พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย•ตอนที่ 10

เป้าหมายใหม่คือเธอ

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงกระจกนิรساทแตกละเอียดดังสนั่น พร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปทั้งห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นเพนต์เฮาส์หรู ศิลา วรโชติเมธี ไม่แม้แต่จะกะพริบตา แม้ว่าเศษกระจกคมกริบจะร่วงกราวลงราวกับสายฝนสีเงิน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนหยัดนิ่งสนิท แววตาดุดั่งพยัคฆ์ร้ายในคืนเดือนมืดจ้องมองตรงไปยังรอยกระสุนเจาะทะลุกระจก ซึ่งมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กถูกปักตรึงไว้ด้วยมีดสั้นสลักลายพยัคฆ์ คิน... ศัตรูตัวฉกาจที่เขาเคยคิดว่าเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าได้แล้ว กำลังส่งสาส์นท้าทายกลับมาอย่างอุกอาจ รินรดาที่เพิ่งก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสำคัญสะดุดกึกลงทันที หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อเห็นร่องรอยของการคุกคาม กลิ่นอายอันตรายแผ่ซ่านตลบอบอวลในอากาศจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในฐานะนักเจรจาต่อรองสาวผู้ผ่านสมรภูมิธุรกิจมาโชกโชน เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมความสั่นเทาของเรียวปาก "ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ จะเริ่มเล่นสกปรกเกินขอบเขตแล้วสินะคะ" เสียงหวานทว่าราบเรียบเอ่ยขึ้น พร้อมกับวางแฟ้มลงบนโต๊ะทำงานอย่างมั่นคง ศิลาหันกลับมามองเธอ ช้าๆ สายตาร้อนแรงดั่งเปลวเพลิงกวาดมองสำรวจเรือนร่างระหงภายใต้ชุดสูทเข้ารูปของเธอ รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้สนใจมีดเล่มนั้นหรือข้อความขู่ฆ่าแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ดึงดูดความสนใจของเขาในวินาทีนี้ คือสตรีผู้ยืนอยู่ตรงหน้า—ผู้หญิงที่คินจงใจเลือกใช้เป็น 'ตัวประกันทางใจ' เพื่อประกาศศึก "เธอคิดผิดแล้วที่เดินเข้ามาในดงกระสุนตอนนี้, รินรดา" ศิลาสาวเท้าเข้ามาหาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและดุดัน ราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุม แรงกดดันมหาศาลจากร่างกายใหญ่โตแผ่ซ่านจนเธอรู้สึกราวกับถูกตรึงไว้กับที่ "ฉันไม่ได้เดินเข้ามาเพื่อเป็นภาระให้คุณจัดการค่ะ, ศิลา แต่ฉันมาเพื่อสะสางงานที่ค้างคา" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุกระดูกซี่โครง เมื่อปลายนิ้วแข็งแกร่งของเขาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน ออกแรงบังคับให้เธองยหน้าขึ้นรับสัมผัสอันร้อนรุ่มและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าing "งานเหรอ?" ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าและเปี่ยมด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน "คินมันส่งสาส์นมาบอกฉันชัดเจน... มันบอกว่า ของเล่นชิ้นโปรดชิ้นนี้ สมควรเป็นของมันตั้งแต่แรก" นิ้วแกร่งลากไล้จากคางมนลงมาตามลำคอระหง แผ่วเบาราวกับขนนกแต่กลับสร้างความร้อนรุ่มราวกับเปลวไฟแผดเผา รินรดากลั้นหายใจ เผลอแอ่นอกรับสัมผัสโดยไม่รู้ตัว ความตึงเครียดจากสถานการณ์รอบตัวถูกแทนที่ด้วยคลื่นความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากท้องน้อย เสน่ห์อันตรายและดิบเถื่อนของศิลามีอณูพิษที่ทำให้เธอยอมจำนนเสมอ "คุณ... กำลังใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการเดิมพันหรือเปล่าคะ" เธอถามเสียงพร่า ดวงตากลมโตฉายแววตัดพ้อระคนท้าทาย "เปล่าเลย..." ศิลาโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจร้อนผ่าวปะดุจไฟปะทะเข้ากับซอกคอหอมกรุ่น ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนจุดชีพจรที่เต้นเร้าอย่างแรงจนเธอสะท้านเฮือก "ฉันไม่ได้ใช้เธอเป็นเครื่องมือ... แต่ฉันกำลังจะประกาศให้มันรู้ต่างหาก