เสียงกระสุนเจาะทะลุกระจกหน้ารถหรูสี่ประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เศษแก้วระยิบระยับราวกับเกล็ดน้ำแข็งโปรยปรายลงเคลียคลอไปกับหยาดฝนที่โหมกระหน่ำเทกระหน่ำลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้ความปรานี
รินรดาหวีดร้องออกมาด้วยความตกใจ ร่างบางสะดุ้งสุดตัวขณะที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบังคับให้เธอหมอบราบลงแนบเบาะหนังราคาแพง กลิ่นดินปืนผสมผสานกับกลิ่นฝนตีตลบอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องโดยสารที่มืดสลัว แสงไฟนีออนจากป้ายร้านริมทางสาดส่องตัดผ่านม่านฝน เผยให้เห็นรอยกระสุนนัดแล้วนัดเล่าที่เจาะเข้ามาฝังตัวอยู่บนตัวถังรถอย่างเหี้ยมเกรียม
*พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด...*
หัวใจของนักเจรจาต่อรองสาวเต้นรัวระรัวราวกับจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมา รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความหวาดกลัวตีรวนขึ้นมาจุกอก แต่มันถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธอย่างรวดเร็ว คิน... สารเลวนั่นไม่คิดจะปล่อยเธอให้รอดไปเจรจาลับกับทางกลุ่มพันธมิตรในคืนนี้อย่างแน่นอน ปลายกระบอกปืนเงาดำมืดโผล่พ้นมาจากรถยนต์สีดำสนิทที่ขับตีคู่ประกบซ้ายขวาในความมืดมิด ท่ามกลางถนนสายเปลี่ยวที่มีเพียงสายฝนเป็นพยาน
ทว่า ในวินาทีที่ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องดั่งพยัคฆ์ร้ายที่กำลังโกรธเกรี้ยวก็ดังทะลุม่านน้ำฝนเข้ามากลบเสียงพายุทุกสรรพสิ่ง
*เอี๊ยดดด—! โครม!*
รถสปอร์ตสมรรถนะสูงสีดำด้านพุ่งเข้าชนท้ายรถของมือปืนฝ่ายตรงข้ามอย่างจัง แรงกระแทกมหาศาลทำให้รถคุ้มกันของศัตรูเสียหลักหมุนคว้งไปฟาดกับราวสะพานเหล็ก เสียงเหล็กบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแลบแปล๊บแข่งกับสายฝน ศิลา วรโชติเมธี ไม่ได้ให้เวลาศัตรูได้ตั้งตัวแม้แต่วินาทีเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนก้าวลงจากรถด้วยท่าทีเยือกเย็นดั่งมัจจุราช แววตาคมกริบดั่งใบมีดภายใต้ความมืดสลัวฉายแววดุดันและไร้ความปรานีอย่างถึงที่สุด ในมือหนากำปืนพกสั้นติดเก็บเสียงกระบอกโปรดไว้มั่น ก่อนจะลั่นไกสังหารกลุ่มมือปืนที่โผล่หัวออกมาโต้ตอบอย่างแม่นยำและเด็ดขาด เพียงไม่กี่นัด เสียงปืนจากฝั่งศัตรูก็เงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงโปรยปราย
รินรดาเงยหน้าขึ้นมองผ่านกระจกที่แตกละเอียด หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อเห็นเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาเดินตรงเข้ามาใกล้ประตูรถ ฝ่ามือหนากระชากเปิดประตูออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำฝนและหยาดเหงื่อ ดวงตาคู่นั้นดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังจ้องเหยื่อในกรงเล็บ
"คิดจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้กลางถนนหรือไง รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด เจือไปด้วยความหงุดหงิดที่ระคนอยู่กับความห่วงใยอันบิดเบี้ยว รินรดายังไม่ทันได้อ้าปากเถียง มือหนาก็กระชากข้อแขนเรียวของเธอให้ก้าวออกจากซากรถคันเดิมเข้าสู่อ้อมกอดแกร่งที่เต็มไปด้วยไอความร้อนของร่างกาย ท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดลงมาเปียกปอนเรือนร่างของทั้งคู่จนแนบชิดติดกัน
"ปล่อยฉันนะศิลา! ฉันดูแลตัวเองได้..." เสียงหวานตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้ แม้เรียวขาจะอ่อนแรงจนแทบยืนไม่ไหว
"หุบปาก!" ศิลาคำรามลั่น ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศไม่เสื่อมคลาย "ถ้าฉันมาไม่ทัน ป่านนี้เธอคงกลายเป็นศพไปนอนให้หนอนแทะเล่นบนถนนนี่แล้ว อยากตายนักรึไงถึงกล้าขับรถออกมาคนเดียวในเวลาแบบนี้!"
