กลิ่นควันบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายเย็นเยียบและทรงอำนาจของศิลา ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่ปิดทึบ รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังตั้งตรงดั่งต้นสน ทว่าฝ่ามือที่ประสานกันไว้แนบแน่นกลับเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก ความตึงเครียดระหว่างพวกเขาสองคนในยามนี้หนาแน่นเสียจนแทบจะใช้มีดกรีดให้ขาดออกจากกันได้
"คุณคิดจะเล่นเกมอะไรกับคินกันแน่, รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำคาดคั้นลอดไรฟันออกมาจากริมฝีปากหยักลึกที่เหยียดยิ้มเยาะ ศิลาเอนกายพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดหรี่มองผู้หญิงตรงหน้าอย่างจับผิด ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนน่ากลัว ปมในอดีตที่เคยถูกคนใกล้ชิดหักหลังยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ และเขาไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนกล้าเหยียบย่ำความไว้วางใจของเขาเป็นครั้งที่สอง... แม้แต่ผู้หญิงที่เขากำลังปรารถนาอย่างบ้าคลั่งคนนี้ก็ตาม
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาบางกะพริบเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก ปากกล้าและท่าทีเย่อหยิ่งที่เคยใช้ต่อกรกับคนอื่นดูเหมือนจะไร้ความหมายเมื่อเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเธอให้แหลกคราบมือได้ทุกเมื่อ
"ฉันไม่ได้เล่นเกมอะไรทั้งนั้นค่ะ, คุณศิลา..." รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เสียงจะสั่นน้อยๆ แต่แววตาคมปลาบก็ไม่ยอมหลบหนี "ฉันเป็นแค่นักเจรจา ที่ต้องทำทุกทางเพื่อให้งานลุล่วง... หรือคุณกลัวว่าฉันจะหักหลังคุณเหมือนคนอื่นๆ กันล่ะคะ?"
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูงด้วยความเร็วราวกระแสไฟฟ้า เพียงพริบตาเดียว ศิลาก็ย่างสามขุมเข้ามาประชิดร่างบาง กลิ่นกายเร่าร้อนผสมความดุดันพุ่งเข้าโอบล้อมรินรดาจนเธอต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเยียบ
หมับ!
มือหนาดั่งคีมเหล็กคว้าหมับเข้าที่เอวคอดกิ่วแล้วรั้งเข้าหาตัวอย่างแรงจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียว แรงปะทะทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกูบ ร่างกายของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงแผงอกกว้างที่กำยำและไอร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
"ปากดีนักนะ..." ศิลาคำรามต่ำชิดริมฝีปาก ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือพวงแก้มเนียน ปลายจมูกโด่งคมคลอเคลียอยู่ข้างขมับของเธออย่างถือสิทธิ์ "อยากลองดีกับฉันนักใช่ไหม... รินรดา เธอก็รู้ว่าคนทรยศจุดจบมันเป็นยังไง"
รินรดาแหงนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความหวาดกลัวผสมผสานกับแรงดึงดูดอันตรายทำให้สติของเธอพร่าเลือน แต่ศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เธอยังคงแค่นAหัวเราะในลำคอได้อย่างท้าทาย
"ถ้าคิดว่าฉันเป็นคนทรยศ... ทำไมคุณถึงไม่ฆ่าฉันทิ้งเสียตั้งแต่แรกเล่าคะ?"
ดวงตาคมกริบของศิลาวาวโรจน์ขึ้นวับยามเมื่อได้ยินคำท้าทายนั้น แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนบีบคอเธอให้ตายคามืออย่างที่ควรจะเป็น แววตาดุดันกลับไหววับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกล้ำและซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา รอยร้าวแห่งความเย็นชาที่เคยห่อหุ้มหัวใจด้านชาของมาเฟียหนุ่มมาเนิ่นนาน กลับถูกความรั้นและเสน่หาเย้ายวนของหญิงสาวสั่นคลอนจนร้าวราญ
ศิลาไม่ตอบคำถามนั้น ริมฝีปากหยักลึกพุ่งเข้าบด ริมฝีปากนุ่มของรินรดาอย่างดุดันและเอาแต่ใจทันที
"อื้อ..."
