กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องทำงานส่วนตัว ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบกายของคนทั้งคู่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... ความเงียบงันที่แผ่ซ่านอยู่ ณ ขณะนี้กลับหนักอึ้งเสียจนแทบจะบดขยี้ทรวงอกของคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้แหลกสลายกลายเป็น Cinders
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้สีเข้ม แผ่นหลังตั้งตรง ทว่ามือเรียวที่ประสานกันไว้บนตักกลับเย็นเฉียบจนไร้ซึ่งความรู้สึก เอกสารสัญญาฉบับสำคัญที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส ยังคงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับเป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ตอกย้ำรอยร้าวลึก ซึ่งกำลังกัดเซาะความเชื่อใจที่เคยมีให้กันทีละน้อย
ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดของศิลา วรโชติเมธี หรี่แคบลงขณะมองสตรีตรงหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม ความเยือกเย็นและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวตนของเขาคืออาวุธร้ายกาจที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... เมื่อความสงสัยเริ่มกัดกินหัวใจของมาเฟียผู้ไม่เคยไว้ใจใครหน้าไหน
"คุณยังมีความลับอะไรซ่อนอยู่อีก รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นราวกับเสียงคำรามแผ่วเบาของพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจับจ้องเหยื่อ มันไม่ได้ดัง แต่กลับทรงพลังและกดดันเสียจนอากาศรอบตัวคล้ายจะเบาบางลง รินรดากลืนก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อปกปิดความสั่นไหวในแววตา ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะพ่นคำพูดที่เต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจออกมา
"ถ้าคุณเลือกที่จะเชื่อเอกสารไร้สาระพวกนั้นมากกว่าคำพูดของฉัน... เราก็ไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกค่ะ ศิลา"
"เอกสารไร้สาระงั้นเหรอ?" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน ร่างหนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละก้าว ย่างก้าวของเขาดุดันและคุกคามราวกับนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "เอกสารที่บอกว่าคุณแอบติดต่อไปทางคิน... ศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะเอาชีวิตฉัน มันเป็นแค่เรื่องโกหกงั้นเหรอ รินรดา!"
ชื่อของ 'คิน' ที่หลุดออกมาจากปากของเขา ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความระแวงและความหึงหวงอันบ้าคลั่งที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น คือสิ่งที่เธอกลัวที่สุด ศิลาไม่เคยเชื่อใจใครง่ายๆ และตอนนี้... ปมในอดีตเกี่ยวกับการถูกทรยศกำลังชักนำให้เขาปิดตายหัวใจที่มีต่อเธออีกครั้ง
"ฉันไม่เคยติดต่อกับคิน!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืนบ้าง ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบของเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ภายใต้ความเข้มแข็งนั้น หัวใจของเธอจะกำลังแหลกเหลว "ทำไมคุณถึงไม่ฟังฉันบ้างเลยล่ะคะ? หรือในสายตาของคุณ ฉันก็เป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัวคนหนึ่งที่พร้อมจะหักหลังคุณได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว!"
"ใช่!" ศิลาตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนเอกสารบนโต๊ะไหวสะเทือน ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างสูงพุ่งเข้าประชิดตัวเธอในเสี้ยววินาที มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวเล็กของเธอแล้วบีบแน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ราวกับต้องการให้ความเจ็บปวดทางกายช่วยระบายความเร่าร้อนและเดือดดาลในอก "คุณมันก็แค่ผู้หญิงที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์... เหมือนกับพวกมันทุกคน!"
ความเจ็บปวดจากแรงบีบที่ข้อแขนแล่นริ้วไปทั่วร่าง รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่สิ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือคำพูดและแววตาดูถูกเหยียดหยามที่ส่งมาจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของดวงใจ เธอกัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด หยาดน้ำใสคลอหน่วยที่หน่วยตา แต่เธอกลั้นมันไว้ ไม่ยอมให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอต่อหน้าเขาเด็ดขาด
"ถ้าคุณคิดแบบนั้น... แล้วคุณจะรั้งฉันไว้ทำไมล่ะคะ ปล่อยฉันสิ!"
รินรดาพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการพันธนาการ ทว่าแรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับมาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ศิลาไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อย แต่เขากลับออกแรงกระชากร่างบางเข้าหาตัวจนแผ่นอกกว้างแนบชิดกับกายสาว แรงปะทะอันดุเดือดทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัด กลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
แววตาระหว่างทั้งสองคนสתตึงเครียดจนแทบจะเกิดประกายไฟ ศิลาจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่สั่นระริกด้วยความโกรธ ก่อนที่สายตาของเขาจะเปลี่ยนเป็นดุดันและร้อนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวที่จะสูญเสีย ผสมปนเปกันจนกลายเป็นแรงปรารถนาอันป่าเถื่อนที่ไม่อาจควบคุม
"ปล่อยเหรอ?" ศิลาแค่นเสียงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดแก้มเนียน "ในเมื่อคุณบอกว่าฉันรั้งคุณไว้... งั้นก็จำไว้ให้ขึ้นใจรินรดา ว่าต่อให้คุณจะบริสุทธิ์หรือทรยศจริง คุณก็ไม่มีวันได้เดินออกไปจากกรงของฉัน... ไม่มีวัน!"
สิ้นคำประกาศิตอันไร้ความปรานี ศิลาก็ก้มลงประทับริมฝีปากบดขยี้ลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างรุนแรงและเอาแต่ใจ ไม่มีแม้แต่ความนุ่มนวลหรือความอ่อนโยน มีเพียงรสจูบที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว ดิบเถื่อน และเรียกร้อง เพื่อประกาศความเป็นเจ้าเหนือหัว รินรดาสะท้านเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เธอกลืนเสียงประท้วงทั้งหมดลงคอเมื่อปลายลิ้นร้อนรุกรานเข้ามาตักตวงความหวานล้ำอย่างดุดัน
มือหนาเลื่อนจากข้อแขนขึ้นมาโอบกระชับเอวบางไว้แน่น บังคับให้เธอแนบชิดติดกับแผงอกกำยำจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน รสจูบที่ปะปนไปด้วยความโกรธและแรงเสน่หาอันอันตราย ทำให้สมองของหญิงสาวขาวโพลน แม้จิตใต้สำนึกจะร่ำร้องให้ขัดขืน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการอ่อนระทวยลงไปตามสัมผัสวาบหวามที่เขาคอยปรนเปรอให้อย่างเอาแต่ใจ
นิ้วมือแกร่งสอดเข้าขยำเส้นผมยาวสลวยเพื่อตรึงศีรษะเธอให้รับองศาจูบที่ลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้น ศิลารaumรับความหอมหวานจากริมฝีปากเธอด้วยความกระหาย ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังลงทัณฑ์เหยื่ออันเป็นที่รัก รินรดาหอบหายใจหนักหน่วงเมื่อเขาเริ่มขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนเกิดเสียงน่าอาย ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ถูกหลอมละลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงเพลิงสวาทที่ลุกโชนขึ้นมาเผาผลาญหัวใจของคนทั้งคู่ท่ามกลางความเงียบงันของค่ำคืน
ทว่า... ในจังหวะที่ความสัมพันธ์กำลังดิ่งลึกลงสู่ห้วงเสน่หาอันไร้ทางออก ศิลากลับผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากกว้างแนบชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจร้อนระอุเปรอะเปื้อนพวงแก้มเนียน แววตาคมกริบที่มองมายังคงเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
"จำไว้... รินรดา ว่าอย่าได้คิดลองดีกับฉันอีก"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูชวนให้ใจสั่นระทัว ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยบอดี้าร์ดคนสนิทที่ใบหน้าซีดเผือด
"นายครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" บอดี้การ์ดหนุ่มละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "โกดังสินค้าหลักของเราที่ท่าเรือ... ถูกลอบวางเพลิง และตอนนี้หลักฐานทั้งหมดชี้ไปที่... คุณคินครับ!"
"กุหลาบอาบแสงจันทร์" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ห้วงเสน่หาอันอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 15
ความเงียบที่น่าอึดอัด
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!