุขึ้นในทันที ลูกน้องคนสนิทของศิลาที่ยืนคุมเชิงอยู่มุมห้องต่างชักสีניתเครียด มือหนาขยับเข้าใกล้สะโพกโดยสัญชาตญาณ แต่ศิลายกมือขึ้นห้ามไว้เพียงนิดเดียว ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ศิลาก้าวเดินช้าๆ รอบโต๊ะประชุมราวกับเสือร้ายกำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ กลิ่นกายบุรุษอันตรายและไอร้อนจากร่างกายของเขาโถมเข้าใส่จนหญิงสาวรู้สึกราวกับถูกกรงล้อมรอบทีละน้อย "ปากกล้าดีนี่..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอจนลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดผิวเนื้ออ่อน สัมผัสใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะรับไหวทำให้หัวใจของรินรดาเต้นระรัวจนแทบกระเด็นหลุดออกมานอกอก แต่เธอก็ยังกัดฟันเชิดหน้าขึ้นสู้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลิ่นกายดิบเถื่อนและแววตาดุดันคู่นั้นกำลังแผดเผาความตั้งใจของเธอให้หลอมละลาย "ถอยไปนะคะ..." เธอเอ่ยเตือน เสียงสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "ทำไม ฉันเข้าใกล้แค่นี้เธอก็ปอดแหกแล้วรึไง?" ศิลาหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน นิ้วเรียวแข็งแรงเอื้อมออกไปแตะปลายคางมนของเธอ บังคับให้เธอยอมเงยหน้าขึ้นรับสบตากับเขาตรงๆ ปลายนิ้วหยาบกร้านไล้กรอบหน้าเนียนแผ่วเบา แต่สัมผัสนั้นกลับร้อนผ่าวราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาร่างกายของเธอให้มอดไหม้ "เก่งนักไม่ใช่เหรอ? ไหนล่ะความอวดดีเมื่อกี้ หืม?" รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธและความปรารถนาอันตรายที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เธอรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอยกมือขึ้นหมายจะปัดมือนั้นออก แต่ศิลากลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย รวบมันขึ้นแนบกับแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ "ปล่อยฉันนะศิลา!" เธอตวาดเสียงกร้าว พยายามบิดข้อมือหนีจากพันธนาการเหล็กกล้าคู่นั้น แต่ยิ่งดิ้นรนเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งกดน้ำหนักลงมาแนบชิดมากยิ่งขึ้น ร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทกันจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ศោมโน้มใบหน้าลงมาจนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนลาดไหล่เปลือยเปล่าที่โผล่พ้นสูทตัวเก่ง เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบข้างหูด้วยถ้อยคำที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "เธอเดินเข้ามาในถ้ำพยัคฆ์ด้วยขาของตัวเอง... คิดเหรอว่าจะได้เดินออกไปง่ายๆ โดยไม่มีรอยแผลกลับไปน่ะ หืม?" รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อปลายนิ้วร้ายกาจของเขาเริ่มลูบไล้ขึ้นมาจากข้อมือ ผ่านเรียวแขนเรียว และหยุดลงที่ต้นคอระหง แรงดึงดูดอันตรายระหว่างพวกเขากำลังระเบิดออกราวกับคลื่นใต้น้ำที่รอวันซัดสาดเข้าใส่ฝั่ง ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของเธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสวาบหวามนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของบอดี้การ์ดคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด "นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! โกดังสินค้าหลักที่ท่าเรือถูกคนของคินเผาทำลายจนราบคาบ ตอนนี้ไฟกำลังลุกไหม้ และ..." ศิลาชะงักกักการกระทำทุกอย่าง ดวงตาคมกริบที่เคยพราวระยับด้วยแรงปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมและเย็นยะเยือกขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็วราวกับอสูรร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งเป็นชิ้นๆ รินรดายืนหอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอารมณ์ที่ค้างคาและตกใจกับข่าวที่ได้รับ เธอมองแผ่นหลังกว้างของศิลาที่ยืนนิ่งสนิท กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ศิลาหันกลับมามองเธอช้าๆ แววตาดุดันคู่นั้นเต็มไปด้วยความแค้นเคืองที่ถูกจุดประกายขึ้นมาใหม่ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากก่อนที่เขาจะเอמהประโยคที่ทำให้เธอกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ดูเหมือนเกมของเราจะต้องสนุกขึ้นอีกเยอะ... รินรดา" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้เธออีกครั้งด้วยก้าวอันทรงพลัง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเด็ดขาด "อยู่ร่วมรับผลกรรมกับฉันที่นี่... ห้ามไปไหนทั้งสิ้น จนกว่าฉันจะอนุญาต!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาสัมผัสความเร่าร้อนและดุดันในบทแรกนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%