กลิ่นควันไฟที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศราวกับจะตอกย้ำถึงความพ่ายแพ้ที่เพิ่งเกิดขึ้น บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของศิลา วรโชติเมธี หนาแน่นไปด้วยแรงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนหันหลังให้ประตู แผ่นหลังกว้างนั้นดูแข็งกร้าวราวกับรูปสลักจากหินผา ทว่าในยามนี้ มันกลับแผ่รังสีแห่งความอำมหิตที่พร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งที่ขวางหน้าให้แหลกคามือ
“หลักฐานชี้ชัดขนาดนี้... คุณยังจะปฏิเสธอีกหรือคะว่าคินไม่ใช่คนทำ”
รินรดาก้าวเข้ามาในห้องด้วยหัวใจที่เต้นรัว เธอเพิ่งได้รับข่าวร้ายเรื่องโกดังสินค้าที่ท่าเรือ และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าไฟที่เผาผลาญสินค้าเหล่านั้น คือความแค้นที่กำลังปะทุขึ้นในดวงตาของชายหนุ่มตรงหน้า
ศิลาหมุนตัวกลับมาอย่างช้าๆ แววตาคมกริบดุจมีดโกนของเขาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาไม่ตอบคำถามของเธอ แต่กลับก้าวเท้าเข้าหาด้วยจังหวะที่มั่นคงและดุดัน ร่างบางถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังปะทะเข้ากับบานประตูที่เพิ่งปิดลง
“คินมันกำลังเล่นกับไฟ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าทว่าเย็นเยียบไปถึงกระดูก “และดูเหมือนว่ามันจะลืมไปว่า... ในอาณาจักรของฉัน ไฟทุกดวงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของฉันเท่านั้น”
“ศิลา... อย่าใจร้อนนะคะ หลักฐานพวกนี้อาจจะเป็นแผนการของมันก็ได้ ถ้าคุณบุ่มบ่ามไปตอนนี้...”
“หุบปาก”
คำสั่งสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยอำนาจทำให้รินรดาชะงัก ร่างหนาพุ่งเข้าประชิดตัวเธอ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นยันบานประตูไว้เหนือศีรษะของเธอ ปิดกั้นทางหนีทุกทิศทาง กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นกายเย็นเยียบของเขาอบอวลอยู่รอบตัวเธอ ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกรงที่เต็มไปด้วยเปลวไฟที่มองไม่เห็น
“คุณเป็นห่วงฉัน? หรือเป็นห่วง ‘เพื่อนเก่า’ ของคุณกันแน่ รินรดา?”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจของหญิงสาว แววตาของศิลาที่มองมานั้นทั้งตัดพ้อ ทั้งหึงหวง และที่น่ากลัวที่สุดคือ ‘ความเป็นเจ้าของ’ ที่แสดงออกมาอย่างดิบเถื่อน
“ฉันแค่ไม่อยากให้คุณเสียท่าให้เขา”
“งั้นก็พิสูจน์สิ” เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกโด่งสันแทบจะแตะเข้ากับแก้มเนียนของเธอ “พิสูจน์ให้ฉันเห็นว่าคุณไม่ได้อยู่ข้างมัน... ด้วยการตัดขาดจากโลกภายนอกทั้งหมด ตั้งแต่วินาทีนี้ไป คุณไม่มีสิทธิ์ติดต่อใคร ไม่มีสิทธิ์ออกไปไหน และไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองใครนอกจากฉัน”
สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ลากไล้ผ่านกรอบหน้าไปจนถึงต้นคอทำให้รินรดาสะท้านไปทั้งร่าง มันไม่ใช่การสัมผัสที่อ่อนโยน แต่มันคือการประกาศอาณาเขต มือของเขาบีบกระชับลำคอระหงเบาๆ ราวกับจะเตือนให้รู้ว่าชีวิตของเธออยู่ในกำมือของเขาเพียงผู้เดียว
“คุณทำแบบนี้ไม่ได้... ศิลา!”
