หน้าจอมือถือในมือของพิมพ์สั่นระริก แสงสีฟ้าจากสมาร์ทโฟนสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ข้อความล่าสุดที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอแชทสีดำสนิททำเอาบรรยากาศรอบตัวในตึกร้างเย็นเยียบราศีกำลังยืนอยู่กลางห้องดับจิต
*“พี่... กลับมาแล้วเหรอคะ?”*
คำถามนั้นไม่ใช่แค่ประโยคธรรมดา แต่มันคือเสียงกระซิบที่ลอยมาจากความมืดเบื้องหลังพวกเขาทั้งสองคน
"กรณ์..." พิมพ์เอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าจนแทบขาดหางเสียง มือบางข้างหนึ่งคว้าชายเสื้อของกรณ์ไว้แน่นราวกับมันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในโลกที่กำลังพังทลาย "เมื่อกี้... นายได้ยินเหมือนฉันไหม?"
กรณ์ไม่ตอบทันที เขากลืนน้ำเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบโถงทางเดินของชั้นสามที่ถูกปกคลุมด้วยความมืดมิดและกลิ่นอัปชื้นของฝุ่นผงกับซากตึกเก่า แสงไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือสาดส่องไปได้เพียงเศษเสี้ยวของความมืด ความเงียบงันรอบกายหนาทึบเสียจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมครามดังสะท้อนอยู่ในหู
"ตั้งสติก่อนพิมพ์" กรณ์พยายามบังคับน้ำเสียงของตัวเองให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าเหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มขมับ "ไม่มีใครอยู่ตรงนี้... พวกเราเช็ครายชื่อคนในตึกนี้จากระบบแล้ว ตึกนี้ถูกปิดตายมาสามปีหลังจากคดี... น้องสาวฉัน"
ชื่อนั้นทำให้พิมพ์ชะงักไป ความทรงจำเกี่ยวกับคดีอุบัติเหตุอันน่าสลักสำคัญเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ ข้อความในแชทมรณะยังคงกระพริบเตือนเป็นระยะ
*แอดมินนิรนาม: กฎข้อที่สตรีผู้สูญเสียไม่อาจลืม... ใครคือผู้ที่ก้าวขึ้นมาบนชั้นสามก่อนเวลาเที่ยงคืน?*
หน้าจอโทรศัพท์สั่นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความใหม่จากแอดมินตัวแสบที่ราวกับกำลังนั่งมองความพินาศของพวกเขาจากมุมมืดที่ไหนสักแห่ง
"มันรู้ว่าเราอยู่ไหน..." พิมพ์พึมพำด้วยความสิ้นหวัง นิ้วเรียวสั่นเทาขณะพิมพ์ตอบกลับไปในแชทอย่างลนลาน *“คุณต้องการอะไรกันแน่! ปล่อยพวกเราไปสิ!”*
ไร้ซึ่งการตอบเป็นตัวอักษร แต่สิ่งที่แทนที่คำตอบนั้น กลับเป็นเสียงบางอย่างที่ดังขึ้นมาจากความมืดเบื้องหน้า
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วง แข็งกระด้าง และรวดเร็วราวกับสัตว์ป่ากำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาจากปลายทางเดินมืดทึบ!
"วิ่ง!"
กรณ์ตะโกนลั่น มือหนาคว้าแขนของพิมพ์แล้วกระชากให้วิ่งหนีสุดชีวิต แรงปะทะจากความตกใจทำให้ทั้งสองคนแทบจะล้มคะมำไปกับพื้นปูนซีเมนต์เปลือย เสียงฝีเท้านั้นไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่คิด มันไล่หลังมาด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์มนา ราวกับผู้ไล่ตามกำลังลอยเหนือพื้น และทุกครั้งที่เสียงฝีเท้ากระทบพื้น มันก็ยิ่งดังใกล้เข้ามาจนหัวใจแทบจะกระโดดออกมานอกอก
พิมพ์หอบหายใจจนตัวโยก เสียงสะอื้นไห้หลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเผือด "กรณ์! มันตามมาทันแล้ว! มันมาแล้ว!"
บรรยากาศรอบตัวบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก ผนังปูนสีลอกร่นและเศษซากอิฐที่ระเกะระกะทำให้การวิ่งหนีในความมืดเป็นไปอย่างยากลำบาก แสงไฟฉายส่ายไปมาอย่างไร้ทิศทาง เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของเสาปูนและห้องเรียนเก่าที่ถูกปิดตายทีละห้อง... ทีละห้อง...
กรณ์พาพิมพ์เลี้ยวหักศอกเข้าสู่ห้องเรียนทางด้านขวาอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาพากันกระโจนเข้าไปหลบหลังโต๊ะครูตัวใหญ่ที่ล้มคว่ำอยู่ริมหน้าต่าง พิมพ์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ขณะที่กรณ์ใช้มืออีกข้างกดไหล่เพื่อนสาวให้นั่งราบลงกับพื้นเพื่อไม่ให้เงาของพวกเขาปรากฏลอดผ่านช่องหน้าต่างที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามา
เสียงฝีเท้าข้างนอกหยุดกักขณะที่อยู่ตรงหน้าประตู้ห้องพอดี!
ความเงียบที่เข้าปกคลุมชั่วขณะนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงวิ่งไล่เสียอีก ไม่มีใครกล้าหายใจแรง กรณ์ค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบแท่งเหล็กขึ้นมาจากพื้น ชายหนุ่มเตรียมพร้อมที่จะสู้ตายหากประตูบานนั้นถูกผลักเปิดออก
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง ช้าๆ และหนักแน่น ราวกับผู้มาเยือนกำลังทักทายแขกผู้มาเยือนด้วยความสุภาพ แต่แฝงไปด้วยเจตนาอันดำมืด
และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงหวานใสของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังลอดผ่านรอยแยกของประตูไม้เก่าๆ เข้ามา ทำเอาเลือดในกายของกรณ์และพิมพ์เย็นเฉียบจนแข็งค้าง
"พี่คะ... เปิดประตูให้หน่อยสิคะ... มืดจังเลย... หนูหนาวจัง..."
ดวงตาของกรณ์เบิกกว้างขึ้นทันที ความทรงจำในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ก้นบึ้งของหัวใจถูกกระชากขึ้นมาอีกครั้ง เสียงนั้น... เสียงของน้องสาวฝาแฝดของเขาคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสามปีก่อนในเหตุการณ์ไฟไหม้ตึกนี้!
พิมพ์ส่ายหัวรัวๆ น้ำตาไหลพรากด้วยความกลัวสุดขีด มือเล็กๆ เอื้อมมาดึงแขนกรณ์ไว้แน่นเป็นเชิงห้ามปรามไม่ให้ขยับตัวเด็ดขาด
แต่ในวินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของกรณ์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีการแจ้งเตือนเสียงใดๆ ข้อความใหม่จากแอดมินนิรนามปรากฏหราอยู่ตรงหน้า พร้อมกับภาพถ่ายปัจจุบันกาลที่ถูกถ่ายจากมุมสูงภายในห้องที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่...
มันเป็นภาพของพวกเขา... และใครอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังกรณ์และพิมพ์ในระยะประชิด โดยที่พวกเขายังไม่ทันได้หันไปมอง!
*แอดมินนิรนาม: หันหลังกลับไปมองสิคะ... น้องสาวของคุณรออยู่ตรงนั้นแล้วนะคะ*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 11
เสียงฝีเท้าบนชั้นสาม
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!