เสียงประท้วงในลำคอถูกกลืนหายไปในลำคอ รสจูบในครานี้ไม่ได้มีเพียงความป่าเถื่อนหรือการลงทัณฑ์ดังเช่นทุกครั้ง แต่แฝงไว้ด้วยความหิวกระหาย ความโหยหา และแรงปรารถนาอันลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอด มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าไปขยุ้มกลุ่มผมยาวสลวยเพื่อตรึงท้ายทอยของเธอให้รับรสจูบที่ลึกซึ้งและร้อนแรงยิ่งขึ้น ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ รินรดารู้สึกเหมือนสติสตังล่องลอย ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สัมผัสสากระด้างจากปลายนิ้วแกร่งที่ลูบไล้อย่างแผ่วเบาอยู่บริเวณต้นคอระหงและลาดไหล่เปลือยเปล่า ทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง
ความดุดันค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาด ศิลาผ่อนลมหายใจร้อนรุ่มลงเล็กน้อย ริมฝีปากยังคงคลอเคลียอยู่บนกลีบปากบวมเจ่อของเธออย่างอาลัยอาวรณ์ แววตาคมกริบที่เคยเยียบเย็นไร้หัวใจ ในยามนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและอ่อนล้าอย่างที่รินรดาไม่เคยเห็นมาก่อน
"อย่าท้าทายฉัน... รินรดา" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมหู น้ำเสียงของเขาไม่ได้เหี้ยมเกรดเหมือนก่อนหน้า หากแต่แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังใจหาย "เธอไม่รู้หรอก... ว่าฉันอยากจะขยี้เธอให้แหลกคาอกมากแค่ไหน เพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธออีก"
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงจนเจ็บแปลบ มือเรียวยกขึ้นวางทาบอยู่บนแผงอกแกร่งสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังเต้นเร่าไม่เป็นจังหวะเช่นเดียวกับเธอ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาทำให้กำแพงความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นพังทลายลงทีละน้อย
ท่ามกลางความมืดและบรรยากาศอันตึงเครียด ศิลาค่อยๆ ซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนหญิงสาวสะท้านเฮือก มือหนากอดกระชับร่างบางเข้าหาตัวแน่นขึ้น ราวกับหวาดกลัวว่าหากคลายอ้อมแขนออกแม้แต่นิดเดียว เธอกจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
นี่คือด้านที่อ่อนโยน... ด้านที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากของความโหดเหี้ยมและเด็ดขาด ซึ่งศิลาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน และรินรดาก็เป็นเพียงคนเดียวในโลกที่ได้ครอบครองรอยร้าวนี้
ทว่า ในขณะที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่กำลังหลอมรวมเข้าหากันด้วยแรงเสน่หาอันลึกซึ้ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะบรรยากาศวาบหวามลงอย่างกะทันหัน...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ศิลาชะงักร่าง กรามแกร่งขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน แววตาดุดันกลับมาเยียบเย็นดั่งเดิมในเสี้ยววินาที รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงบิดลูกบิดประตูด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครบางคนที่ถือวิสาสะผลักเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว
"คุณศิลาคะ... ฉันมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ... อุ๊ย!"
เสียงหวานใสของบุคคลผู้มาใหม่ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า รินรดาหันขวับไปมองตามเสียงนั้น และหัวใจของเธอก็ร่วงลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อพบว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูคือศัตรูตัวฉกาจที่เธอคาดไม่ถึงที่สุด... คินในร่างของผู้หญิงที่ปลอมตัวเข้ามา หรือนี่คือแผนการซ้อนแผนที่กำลังจะทำลายทุกอย่างพังทลายในพริบตา?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในห้วงเสน่หาอันเร่าร้อนนี้ด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 6
รอยร้าวของความเย็นชา
ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!