กลอนเหล็กหนาหนักถูกกระแทกจนสะเทือนก้อง เสียงบานพับเสียดสีกับสนิมกรีดลึกเข้าไปในแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะ กรณ์ไม่ได้หยุดหายใจด้วยซ้ำตอนที่เขาโถมทั้งร่างกระแทกบานประตูกลางดึกสงัด ฝ่ามือของเขาแตกยับ เลือดสดซึมเปื้อนขอบประตูดำมะเมื่อม แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับเข็มวินาทีในหัวที่กำลังนับถอยหลังสู่เวลาเที่ยงคืน
กลิ่นแรกที่ปะทะจมูกไม่ใช่ฝุ่นผงของอาคารร้าง แต่เป็นกลิ่นโอโซนฉุนกึกจากแผงวงจรไฟฟ้า ผสมปนเปกับกลิ่นสนิมดิบชื้นของคราบเลือด
ห้องควบคุมหลักเบื้องหน้ากว้างใหญ่และมืดสลัว มีเพียงแสงสว่างวาบไหวจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์นับสิบจอที่ติดเรียงรายอยู่บนผนังคอนกรีต ทุกจอฉายภาพเดียวกัน... หน้าต่างแชทสีดำทมิฬที่มีข้อความวิ่งพล่านด้วยความเร็วผิดมนุษย์ พร้อมแถบเวลานับถอยหลังสีแดงก่ำ
*23:55:12*
ใจกลางห้อง ใต้แสงฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่รัวจนน่าเวียนหัว ร่างหนึ่งถูกมัดติดแน่นอยู่กับเก้าอี้เหล็กหมุน
"พิมพ์!"
เสียงเรียกของกรณ์แหบพร่า ร่างของหญิงสาวที่คุ้นเคยสะดุ้งสุดตัว เสื้อเชิ้ตของเธอขาดวิ่น ข้อเท้าและข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดด้วยสายรัดพลาสติกสีดำหนาแน่นจนผิวหนังบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำ เทปกาวสีเงินปิดปากเธอไว้แน่นหนา ดวงตาหลังกรอบแว่นที่แตกร้าวของพิมพ์เบิกกว้างด้วยความหวาดผวา น้ำตาเอ่อล้นทะลักอาบแก้มที่เปรอะเปื้อนคราบเขม่า เธอส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง ลำคอส่งเสียงอู้อี้ในลำคอที่ไม่ใช่การร้องขอความช่วยเหลือ... แต่เป็นการกรีดร้องเพื่อ 'ขับไล่' ให้เขาหนีไป
กรณ์ก้าวพรวดไปข้างหน้า ทว่าเท้าของเขาชะงักกึกทันทีที่สายตาเฉียบคมกวาดเห็นบางสิ่งบนพื้น
สายไฟระโยงระยางจากฐานเก้าอี้ของพิมพ์ เชื่อมต่อเข้ากับแป้นคีย์บอร์ดกลไกตัวหนึ่ง นิ้วมือของพิมพ์ถูกดัดและแปะเทปกาวตรึงไว้ให้กดปุ่มสเปซบาร์ค้างไว้ หากเธอยกนิ้วขึ้น หรือหากใครกระชากตัวเธอออก วงจรปิดจะถูกตัดขาดทันที
"อย่าขยับ... แม้แต่มิลลิเมตรเดียว"
เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดยักษ์ มันไม่ใช่เสียงมนุษย์แท้ๆ แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ความถี่ต่ำที่ผ่านเครื่องแปลงสัญญาณ ดังก้องกังวานผ่านลำโพงที่ซ่อนอยู่ตามมุมห้อง
ร่างในชุดเสื้อโค้ตตัวยาวสีดำก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า บนใบหน้าสวมหน้ากากละครเวทีสีขาวล้วน—หน้ากากที่ไร้รอยยิ้ม ไร้แววตา มีเพียงรอยหยดน้ำตาสีดำสนิทสองสายที่ถูกวาดลากยาวจากเบ้าตากลวงโบ๋ลงมาถึงคาง ในมือขวาของมันถือแท็บเล็ตเครื่องบางที่มีไฟกะพริบเป็นจังหวะเดียวกับหน้าจอควบคุมทั้งหมด
แอดมินนิรนาม
กรณ์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเนื้อ เลือดหยดลงบนพื้นกระเบื้องยางดัง *ติ๋ง* ท่ามกลางความเงียบงัน "ปล่อยพิมพ์ไป มึงล่อกูมาที่นี่แล้วไม่ใช่เหรอ เป้าหมายของมึงคือกูคนเดียว!"
