"ถ้ากล้าพอก็เหนี่ยวไกสิ... คิน"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดผ่านไรฟันของศิลาไม่ได้มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มหยันที่มุมปากหนา ดึงดูดและอันตรายดั่งราชสีห์ที่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของไฮยีน่า ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจ่ออยู่ตรงระหว่างคิ้วของเขา รัศมีแห่งความตายแผ่ซ่านตลบอบอวลไปทั่วห้องโถงกว้างที่มืดสลัว มีเพียงแสงจันทร์สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายตามกรอบหน้าคมคายของศัตรูตัวฉกาจอย่างคิน มากกว่าจะเป็นตัวของศิลาเองที่ถือไพ่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน
รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหลัง ร่างบางสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก สายตาสอดส่ายมองระหว่างปลายกระบอกปืนและแผ่นหลังกว้างที่ตั้งตระหง่านบังเธอเอาไว้มิดชิด กลิ่นอายบุหรี่ราคาแพงผสมผสานกับความตึงเครียดทำให้อากาศในห้องแทบเจือจางลงทุกที
"แกมันไอ้ฆาตกรเลือดเย็น ศิลา!" คินตะโกนลั่น แววตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้นชิงชังจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ "แกคิดว่าเรื่องเลวทรามที่แกทำไว้เมื่อสิบปีก่อนจะไม่มีใครขุดคุ้ยขึ้นมาได้งั้นเหรอ? แกทำให้ตระกูลของฉันต้องพินาศ! พ่อแม่ฉันต้องตายเพราะความอำมหิตของแก!"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงลงกลางใจห้อง ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่แววตาคมกริบดั่งใบมีดของศิลาจะวูบไหวเพียงเสี้ยววินาที—ร่องรอยแห่งอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันลงด้วยกองเงินกองทองและอำนาจมืด บัดนี้ถูกขุดขึ้นมาประจานต่อหน้าผู้หญิงที่เขากำลังใช้พันธนาการรักกักขังไว้
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นยะเยือกเสียจนรินรดารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงกระดูกดำ
"ความโลภของครอบครัวแกต่างหากที่ฆ่าพวกมันเอง คิน" ศิลาขยับตัวก้าวเข้าไปหาปากกระบอกปืนอย่างไม่เกรงกลัว ร่างสูงใหญ่กดดันจนคินต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "อย่าเอาความผิดพลาดโง่ๆ ของคนอื่นมาโยนให้ฉัน... และที่สำคัญที่สุด แกไม่มีสิทธิ์เอาเรื่องเน่าเฟะพวกนี้มาพูดต่อหน้ารินรดา!"
สิ้นเสียงคำรามต่ำ ร่างสูงก็พุ่งเข้าประชิดตัวคินด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าข้อมือของอีกฝ่ายที่ถือปืนไว้แล้วบิดกระชากอย่างแรง เสียงกระดูกลั่นกรอบพร้อมกับอาวุธปืนที่ร่วงหล่นกระแทกพื้นพรมดังสนั่น ศิลาซัดหมัดหนักหน่วงเข้าที่ใบหน้าของคินเต็มแรงจนร่างนั้นเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีสดไหลซึมออกจากมุมปากของคิน แต่เขากลับหัวเราะลั่นออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ฮ่าๆๆ แกคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะทนอยู่กับไอ้ฆาตกรเลือดเย็นอย่างแกได้จริงๆ เหรอ ศิลา? ลองถามเธอสิ... ว่าเธอยังจะกล้าซบลงบนอกไอ้สารเลวที่พรากทุกอย่างไปจากคนรอบตัวมันได้อีกไหม!"
