เสียงกุกกักจากบานประตูเหล็กดัดด้านหลังห้องเรียน คล้ายกับเสียงเล็บมนุษย์ที่กำลังขูดขีดลงบนผิวโลหะอย่างบ้าคลั่ง มันดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกัก
กรณ์ชะงักฝีเท้า ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองแผ่นหลังของพิมพ์ที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า กลิ่นอับชื้นของกระดานดำผสมกับกลิ่นสนิมเหล็กตีเข้าจมูกจนชวนคลื่นไส้ บรรยากาศภายในห้องเรียนคอมพิวเตอร์ชั้นสี่ของตึกร้างยามเที่ยงคืนวังเวงเสียจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังโครมคราม
"พิมพ์... ถอยหลังมาค่ะ" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเพื่อนสนิทไว้แน่นสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบราวกับร่างไร้ชีวิต
"ทะ... ที่ประตู... เมื่อกี้แกได้ยินไหมกรณ์..." พิมพ์หันกลับมา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไม่มีสีเลือด ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างบางสั่นเทิ้มจนแทบยืนไม่อยู่ "มีคน... มีคนล็อกมันจากข้างนอก เสียงกุญแจไขดังคลิก... ฉันได้ยินชัดเจน"
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้เอ่ยปากปลอบประโลม หน้าจอคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะแถวหน้าสุดก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกันทุกเครื่อง แสงสีฟ้าอมเขียวสาดส่องกระทบใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูราวกับภูตผี
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชทร้ายดังขึ้นพร้อมเพรียงกันอย่างน่าขนลุก กรณ์กัดฟันกรอด เขาก้าวเข้าไปใกล้หน้าจอเครื่องที่ใกล้ที่สุด มือที่กำโทรศัพท์มือถือสั่นระริกเล็กน้อยก่อนจะเปิดหน้าจอขึ้นมาดูข้อความใหม่ที่เพิ่งเด้งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
**แอดมินนิรนาม:** *เด็กดีไม่ควรดื้อรั้นนะคะ... วิ่งหนีไปไหนก็ไม่มีประโยชน์หรอค่ะ ในเมื่อกรงขังถูกปิดตายแล้ว*
"เวรเอ๊ย!" กรณ์สบถออกมาเบาๆ พลางพุ่งตัวไปที่ประตูเหล็กดัดแล้วออกแรงกระชากสุดกำลัง เสียงโซ่เหล็กและแม่กุญแจขนาดใหญ่กระทบกันดังสนั่น แต่มันไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย บานประตูถูกปิดตายอย่างสมบูรณ์แบบตามที่พิมพ์บอกไม่มีผิด
"เราติดอยู่ข้างใน..." พิมพ์ทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้นห้อง น้ำตาเอ่อคลอเบ้าด้วยความสิ้นหวัง มือเรียวพยายามรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อหาทางเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต แต่มือถือและคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องขึ้นเตือนสัญลักษณ์กากบาทสีแดงอย่างไร้ความปรานี "สัญญาณถูกตัด... ไม่มีทางออกแล้วกรณ์ มันตั้งใจขังเราไว้ที่นี่!"
กรณ์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เขารู้ดีว่าความตื่นตระหนกในตอนนี้มีแต่จะทำให้พวกเขาก้าวเข้าใกล้ความตายเร็วขึ้น ชายหนุ่มหันกลับมาสำรวจรอบห้องเรียน กวาดสายตามองไปทั่วมุมมืดที่มีเงาทะึมของโต๊ะเรียนและตู้เก็บอุปกรณ์บังตาอยู่
"ตั้งสติก่อนพิมพ์ แกเก่งเรื่องไอทีไม่ใช่หรือไง ลองดูสิว่ามีช่องทางอื่นอีกไหม หน้าต่างล่ะ?" กรณ์พยายามบังคับน้ำให้มั่นคง แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวเมื่อนึกถึงคำเตือนจากตอนที่แล้ว
*“หันหลังกลับไปมองสิคะ... น้องสาวของคุณรออยู่ตรงนั้นแล้วนะคะ”*
ความคิดนั้นทำให้กรณ์ต้องเหลือบสายตากลับไปมองมุมมืดด้านหลังห้องโดยอัตโนมัติ มุมห้องที่เคยเป็นจุดวางโครงกระดูกจำลองสำหรับเรียนวิชาชีววิทยา บัดนี้ว่างเปล่า... แต่กลับมีเงาร่างสีดำทะึมสายหนึ่งกำลังขยับไหวอยู่หลังม่านพลาสติกเก่าๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในมือของพิมพ์ดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวจนโทรศัพท์เกือบหลุดมือ
**แอดมินนิรนาม:** *เกมรอบที่สามกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วนะคะ... เพื่อเป็นการต้อนรับการกลับมาของน้องสาวคุณ กรณ์คะ... คุณมีเวลา 180 วินาทีในการตัดสินใจ*
หน้าจอโทรศัพท์ของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นหน้าปัดนาฬิกาดิจิทัลสีแดงฉาน มันกำลังเดินถอยหลังอย่างช้าๆ แต่ทว่ามั่นคง... 179... 178... 177...