"คนเดียวงั้นเหรอ?" เสียงสังเคราะห์นั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ชีวิตชีวาและเย็นเยียบจนจับขั้วหัวใจ "กรณ์... นายยังหยิ่งผยองไม่เปลี่ยนเลยนะ คิดว่าโลกทั้งใบหมุนรอบความสูญเสียของตัวเองอยู่คนเดียวหรือไง?"
บุคคลสวมหน้ากากหยุดยืนห่างจากพิมพ์เพียงสองก้าว มือซ้ายของมันเลื่อนไปแตะพนักพิงเก้าอี้เหล็กอย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังลูบไล้สัตว์เลี้ยง พิมพ์ตัวสั่นสะท้าน หลับตาแน่น เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก
"พิมพ์ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องเมื่อสามปีก่อน" กรณ์พยายามควบคุมลมหายใจให้คงที่ ข่มความพลุ่งพล่านในอกด้วยสมองส่วนตรรกะที่เขามักใช้เป็นเกราะป้องกัน "เธอแค่ช่วยกูถอดรหัสเซิร์ฟเวอร์ เธอไม่รู้เรื่อง—"
"เธอรู้ทุกเรื่อง!" เสียงจากหน้ากากตวาดกร้าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน ลำโพงส่งเสียงหวีดแหลมสะท้อนลั่น "เพราะผู้หญิงคนนี้เป็นคนกู้ไฟล์จากไดรฟ์ที่นายพยายามจะเผาทิ้งไงล่ะ! ไฟล์ข้อความเสียง... ในคืนที่กานดาโดดตึกลงมา!"
ชื่อของ 'กานดา' ทำหน้าที่เหมือนมีดกรีดลึกเข้ากลางแผลเป็นที่กรณ์ซ่อนไว้มิดชิดที่สุด แขนขาของเขาชาวาบ ลมหายใจสะดุดหยุดลงชั่วขณะ ภาพร่างของน้องสาวฝาแฝดที่นอนแน่นิ่งอยู่บนลานคอนกรีตสีแดงฉานใต้หอพักผุดวาบขึ้นมาในหัว ซ้อนทับกับความมืดมิดในห้องนี้
"นายบอกทุกคน... บอกตำรวจ บอกเพื่อนๆ ว่าเธอซึมเศร้า บอกว่าเธอฆ่าตัวตายเพราะแรงกดดันจากการเรียน" แอดมินนิรนามขยับตัวช้าๆ หน้ากากสีขาวเอียงคอเล็กน้อยราวกับกำลังมองดูหนูตะเภาในกรง "แต่นายไม่เคยบอกใครเลยใช่ไหม ว่าสิบนาทีก่อนที่เธอจะกระโดด เธอส่งข้อความขอร้องให้นายไปหา... และนายตอบกลับไปว่าอะไร?"