ศิลาชะงักไป ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวหันขวับกลับมามองร่างบางที่ยืนช็อกอยู่เบื้องหลัง ความหวาดระแวงและความกลัวที่จะสูญเสียฉายชัดอยู่ในแววตานั้นเป็นครั้งแรก—แววตาที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนนี้
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบกระกระenออกนอกอก อดีตอันดำมืดของศิลาที่ถูกเปิดเผยกำลังกรัดกร่อนความเชื่อมั่นในตัวเขา ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจ แต่ในขณะเดียวกัน แรงดึงดูดอันร้อนแรงที่เชื่อมโยงพวกเขาทั้งคู่ไว้ก็ยังคงกรีดร้องอยู่ในสายเลือด
ศิลาสาวเท้าเข้ามาหารินรดาด้วยความเร็ว มือหนาเอื้อมมาคว้าต้นแขนเรียวทั้งสองข้างไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก แรงบีบนั้นมากพอที่จะทำให้ผิวเนื้อเนียนขึ้นรอยแดงช้ำ แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันที่สะท้อนออกมาจากแววตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเธอ
"มองฉันสิ รินรดา..." เสียงทุ้มแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงเมื่อเขาก้มหน้าลงมาซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของเธอ อ้อมแขนแกร่งโอบรัดร่างบางเข้ามาแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง ราวกับกำลังปกป้องเธอกжจากโลกทั้งใบ... และจากความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย
"ปล่อยค่ะ... ศิลา" รินรดาพยายามเปล่งเสียงปฏิเสธ แม้เรียวแรงในกายจะสลายหายไปหมดสิ้นเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาลูบไล้ไปตามแนวสันหลัง ปลุกเร้าความวาบหวามที่เธอเกลียดชังตัวเองนักที่เผลอไผลไปตามสัมผัสอันคุ้นเคย
"ไม่... ฉันไม่มีวันปล่อยเธอ" ศิลาคำรามต่ำข้างใบหู ลมหายใจร้อนจัดรินรด ริมฝีปากหยักลึกกดจูบหนักหน่วงลงบนซอกคอขาวผ่องอย่างดุดันและเอาแต่ใจ ราวกับต้องการลบเลือนทุกถ้อยคำร้ายกาจที่คินพ่นออกมาด้วยรสสัมผัสอันเร่าร้อนและดิบเถื่อนที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้ลง
"คุณมันบ้า..." รินรดาสะท้านเฮือกเมื่อมือหนาเลื่อนต่ำลงมาสัมผัสเอวคอดกิ่ว บีบเคล้นสะโพกอิ่มอย่างหนักหน่วงจนร่างกายของทั้งคู่แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกัน เปลวไฟแห่งความปรารถนาที่แผดเผาเริ่มลุกโชนกลบเกลื่อนความหวาดกลัวในอดีต รสจูบที่ดุดันและเรียกร้องถูกประทับลงมาบนเรียวปากอิ่ม บดขยี้อย่างเร่าร้อนจนเธอแทบขาดใจ
ท่ามกลางเงื้อมเงาแห่งอดีตที่ตามมาหลอกหลอน และศัตรูที่ยังคงนอนบาดเจ็บรอเวลาเอาคืน ศิลาไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป เขากระชากศวรร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ดวงตาดุจพยัคฆ์ร้ายมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววหวั่นไหวระคนลุ่มหลง
"ต่อให้โลกล่มสลาย หรืออดีตจะตามมาฆ่าฉัน... เธอก็หนีฉันไม่พ้นหรอก รินรดา" เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอีกครั้งอย่างลึกซึ้งและบ้าคลั่งจนลมหายใจของเธอดับวูบลงในอ้อมแขนของเขา
แต่ทว่า... ในจังหวะที่เปลวไฟแห่งเสน่หาลุกโชนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝלฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องโถง พร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นขึ้นอีกครั้งเป็นสัญญาณเตือนภัย!
ศิลาผละออกจากริมฝีปากนุ่มด้วยความรวดเร็ว แววตาดุดันกลับมาคมกริบดั่งใบมีดทันที เขาดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังพร้อมกับคว้าปืนสำรองขึ้นมาเตรียมพร้อมรับมือ แต่ก่อนที่เขาจะได้เหนี่ยวไก ประตูห้องบานใหญ่ก็ถูกถีบพังกระเด็นด้วยฝีเท้าของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—
ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยдяเย็นที่มุมปาก และคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของศิลาเย็นเฉียบลงในพริบตาเดียว
"เกมยังไม่จบหรอกนะ... พี่ชาย"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางฝ่าพายุอารมณ์มาด้วยกันนะคะ หวังว่าจะใจเต้นแรงไปกับบทนี้ค่ะ
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 14
รอยแค้นที่ไม่มีวันจาง
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!