กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างผสมปนเปกันจนน่าคลื่นไส้ แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของกรณ์สะดุด ไม่ใช่กลิ่นเหล่านั้น—มันคือเสียง "ติ๊ด" สังเคราะห์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ดังมาจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกง พร้อมๆ กับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้าใกล้ร่างของพิมพ์ที่นั่งตัวสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ
กรณ์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปตามกระดูกสันหลัง เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับเงาสะท้อนในความมืดที่กำลังขยับเข้าใกล้พิมพ์ทีละก้าว ทีละก้าว
"แกเป็นใคร... ออกมาโตกเถك!" กรณ์ตะโกนก้อง เสียงของเขาแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับมานานนับแรมปี
ในความเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของกรณ์ที่เต้นรัวรากับกลองศึก แสงไฟกะพริบจากหลอดไฟนีออนเก่าๆ บนเพดานสาดส่องลงมาเป็นจังหวะ ทำให้เงาของบุคคลปริศนาทอดยาวทับร่างของพิมพ์จนมิด ร่างนั้นหยุดยืนอยู่หลังเก้าอี้ของพิมพ์ มือสวมถุงมือหนังสีดำสนิทเอื้อมไปแตะที่ไหล่บางของหญิงสาว พิมพ์สะดุ้งสุดตัว น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความหวาดกลัวขีดสุด
"กรณ์... ช่วยฉันด้วย..." เสียงกระซิบของพิมพ์ขาดห้วงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
กรณ์ก้าวเท้าไปข้างหน้าหมายจะพุ่งเข้าประจันหน้า แต่ทว่า... เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเขากลับดังขึ้นตัดหน้าเสียก่อน พร้อมกับข้อความใหม่ที่เด้งขึ้นมาโดยไม่ต้องเปิดดู
*[แอดมินนิรนาม]: ใจเย็นๆ สิกรณ์... การแสดงเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเองนะ ดูให้ดีสิว่าของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ฉันเตรียมไว้ให้... มันหอมหวานขนาดไหน*
สิ้นข้อความนั้น มือที่สวมถุงมือหนังสีดำก็เอื้อมขึ้นไปที่ศีรษะของร่างที่ยืนอยู่หลังพิมพ์
นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ปลดตะขอและดึงหน้ากากพลาสติกสีขาวรูปหน้ายิ้มอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายออกมา ช้าๆ... ราวกับต้องการทรมานจิตใจของคนดูให้ขาดรúng
กรณ์กลั้นหายใจ สมองของเขาขาวโพลนในเสี้ยววินาทีที่ใบหน้านั้นค่อยๆ ปรากฏแก่สายตา
ดวงตาเรียวรี จมูกโด่งรั้น และรอยยิ้มมุมปากที่เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าใคร... ใบหน้าที่ควรจะฝังอยู่ใต้ดินลึกนับร้อยเมตร ใบหน้าที่เขาเคยร้องไห้ฟูมฟายหน้าหลุมศพเมื่อสามปีก่อน
"มะ... เป็นไปไม่ได้..." กรณ์ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงราวกับไร้กระดูก
ร่างที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือน้องสาวฝาแฝดของเขาเอง
"เซอร์ไพรส์ไหมคะ... พี่กรณ์" เสียงหวานใสที่คุ้นเคยเอ่ยทักทาย แต่มันกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าเสียงของภูตผีปีศาจ น้ำตาสายหนึ่งไหลอาบแก้มข้างขวาของหญิงสาว แต่รอยยิ้มบนริมฝีปากของเธอกลับบิดเบี้ยวจนน่ากลัว
พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ปลายลิ้นชาจนพูดไม่ออกเมื่อความจริงอันบิดเบี้ยวนี้กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจัง
"กาล... น้องตายไปแล้ว... พี่เห็น... พี่เห็นศพของน้อง..." กรณ์พยายามเค้นเสียงพูดออกมาราวกับคนใกล้ตาย หัวใจของเขาเจ็บแปลบราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นบีบจนแหลกสลาย
กาลหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มีเพียงความว่างเปล่าและความอาฆาตมาดร้าย เธอก้าวเดินผ่านร่างของพิมพ์ตรงมาหากรณ์ ช้าๆ พร้อมกับหมุนโทรศัพท์มือถือในมือเครื่องนั้นเล่นอย่างอารมณ์ดี
"ความตายเหรอคะ? พี่คิดว่าความตายมันง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ? ในวันที่พี่ปล่อยให้หนูต้องเผชิญหน้ากับความมืดมนลำพัง... พี่เคยคิดไหมคะว่าหนูต้องทนทรมานแค่ไหน?" กาลเอียงคอมองพี่ชายด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับไม่ใช่คนเดิม
กรณ์ส่ายหัวช้าๆ น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินอาบแก้ม "พี่... พี่ขอโทษ... วันนั้นพี่ช่วยอะไรไม่ได้..."
"คำขอโทษมันไร้ค่าค่ะ!" กาลตวาดลัดขึ้นมา เสียงของเธอเปลี่ยนเป็นก้องกังวานในห้องใต้ดินอันอับชื้น "แต่เกมนี้... มันยังไม่จบแค่นี้หรอกนะคะพี่กรณ์ เพราะในกลุ่มแชทตอนนี้... กำลังมีข้อความใหม่ส่งถึงทุกคน... และคนที่จะต้องเลือกคนต่อไป... ก็คือตัวพี่เอง"
โทรศัพท์ในมือของกรณ์สั่นระรัวอีกครั้ง หน้าจอแสดงข้อความใหม่จากแอดมิน—ไม่ใช่สิ... จาก "กาล"
*[แอดมินนิรนาม]: เลือกระหว่างชีวิตของพิมพ์เพื่อนรัก กับความลับบาปหนาของตัวพี่เอง... พี่จะกดปุ่มไหนคะ?*
— แมวดำใต้แสงจันทร์ —
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 39
ตัวตนที่แท้จริงของแอดมิน
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!