“แก... แกเป็นใครกันแน่?”
กรณ์ถามด้วยเสียงแผ่วเบาที่สุด ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ความกดดันในห้องใต้ดินที่อับชื้นและอบอวลด้วยกลิ่นสนิมเหล็กกำลังบีบเค้นประสาทสัมผัสทุกส่วนจนแทบแหลกสลาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของพิมพ์ยังคงกะพริบแสงสีฟ้าสลัว สะท้อนเงาบิดเบี้ยวบนผนังปูนเปลือยที่เต็มไปด้วยรอยคราบสีน้ำตาลเข้ม คราบที่ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ว่ามันคืออะไร
ร่างของบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา... ร่างนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าคล้ายกระดาษทรายถูกถูไถบนพื้นผิวหยาบ มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ปกติที่ควรจะได้ยินในยามวิกาลเช่นนี้ แอดมินนิรนาม หรือใครก็ตามที่ซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อฮู้ดสีดำสนิทตัวนั้น กำลังผ่อนคลายอย่างไร้ความกังวล ร่างนั้นทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาข้างหนึ่ง ราวกับผู้ล่าที่กำลังสนุกสนานกับการมองเหยื่อดิ้นรนในกรงขัง
พิมพ์สะอื้นไห้จนตัวโยน มือเล็กๆ ที่กำแท็บเล็ตไว้แน่นสั่นเทาจนแทบจะควบคุมไม่ได้ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เธอกำลังตกอยู่ในภาวะช็อกทางจิตวิทยา สมองหยุดประมวลผล เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่กรีดร้องให้วิ่งหนี—แต่วิ่งไปไหนล่ะ? ประตูเหล็กบานหนาถูกล็อกตายจากด้านนอกตั้งแต่วินาทีแรกที่พวกเขาก้าวลงมาในนรกแห่งนี้แล้ว
กรณ์เหลือบมองเพื่อนสนิทที่สติหลุดลอยไปทีละน้อย สัญชาตญาณความเป็นพี่ชายที่เคยล้มเหลวในการปกป้องน้องสาวฝาแฝดเมื่ออดีต พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมานานแรมปีแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวอันเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบของกรณ์หรี่ลงเล็กน้อย สังเกตเห็นความประมาทเลินเล่อที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งของอีกฝ่าย
ศัตรูตายใจแล้ว...
มันคิดว่าพวกเขาเป็นแค่เด็กมหาลัยโง่ๆ ที่วิ่งเข้ามาติดกับดัก มันคิดว่าความกลัวได้ทำลายความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของพวกเขาจนหมดสิ้น ร่างใต้ฮู้ดสีดำกำลังเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนอีกเครื่องจากกระเป๋าเสื้อ เพื่อพิมพ์ข้อความสั่งตายชุดสุดท้ายส่งเข้าแชทมรณะ
นั่นคือเสี้ยววินาทีเดียวที่มีค่ามากกว่าทองคำ
กรณ์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาส่งสัญญาณทางสายตาที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวให้พิมพ์ แม้หญิงสาวจะไม่เข้าใจและยังคงหวาดกลัว แต่ความผูกพันและสัญชาตญาณทำให้เธอนิ่งงั้น ไม่ส่งเสียงกรีดร้องออกมาให้เสียจังหวะ
ร่างสูงของกรณ์ดีดตัวขึ้นจากพื้นซีเมนต์อย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่พุ่งตะครุบเหยื่อ มือขวาที่ซ่อนอยู่ข้างลำตัวกระชากแท่งเหล็กยาวราวฟุตครึ่ง—เศษซากโครงสร้างตึกที่หักงอซึ่งเขาแอบเก็บขึ้นมาจากพื้นมืดๆ ระหว่างทางเดิน—พุ่งทะยานแหวกอากาศออกไปด้วยแรงทั้งหมดที่มี
*ฉึก!*
เสียงเหล็กแหลมทะลวงผ่านเนื้อผ้าและผิวหนังดังขึ้นท่าย์กลางความเงียบงัน กรณ์ใช้แรงทั้งหมดกดน้ำหนักตัวลงไปเต็มพิกัด ปลายเหล็กแหลมพุ่งเข้าเสียบที่หัวไหล่ด้านขวาของตัวการสำคัญอย่างแม่นยำ ราวกับจับวาง
ร่างใต้ฮู้ดสะفัดเฮือกด้วยความตกใจ เสียงร้องโหยหวนหลุดออกมาจากลำคอแห้งผาก มันทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นปูนเย็นเฉียบ โทรศัพท์มือถือในมือร่วงหล่นกระแทกพื้นจอแตกกระจาย แสงไฟสีฟ้าดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสลัวที่น่าขนลุก
“แก... ไอ้เด็กบ้า!” เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดและเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากร่างที่กำลังดิ้นรน
“กูบอกแล้วไง... ว่ากูจะไม่ยอมตายฟรีเหมือนน้องของกูอีก!” กรณ์คำรามตอบ ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ เขาง้างเหล็กเตรียมจะซัดซ้ำลงไปที่จุดตายเพื่อจบเรื่องราวบ้าๆ นี้เสียที
ทว่า... ในวินาทีที่เหล็กแหลมกำลังจะเงื้อมฟาลงไป ปลายเสื้อฮู้ดที่ถูกกระชากหลุดร่นลงเผยให้เห็นลำคอขาวเนียน และรอยแผลเป็นรูปผีเสื้อสีดำสนิทที่ประทับอยู่หลังใบหู—รอยแผลเป็นเดียวกับที่น้องสาวฝาแฝดของเขามี ก่อนที่เธอจะดิ่งพสุธาจากดาดฟ้าตึกคณะอย่างไร้ร่องรอย
กรณ์ชะงักกึก มือที่ถือเหล็กค้างเติ่งกลางอากาศ ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง ความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ กัดเซาะเข้ามาในสมอง ภาพความทรงจำทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา
“พ... พี่กรณ์ หยุดนะ!” พิมพ์กรีดร้องลั่นเมื่อเธอมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ดนั้นชัดเจน
ดวงตาของร่างที่นอนกุมแผลเลือดอาบเงยขึ้นมองเขา รอยยิ้มบิดเบี้ยวและน่าสมเพชปรากฏขึ้นที่มุมปาก ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะขยับเอื้อnคำพูดที่ทำให้หัวใจของกรณ์หยุดเต้น
“พี่... โง่จังเลยนะคะ ที่เพิ่งรู้ว่า... ตัวจริงของแอดมิน... คือใครกันแน่”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในความมืดด้วยกันเสมอนะคะ
— แมวดำใต้แสงจันทร์
แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ•ตอนที่ 44
วินาทีชีวิต
ผลงานโดย แมวดำใต้แสงจันทร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แมวดำใต้แสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แชทมรณะ: เที่ยงคืนเปลี่ยนวิญญาณ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!