แรงบีบที่ข้อข้อมือหนักหน่วงจนขึ้นรอยแดง รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ยอมปริปากร้องขอความเห็นใจ เธอยืดตัวขึ้นสบตากับเขาอย่างท้าทาย แม้หยดน้ำฝนจะไหลหยดลงตามกรอบหน้าคมคายและแพขนตางอนหนา แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความดุดันในแววตาของมาเฟียหนุ่มลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมายุ่งด้วยล่ะคะ? ฉันไม่ใช่คนในตระกูลวรโชติเมธีของคุณสักหน่อย!"
"ไม่ใช่เหรอ..." ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่ากลัวและเต็มไปด้วยอันตราย ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับตัวรถด้านนอก พื้นถนนเปียกแฉะและสายฝนที่หนาแน่นไม่สามารถลดทอนความร้อนรุ่มที่แผדซ่านออกมาจากตัวของชายหนุ่มได้เลยแม้แต่น้อย เขากักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและตัวรถ โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายความเป็นชายพัดปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอจนสติกระเจิง
รินรดาผวาเฮือก หัวใจกระหน่ำเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหันราวกับถูกไฟแผดเผา ทั้งที่สายฝนรอบกายกำลังโปรยปรายลงมาอย่างเย็นเยียบ
"จำใส่สมองอันชาญฉลาดของเธอเอาไว้ รินรดา..." ศิลาโน้มกระซิบชิดริมหูของเธอ เสียงทุ้มพร่าต่ำทอดลงมาอย่างเย้ายوانและดุดันในคราวเดียวกัน "ของเล่นชิ้นไหนที่เป็นของฉัน... ต่อให้เป็นเศษซากปรักหักพัง คนอื่นก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องแม้แต่ปลายเล็บ!"
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนมาสัมผัสเบาๆ ที่กกหูขาวเนียน ทำเอาขนกายของหญิงสาวลุกชันวาบ รินรดาสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งกลัว และที่น่ารังเกียจที่สุดคือ... ร่างกายของเธอกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันดิบเถื่อนและเร่าร้อนของเขาอย่างไม่รักดี มือบางที่พยายามจะผลักอกแกร่งออกเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมกริบของศิลาเหลือบมองเรียวปากอิ่มที่สั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากหยัก แววตาของนักล่าผู้เจนจัดฉายความกระหายหิวที่ไม่อาจปิดบังได้มิด
ในจังหวะที่รินรดากำลังจะอ้าปากต่อ ริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาก็ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกคำอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและลงทัณฑ์ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นรสสัมผัสอันเร่าร้อนและลึกล้ำราวกับต้องการสูบวิญญาณของเธอให้จมดิ่งลงไปในห้วงเสน่หาอันไร้ทางออก ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดลงมาราวกับจะล้างโลกใบนี้ให้เหลือเพียงแค่เราสองคน...
และในเสี้ยววินาทีที่สติของเธอกำลังจะหลุดลอยไปกับรสจูบอันแสนวาบหวามนั้นเอง นิ้วเรียวหนาก็ค่อยๆ เลื่อนปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนอกของเธอออกช้าๆ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังชิดริมฝีปาก
"คืนนี้... เธอหนีฉันไม่พ้นแน่ รินรดา"
กุหลาบอาบแสงจันทร์ค่ะ
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 3
เกมไล่ล่ากลางสายฝน
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!