กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟกะพริบจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องนำทางความมืด กรณ์ใช้มือข้างหนึ่งยันกำแพงห้องที่ลอกร่อนไว้แน่น ปลายนิ้วสั่นเทาจนแทบไม่สามารถควบคุมแรงของตัวเองได้ หน้าจอโทรศัพท์ในมือแสดงข้อความแชทสีแดงฉานจาก **แอดมินนิรนาม** ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาเมื่อสามวินาทีก่อน
*(แอดมินนิรนาม): ความผิดบาปที่นายเลือกจะลืม... มันกำลังเดินกลับมาทวงคืนลมหายใจแล้วนะ กรณ์*
"ไม่ใช่... แกโกหก!" กรณ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความหวาดระแวง ขณะกวาดสายตามองไปรอบห้องนอนที่คุ้นเคย แต่บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนกรงขังมรณะ
เงาร่างโปร่งแสงร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ที่มุมห้อง...
ร่างนั้นสวมชุดนักศึกษาเปื้อนคราบเลือดสีดำสนิท เส้นผมยาวสยายคลایลงมาเคลียไหล่ และที่สำคัญที่สุด... เสียงหัวคิกคักแผ่วเบาที่คุ้นหูจนน่าขนพองสยองเกล้ากำลังดังขึ้นซ้ำๆ ในโสตประสาท
*“พี่กรณ์... ไหนบอกว่าจะปกป้องหนูไงคะ?”*
เสียงของ ‘ก้อย’ น้องสาวฝาแฝดผู้ล่วงลับดังแว่วมาจากความมืด กรณ์ผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนตู้เสื้อผ้า ลมหายใจหอบกระชั้นถี่รัว เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก เขาขยี้ตาแรงๆ หวังว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพหลอนจากความเหนื่อยล้า แต่เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ร่างของก้อยไม่ได้อยู่แค่คนเดียวเสียแล้ว
ข้างกายของน้องสาว มีร่างของ ‘เต้’ และ ‘มีน’ เพื่อนสนิทในกลุ่มที่เพิ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุปริศนาเมื่อสัปดาห์ก่อนยืนเรียงรายอยู่ พวกเขามีรอยฟกช้ำตามเนื้อตัว ดวงตากลวงโบ๋ไร้แววชีวิต และที่น่ากลัวที่สุดคือ รอยยิฉีกกว้างถึงใบหน้าจนน่าเกลียด
กรณ์อ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เขายกมือขึ้นปิดหู ส่ายหัวแรงๆ เพื่อขับไล่ภาพอันบิดเบี้ยวเหล่านั้น "ไปให้พ้น! พวกแกตายไปแล้ว... พวกแกตายไปแล้วนะ!"
ในจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์ในมือก็สั่นระรัวอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับข้อความจาก **พิมพ์** ที่ถูกส่งเข้ามาติดๆ กันหลายสิบข้อความ
*(พิมพ์): กรณ์! นายอยู่ที่ไหน?! ตอบฉันเดี๋ยวนี้!*
*(พิมพ์): ฉันเพิ่งเช็คโค้ดของแอปพลิเคชันแชทมรณะนี่... เซิร์ฟเวอร์มันไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย มันส่งสัญญาณมาจากตึกร้างฝั่งตรงข้ามห้องนาย!*
*(พิมพ์): กรณ์! ฟังฉันนะ นายกำลังถูกหลอก... มีบางอย่างกำลังจงใจปั่นประสาทนายด้วยก๊าซพิษหรือคลื่นความถี่บางอย่างในห้องนั้น! รีบหนีออกมาเร็ว!*
กรณ์ก้มมองข้อความเหล่านั้น สมองส่วนเหตุผลพยายามประมวลผลคำเตือนของพิมพ์ แต่ประสาทสัมผัสด้านการมองเห็นและการได้ยินกลับถูกครอบงำด้วยภาพหลอนตรงหน้า ก้อยก้าวเท้าเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆ ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเลือดหยดลงบนพื้นปูน เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่ความตาย
"พี่คะ... เจ็บจังเลย" เสียงของก้อยกระซิบข้างใบหู ทั้งที่ร่างของเธอยังยืนอยู่ห่างออกไปสามเมตร กรณ์สะดุ้งสุดตัว ขาสั่นพับจนทรุดลงไปกองกับพื้น มือสั่นระริกพิมพ์ข้อความตอบกลับพิมพ์อย่างยากลำบาก
*(กรณ์): ฉัน... ฉันออกไปไม่ได้... พวกเขาอยู่เต็มห้องไปหมด...*
*(พิมพ์): ตั้งสติหน่อยสิกรณ์! ไม่มีใครอยู่ในนั้นหว่านตนนอกจากนาย! ตั้งสติ มองหน้าจอฉันนี่!*
ทว่า กรณ์ไม่สามารถละสายตาจากภาพตรงหน้าได้เลย ร่างของเต้และมีนเริ่มขยับเข้ามาล้อมรอบตัวเขา รอยยิ้มสยดสยองฉีกกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนฉีกขาดเผยให้เห็นเนื้อสีแดงฉาน กลิ่นเหม็นเน่าของซากศพโชยเข้าจมูกจนเขาแทบอาเจียน สติที่เคยสุขุมและเยือกเย็นมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เขารู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังหลุดออกจากร่าง โลกทั้งใบหมุนคว้างอย่างไร้ทิศทาง
ในวินาทีที่เขากรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความสติแตก ประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง!
แสงไฟสว่างจ้าจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ร่างนั้นเงาตะคุ่มสูงใหญ่ และในมือถือวัตถุบางอย่างที่มีประกายคมกริบสะท้อนกับแสงไฟ
*(แอดมินนิรนาม): ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้าย... เกมล่าชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้วนะ กรณ์*
กรณ์เบิกตากว้าง มองไปยังเงาร่างปริศนาที่ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงหัวเราะปริศนาที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์ในมือ... และเสียงกระซิบข้างหูที่พูดขึ้นพร้อมกันว่า *"เจอตัวแล้ว..."*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - แมวดำใต้แสงจันทร์
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 36
สติที่หลุดลอย
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!