หน้าจอมอนิเตอร์ทั้งหมดด้านหลังกะพริบพรึ่บ ตัวหนังสือในโปรแกรมแชทโบราณถูกขยายจนเต็มผนัง
*‘ตายๆ ไปซะได้ก็ดี รำคาญ’*
ข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว ปรากฏหราอยู่ตรงนั้น ตัวอักษรสีขาวบนพื้นหลังสีดำสนิท ประทับเวลา *23:59 น.* ของค่ำคืนเมื่อสามปีก่อน
กรณ์ยืนตัวแข็งทื่อ ปลายประสาททั้งหมดเหมือนถูกแช่แข็ง ใบหน้าของเขาซีดเผือดไร้สีเลือด ความทรงจำอันดำมืดที่เขาพยายามปิดผนึกไว้ด้วยคำว่า 'อุบัติเหตุ' และ 'ความไม่ตั้งใจ' พังทลายลงมาทับร่างจนแทบทรุด
"ฉันไม่ได้ตั้งใจ..." กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตาที่เขาไม่เคยยอมให้ใครเห็นคลอเบ้า "คืนนั้นฉันเมา ฉันทะเลาะกับเธอเรื่องเงินค่าเทอม ฉันคิดว่าเธอแค่เรียกร้องความสนใจเหมือนทุกครั้ง ฉันไม่คิดว่า—"
"แต่นายก็พิมพ์มันออกไปด้วยสติสัมปชัญญะของนายเอง!" บุคคลสวมหน้ากากคำรามลั่น ก้าวประชิดตัวพิมพ์แล้วกระชากศีรษะของเธอไปด้านหลัง พิมพ์ส่งเสียงกรีดร้องผ่านเทปกาวด้วยความเจ็บปวด "ความผิดบาปของนายมันเน่าเฟะจนส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่ววิญญาณของนายแล้ว กรณ์! กานดาต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในความมืด... แล้วทำไมนายถึงสมควรจะมีเพื่อน มีชีวิต และมีความสุขอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปล่ะ?!"
*23:58:00*
เสียงสัญญาณเตือนภัยเริ่มส่งเสียงหวูดสั้นๆ เป็นจังหวะ แสงไฟในห้องเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีแดงฉานสลับกับความมืดมิด บรรยากาศวังเวงจนชวนขนลุก ราวกับวิญญาณร้ายนับร้อยกำลังคืบคลานออกมาจากมุมมืดเพื่อรอรับเครื่องเซ่นไหว้ในเวลาเที่ยงคืน
บุคคลสวมหน้ากากดึงปืนพกกระบอกสั้นสีดำด้านออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ต มันไม่ได้เล็งไปที่กรณ์ แต่กลับวางปืนกระบอกนั้นลงบนตักของพิมพ์ที่กำลังสั่นเทิ้ม
"แชทมรณะคืนนี้ มีเงื่อนไขเดียวสำหรับการรอดชีวิต" แอดมินนิรนามกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงมาจนฟังดูราบเรียบ ทว่าแฝงความอำมหิตอย่างลึกซึ้ง "หยิบปืนขึ้นมา แล้วยิงแสกหน้าเพื่อนรักของนายซะ... พิมพ์จะต้องตายเพื่อชดใช้ที่ล่วงรู้ความลับ หรือไม่... นายก็ยิงตัวตายตรงนี้ เพื่อแลกเอาพาสเวิร์ดปลดระเบิดที่เก้าอี้ของเธอไป"
"กรณ์... อื้อ! อื้อ!" พิมพ์ส่ายหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย น้ำตาไหลอาบลงมาผสมกับเหงื่อจนเทปกาวเริ่มเผยอออกเล็กน้อย นิ้วมือของเธอที่กดคีย์บอร์ดเริ่มสั่นระริกจนสวิตช์ส่งเสียง *คลิก... คลิก...* เบาๆ อย่างอันตราย
กรณ์มองดูพิมพ์ มองดูปืน และมองดูร่างใต้หน้ากากสีขาว
ในเสี้ยววินาทีแห่งความตาย ความสุขุมอันเยือกเย็นที่หลับใหลอยู่ในสัญชาตญาณของกรณ์ถูกปลุกขึ้นมาอย่างประหลาด เขาสังเกตเห็นบางอย่าง... ท่าทางการยืนที่ทิ้งน้ำหนักลงบนขาซ้าย การใช้นิ้วชี้ขวาเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเป็นจังหวะสามครั้งติดกัน...