ว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง" มือหนาเลื่อนลงมาโอบรอบเอวคอดกิ่ว กระชากร่างบางเข้าหาตัวแนบชิดจนไม่เหลือช่องว่าง รินรดาร้องอุทานเบาๆ ก่อนที่เรียวปากของเธอจะถูกครอบครองด้วยจูบอันดุดัน เร่าร้อน และไร้ซึ่งความปรานี ศิลากวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากของเธออย่างเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันดูดดื่มจนรสชาติฝาดปร่าของเลือดและไวน์ผสมผสานกันในห้วงอารมณ์ที่เตลิดเปิดเปิง มือเล็กขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่เรียวขาเริ่มอ่อนยวบลงจากแรงปรารถนาที่เขาโหมกระพือขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ศิลาอุ้มร่างบางขึ้นโดยไม่ยอมถอนริมฝีปากออกแม้แต่น้อย รินรดาหวีดร้องเบาๆ ในลำคอเมื่อแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับความเย็นเยียบของกระจกโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ขณะที่ร่างหนาทาบทับลงมา ปิดกั้นทุกทางหนีทีไล่ "ศิลา... เดี๋ยว..." เธอบิดตัวหนีสัมผัสที่รุกค้ำ แต่ยิ่งดิ้นรน เขากยิ่งตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย "สายไปแล้ว, รินรดา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำข้างใบหูร้อนผ่าว แววตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มฉายประกายความคลุ้มคลั่งและกระหายหิว "คินมันกล้าแตะต้องสิ่งที่ฉันรัก... คืนนี้ ฉันจะทำให้มันรู้ว่า การล้ำเส้นเขตแดนของศิลา วรโชติเมธี ต้องแลกมาด้วยอะไร" ริมฝีปากร้อนประทับจูบซับลงบนซอกคอ ไหปลาร้า และลาดไหล่เนียนอย่างหิวกระหาย เรียวแขนและลำตัวของทั้งคู่แนบชิดสนิทจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก แรงปรารถนาอันอันตรายและร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วผิวเนื้อ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปทีละชิ้นท่ามกลางเงาสลัวของห้องทำงานที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอก ค่ำคืนนี้ไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนโยน มีเพียงเพลิงเสน่หาที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้เป็นจุลเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ทว่า... ในจังหวะที่ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียวและอารมณ์รักกำลังพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของศิลากลับแผดเสียงกรีดร้องทำลายความเงียบงันขึ้นมาอย่างกะทันหัน ศิลาชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายลิ้นยังคงแตะอยู่ที่ซอกหูของหญิงสาวที่หอบสะท้าน ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว หน้าจอปรากฏภาพวิดีโอคอลจากเบอร์แปลกปลอม เขากดรับโดยไม่ลังเล ภาพบนหน้าจอไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็น 'คิน' ที่กำลังนั่งจิบไวน์อยู่ในห้องพักฟุ่มเฟือย พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมา "ชอบของขวัญต้อนรับที่ฉันส่งให้ไหมล่ะ, ศิลา?" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังลอดออกมาจากลำโพง "แต่อย่าเพิ่งรีบมีความสุขกับผู้หญิงคนนั้นนักเลย... เพราะอีกสามนาทีข้างหน้า โกดังเก็บสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของคุณที่ท่าเรือ จะระเบิดกลายเป็นจุลพร้อมกับลมหายใจของลูกน้องครึ่งค่อนกองทัพของคุณ!" ศิลาชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดหดแคบลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งทะลักออกมาจากร่างจนรินรดารู้สึกหนาวเหน็บไปถึงไขกระดูกสันหลัง แม้ว่าอ้อมแขนของเขาจะยังคงกักขังเธอไว้อย่างแน่นหนาก็ตาม กุหลาบอาบแสงจันทร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักกับดักพยัคฆ์ร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%