"มะ... หมายความว่ายังไง... น้องสาว?" พิมพ์เงยหน้าขึ้นมองกรณ์ด้วยแววตาหวาดระแวงระคนตกใจ "แก... แกไม่เคยบอกฉันเลยนะกรณ์ว่าน้องสาวฝาแฝดของแก... เกี่ยวอะไรกับแชทบ้าๆ นี่ด้วย!"
กรณ์นิ่งงัน ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ความลับที่เขาพยายามปิดตายมาตลอดหลายปีถูกกระชากออกมากลางดงความตาย ความรู้สึกผิดบาปในอดีตผุดพรายขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่ฝนตกหนัก วันที่เขากลัวความผิดจนปล่อยให้น้องสาวต้องเผชิญหน้ากับความมืดลำพัง
"ฉัน... ฉันไม่มีทางเลือกพิมพ์" กรณ์เอ่ยเสียงสั่น เงามืดที่อยู่หลังม่านพลาสติกเริ่มส่งเสียงฝีเท้าก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า เสียงลากเท้าดัง *ลาก... ลาก...* ไปตามพื้นปูนซีเมนต์เย็นเยียบ
120... 119... 118...
ตัวเลขสีแดงบนหน้าจอเตือนใจถึงเวลาที่เหลือน้อยลงทุกที อากาศภายในห้องเริ่มหนาวเหน็บลงอย่างกะทันหัน ลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอสีขาวจางๆ กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูบรรยากาศ
"มันไม่ใช่แค่เกมสนุกๆ ของเด็กเกเรแล้วนะกรณ์!" พิมพ์หวีดร้องออกมาอย่างสุดจะทน เมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นจากมุมมืด เผยให้เห็นเส้นผมยาวสลวยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ และชุดนักศึกษาที่ชุ่มโชกไปด้วยคราบสีดำคล้ายเลือดแห้งกรัง ร่างนั้นเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดขาวไร้แววตา... ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากกรณ์ราวกับพิมพ์เดียวกัน
"พี่คะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนกระดูกสันหลังวาบดังขึ้นจากริมฝีปากของร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้า "ทำไม... ถึงปล่อยให้ก้อยต้องตายอยู่คนเดียวล่ะคะ?"
กรณ์ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แผ่นหลังชนเข้ากับประตูกระจกบานใหญ่ที่เชื่อมต่อไปยังระเบียงด้านนอก แต่มันถูกล็อกแน่นหนาเช่นกัน ทางรอดเดียวถูกปิดตาย ความมืดมิดโอบล้อมรอบตัวพวกเขาไว้ทุกทิศทาง
3...
2...
1...
หน้าจอดับวูบลงพร้อมกับเสียงประตูด้านหลังที่ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง และก่อนที่สติของกรณ์จะหลุดลอยไปกับความมืด มือเย็นเฉียบราวน้ำแข็งคู่หนึ่งก็เอื้อมมาแตะลงบนไหล่ขวาของเขา พร้อมกับเสียงกระซิบข้างใบหูที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น
"ตาแก... ต้องชดใช้แล้วนะคะ"
— ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดไปด้วยกันนะคะ —
แมวดำใต้แสงจันทร์
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 12
กับดักของแอดมิน
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!