จังหวะนั้น เป็นความเคยชินที่มีเพียงคนไม่กี่คนบนโลกนี้ที่ทำ
*23:59:15*
"มึงไม่ใช่คนนอก..." กรณ์เอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงของเขานิ่งสนิทจนน่ากลัว เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ไม่แยแสสายไฟหรือกลไกใดๆ อีกต่อไป "คนที่รู้เรื่องข้อความเสียงในไดรฟ์ คนที่รู้เรื่องรหัสผ่านชั้นในสุดของกานดา... ไม่ใช่แฮกเกอร์นิรนามที่ไหนหรอก"
บุคคลสวมหน้ากากชะงักไปเล็กน้อย ปลายนิ้วที่เคาะแท็บเล็ตหยุดลงกะทันหัน
"มึงคือคนที่อยู่กับกานดาในห้องนั้น ก่อนที่เธอจะตกลงมาใช่ไหม?" กรณ์เค้นถาม สายตาคมกริบจับจ้องทะลุเบ้าตากลวงโบ๋ของหน้ากาก "ถอดหน้ากากออกซะ"
ไม่มีเสียงตอบรับจากเครื่องสังเคราะห์เสียงอีกต่อไป มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ที่เล็ดลอดออกมาจากช่องลมของหน้ากากสีขาว เสียงนับถอยหลังดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ
*23:59:45... 46... 47...*
กรณ์ไม่รอให้เวลาหมดลง เขาตัดสินใจพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วทั้งหมดที่มี ร่างสวมหน้ากากผงะถอยหลังพร้อมกับเงื้อแท็บเล็ตขึ้นฟาด แต่กรณ์เบี่ยงหลบได้ทัน เขากระแทกไหล่เข้าใส่ลำตัวของอีกฝ่ายอย่างจังจนล้มกลิ้งลงไปบนพื้นคอนกรีตทั้งคู่!
เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว กรณ์ใช้เข่ากดทับหน้าอกของคนปริศนาไว้ มือขวาเอื้อมไปคว้าขอบหน้ากากกระเบื้องเคลือบสีขาวแน่น
"กรณ์ อย่า!"
เสียงที่กรีดร้องห้ามออกมานั้น ไม่ใช่เสียงของคนที่อยู่ใต้ร่างเขา... แต่เป็นเสียงของพิมพ์ที่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายดึงเทปกาวที่มุมปากให้หลุดออกด้วยการถูไถกับหัวไหล่ตัวเอง!
กรณ์ชะงักมือไปเสี้ยววินาที แต่แรงเฉื่อยทำให้เขากระชากหน้ากากสีขาวนั้นหลุดกระเด็นออกจากใบหน้าไปแล้ว
หน้ากากตกกระทบพื้นแตกกระจายเป็นสองเสี่ยง
แสงไฟไซเรนสีแดงฉานสาดส่องลงมากระทบใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้เงามืด กรณ์เบิกตากว้าง หัวใจแทบจะหยุดเต้นในบัดดล ลมหายใจสะดุดขาดห้วงไปอย่างสิ้นเชิง
ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วซ้าย ริมฝีปากที่สั่นระริก และดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นระคนเจ็บปวด
มันไม่ใช่ใบหน้าของศัตรูที่ไหนเลย...
และก่อนที่สมองของกรณ์จะทันได้ประมวลผลความจริงอันวิปริตตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของเขาก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงสังเคราะห์อันเยือกเย็นของ [แอดมินนิรนาม] ที่ดังขึ้นจากลำโพงเบื้องหลังเก้าอี้ของพิมพ์อีกครั้ง!
---
แมวดำใต้แสงจันทร์ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและเอาใจช่วยกรณ์กับพิมพ์จนถึงจุดพลิกผันสำคัญนี้นะคะ
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 38
เผชิญหน้าความจริง
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!