“ฉันทำได้ และฉันจะทำมากกว่านี้ถ้าคุณยังดื้อดึง”
เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้อจนเกิดความรู้สึกวาบหวามที่ยากจะควบคุม รินรดาพยายามจะผลักอกแกร่งออก แต่เขากลับยิ่งรวบเอวคอดของเธอเข้าหาตัวจนไร้ช่องว่าง สัมผัสจากร่างกายกำยำบดเบียดกับส่วนโค้งเว้าของเธออย่างจงใจ ความหิวกระหายในแววตาของเขาไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
“ริน... คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงเกลียดการถูกหักหลัง?” เขาถามพลางขบเม้มติ่งหูเธอเบาๆ ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่ฟังดูน่ากลัว “เพราะทุกครั้งที่มันเกิดขึ้น... ฉันจะเปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุด และคืนนี้... คุณจะเป็นคนเดียวที่ต้องรองรับความต้องการทั้งหมดของฉัน”
มือหนาเลื่อนลงไปตามแนวสันหลัง กดร่างของเธอให้แนบชิดกับความร้อนระอุของเขามากขึ้น รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของเขา สัมผัสที่ปลายนิ้วเขาลากไล้ลงมาผ่านเนื้อผ้าทำให้เธอแทบจะหลอมละลาย เธอไม่ปฏิเสธว่าแรงดึงดูดระหว่างพวกเขามันรุนแรงจนแทบจะแผดเผา แต่ภายใต้ความเร่าร้อนนี้ เขากำลังล่ามโซ่เธอไว้ด้วยความหลงใหลที่น่าสะพรึงกลัว
“ศิลา... หยุดเถอะ... แบบนี้มันไม่...”
“ไม่มี ‘แบบไหน’ ทั้งนั้นในเมื่อคุณเป็นของฉัน”
เขากระชากเธอเข้ามาจูบอย่างดุดัน รสจูบที่ไม่มีความอ่อนโยนหลงเหลืออยู่ มีเพียงแต่รสชาติของความแค้นและปรารถนาที่ตีรวนอยู่ในโพรงปาก ลิ้นร้อนควานหาความหวานอย่างเอาแต่ใจ ราวกับจะลบเลือนร่องรอยของคนอื่นออกไปจากทุกอณูของเธอ รินรดาประท้วงในลำคอ แต่ศิลากลับใช้มืออีกข้างเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอรับสัมผัสที่เร่าร้อนและดิบเถื่อนนี้อย่างจำนน
ในขณะที่เขากำลังหลงระเริงไปกับรสจูบที่เปรียบเสมือนการตีตราจอง มือถือในกระเป๋ากางเกงของศิลาก็สั่นครืดขึ้นมา เขาผละออกเพียงเล็กน้อยแต่ยังไม่ยอมปล่อยตัวเธอ สายตาคมกริบเหลือบมองหน้าจอที่แสดงชื่อผู้โทรเข้า
‘คิน’
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกลงในฉับพลัน ศิลากดรับสายโดยไม่ละสายตาไปจากรินรดาที่ยืนหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงซ่าน ก่อนจะกดเปิดลำโพงให้เธอได้ยินเสียงที่ดังลอดออกมา
“ไง ศิลา... ชอบของขวัญที่ฉันส่งไปให้หรือเปล่า? อ้อ... แล้วก็ฝากบอกแม่สาวนักเจรจาคนเก่งของนายด้วยนะ ว่าเรื่องที่นายปกปิดไว้เกี่ยวกับโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษ... กำลังจะถูกเปิดโปงในวันพรุ่งนี้... พร้อมกับหัวใจของนาย”
ศิลากระตุกยิ้มเหี้ยมที่มุมปาก ก่อนจะวางสายแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรินรดาที่กำลังสั่นระริกด้วยความตกใจ
“เห็นไหมรินรดา... มันไม่ได้แค่ต้องการทำลายโกดังของฉัน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่แฝงไปด้วยลางร้าย “มันต้องการทุกอย่างที่เป็นของฉัน... และฉันก็มีวิธีจัดการกับคนที่คิดจะ ‘ขโมย’ ของรักของฉันอย่างสาสมที่สุด”
เขาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนรินรดานิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะลากเธอเดินไปที่ประตูห้องทำงานที่ปิดตาย
“ไปกับฉัน... คืนนี้ฉันจะให้คุณดูว่า ‘กรงขัง’ ที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของรินรดาและศิลานะคะ สัปดาห์หน้าความลับที่รินรดาปกปิดไว้จะถูกกระชากออกมาในแบบที่คุณคาดไม่ถึงเลยค่ะ
กุหลาบอาบแสงจันทร์
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 16
กรงขังที่เต็มไปด้วยไฟ
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!